กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—มันไม่ใช่กลิ่นของกระสุนจริง แต่เป็นแรงกดดันมหาศาลจากปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงระหว่างคิ้วของกรณ์
ความเงียบงันในห้องใต้ดินสลัวแผ่ขยายราวกับผืนน้ำนิ่งสนิทที่มีปลานักล่าซ่อนตัวอยู่ ร่างสูงของกรณ์ไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفนิ้ว ดวงตาสีเข้มจ้องมองผ่านความมืดไปยังเงาร่างที่ถือปืน ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเพื่อกดความหวาดกลัวให้อยู่หมัด
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงครับ... คุณกรณ์" เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยซ้ำอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของ "วิชิต" ชายผู้กุมความลับทั้งหมดของตระกูลกรณ์มานานหลายปี
ในเสี้ยววินาทีที่ความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่เร่งรีบก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องหลัง วิชิตยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก ร่างของรัญยาก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืด เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่มือข้างหนึ่งคว้าเอาคานเหล็กขึ้นมาเหวี่ยงสุดแรงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานาน
"แก!"
เสียงโลหะฟาดเข้ากับข้อมือของวิชิตอย่างแม่นยำ แรงกระแทกทำให้กระบอกปืนหลุดจากมือตกลงกระแทกพื้นซีเมนต์เสียงดังสนั่น วิชิตนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาฉายแววเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที
กรณ์ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย ร่างของนักอนุรักษ์หนุ่มผู้สุขุมพุ่งเข้าประชิดตัววิชิตในพริบตา เขาล็อกแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้ด้านหลังด้วยความรวดเร็ว ทักษะการป้องกันตัวที่เคยฝึกฝนมาถูกงัดใช้จนหมดสิ้น แรงกดดันจากน้ำหนักตัวทำให้วิชิตล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น รัญยาไม่รอช้า เธอรีบก้าวเข้ามาใช้เชือกไนลอนที่เตรียมไว้มัดมือของวิชิตแน่นหนาอย่างคล่องแคล่ว
ห้องใต้ดินกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสามที่ดังสะท้อนก้อง
กรณ์ยืนขึ้นช้าๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรัญยา ดวงตาของนักข่าวสาวผู้นี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความตื่นตระหนกที่ยังจางหายไม่หมด ทว่าลึกลงไปในแววตานั้น กลับมีความเด็ดเดี่ยวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณ... เกือบตายจริง ๆ นะกรณ์" รัญยาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สะท้อนความกลัวออกมาชัดเจนเกินไป
"แต่เราก็ผ่านมาด้วยกันแล้วนี่ครับ" กรณ์ตอบกลับ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่เกินกว่าคำพูดใดๆ
ความตึงเครียดที่เคยคั่นกลางระหว่างเขากับเธอตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มลายหายไปในชั่วพริบตา ความระแวงสงสัยที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กันถูกแทนที่ด้วยความไว้วางใจอย่างสนิทใจ ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดง การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่แค่การร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอด แต่มันคือการหลอมรวมเป้าหมายและจิตวิญญาณเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง
วิชิตหัวเราะร่วนออกมาเบื้องล่าง แม้จะถูกมัดมือและกดตัวไว้ แต่รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของเขากลับทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงอีกครั้ง
"พวกเธอคิดว่าชนะแล้วงั้นเหรอ?" วิชิตเค้นเสียงหัวเราะ "นี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกต่างหาก... เอกสารที่พวกเธอตามหา มันไม่ได้อยู่ที่นี่ และคนที่สั่งฉัน ไม่ใช่คนที่จะยอมรามือแค่นี้แน่!"
รัญยาขมวดคิ้วแน่น เธอใช้เท้าเขี่ยกระเป๋าเอกสารที่ตกอยู่ใกล้ตัวขึ้นมา เปิดดูข้างในพบเพียงแฟลชไดรฟ์สีดำอันเล็กและกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่มีพิกัด GPS ลึกลับ
กรณ์ก้มลงหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขพิกัด มันคือสถานที่ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี—คลังเก็บโบราณวัตถุส่วน
"พิกัดนี้..." รัญยาอุทานเบาๆ เมื่อมองข้ามไหล่เขา "มันคือที่เดียวกับที่พ่อแม่ของคุณเคยทำงานก่อนเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เหรอ?"
กรณ์พยักหน้ารับช้าๆ หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความแค้น และความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า การเดินทางเพื่อไขปริศนาการตายของพ่อแม่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวส่วนตัวอีกต่อไป แต่มันพัวพันกับเครือข่ายอำนาจมืดที่ใหญ่เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
"เราต้องไปที่นั่นครับ... ก่อนที่หลักฐานทั้งหมดจะถูกทำลาย" กรณ์หันมาสบตารัญยา แววตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รัญยาพยักหน้ารับอย่างไม่มีลังเล เธอเอื้อมมือมาสัมผัสแขนของเขาเบาๆ เป็นการยืนยันว่าเธอจะเคียงข้างเขาไปจนสุดทาง ไม่ว่าปลายทางนั้นจะอันตรายแค่ไหนก็ตาม
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมตัวจะออกจากห้องใต้ดิน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของวิชิตก็ดังขึ้น ท่วงทำนองเสียงเรียกเข้าที่แปลกประหลาดดังซ้ำๆ ท่ามกลางความเงียบ
วิชิตยิ้มกริ่ม ดวงตาจ้องมองตรงมาที่กรณ์ด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้น
กรณ์ขมวดคิ้ว เขาก้าวเข้าไปหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่มีรหัสพื้นที่จากต่างประเทศ
รัญยาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง "อย่ารับ... มันอาจจะเป็นกับดัก"
กรณ์นิ่งคิดไปชั่วครู่ นิ้วชี้ลังเลอยู่เหนือปุ่มรับสาย แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า หากปล่อยผ่านโอกาสนี้ไป พวกเขาอาจจะหลงทางในเขาวงกตของเวลานี้ตลอดกาล เขาจึงตัดสินใจกดรับและเปิดสปี커โฟนทันที
เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และคุ้นหูอย่างประหลาดดังลอดออกมาจากลำโพง... เสียงที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์แทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"น่าประทับใจมาก... ลูกชาย"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 39
ความมุ่งมั่นที่ลุกโชน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!