แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมของรangยา เธอนั่งนิ่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานในกองบรรณาธิการข่าว ที่ซึ่งความเงียบสงบในยามวิกาลช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับพายุข้อมูลที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกสู่สายตาประชาชน นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์เพียงเสี้ยววินาที—วินาทีที่เธอต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยส่วนตัวกับความจริงที่อาจสั่นคลอนรากฐานของตระกูลผู้มีอิทธิพล
"คุณแน่ใจแล้วหรือครับ รัญยา ว่าการปล่อยเอกสารชุดนี้ออกไปตอนนี้จะไม่ทำให้เรากลายเป็นฝ่ายที่ถูกล่าเสียเอง"
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้ แต่เงาร่างที่ทาบทับอยู่กับผนังกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุม กรณ์กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก เขารู้ดีว่าสิ่งที่รัญยากำลังจะทำคือการ "เปิดโปงความจริงรอบแรก" เพื่อลดความกดดันและเบี่ยงเบนกระแสสังคม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนกับการโยนเนื้อชิ้นโตลงไปในฝูงฉลาม
รัญยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากไม่ได้สะท้อนความขบขัน หากแต่เป็นความเย้ยหยันต่อชะตากรรม
"ถ้าเราไม่เริ่มขุดหลุมฝังพวกมันก่อน กรณ์... คุณก็รู้อย-ู่แก่ใจว่าหลุมนั้นจะถูกขุดไว้สำหรับพวกเราสองคน" เธอกดปุ่ม 'Enter' เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่สำหรับทั้งคู่ มันดังก้องราวกับเสียงลั่นไกปืน
หน้าจอหลักของสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเธอรีเฟรชพร้อมกัน ข้อมูลชุดแรก—ภาพถ่ายสำเนาบัญชีลับ โฉนดที่ดินพิพาท และบันทึกข้อตกลงนอกกฎหมายที่เชื่อมโยงกับคดีการตายของพ่อแม่กรณ์—ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนในรูปแบบของรายงานพิเศษที่ใช้หัวข้อกระชากใจ
ปฏิกิริยาของโลกออนไลน์รวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ยอดแชร์พุ่งทะยานหลักหมื่น คอมเมนต์นับพันหลั่งไหลเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก แรงกระแทกจากการเปิดโปงนี้รุนแรงพอที่จะทำให้โทรศัพท์บนโต๊ะของรัญยาสั่นระริกไม่หยุด โทรศัพท์มือถือของเธอสั่นครืดคราดติดต่อกันจนต้องคว่ำหน้าจอลงเพื่อตัดความรำคาญ
กรณ์ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงามืด แสงไฟจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา แววตาของชายหนุ่มไหววูบเล็กน้อยยามที่กวาดสายตาอ่านคอมเมนต์แรกๆ ที่ปรากฏขึ้น
"คุณจงใจตัดทอนชื่อย่อของบริษัทในหน้าสามออกสินะครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงไว้ด้วยการวิเคราะห์อย่างเฉียบคม "นั่นไม่ใช่ความผิดพลาด... คุณกำลังเปิดช่องให้ 'พวกเขา' มีทางถอย เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องจนตรอกและหันมาใช้วิธีรุนแรงกับเราในคืนนี้"
รัญยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์และความฉลาดเฉลียว
"ฉลาดมาก กรณ์... สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่พวกมันเคยพยายามกวาดล้าง" เธอโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางทราบลงบนโต๊ะ "ถ้าเราต้อนจนมุม หมาจนตรอกย่อมกัดไม่ปล่อย แต่ถ้าเราเปิดแผลให้มันเจ็บพอประมาณและเปิดทางให้มันวิ่งหนี มันจะรีบวิ่งไปหาที่หลบแผล มากกว่าจะมาเสียเวลาไล่ล่าเรา... แผนนี้แหละที่จะซื้อเวลาให้เราได้ค้นหาความจริงส่วนที่เหลือในเซฟของพ่อคุณ"
บรรยากาศในห้องอลวนไปด้วยความตึงเครียดที่จับต้องได้ กลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะผสมผสานกับความกดดันทางจิตวิทยาที่ทั้งสองฝ่ายต่างเชิงชั้นใส่กัน แม้พวกเขาจะเป็นพันธมิตรกันในยามนี้ แต่ใครเล่าจะกล้าไว้วางใจคนที่พร้อมจะหักหลังได้ทุกเมื่อเพื่อความอยู่รอด รัญยาคือเหยี่ยวสาวผู้ทะเยอทะยาน ส่วนกรณ์คือเสือซุ่มที่รอคอยเวลาสะสมกำลัง
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแหลมมาจากระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าสำนักงาน ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบวูบวาบสลับกับความมืด
รัญยาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที "เป็นไปไม่ได้... ระบบป้องกันถูกเจาะแล้วหรือ?"
กรณ์ไม่รอช้า เขารีบก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างกระจกแล้วมองลงไปยังเบื้องล่าง รถยนต์สีดำสนิทสามคันจอดสนิทเทียบฟุตบาทอย่างไร้ซุ่มเสียง ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มหลายคนก้าวลงจากรถพร้อมกับอุปกรณ์สื่อสารในมือ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อปิดปาก
"ดูเหมือนว่า 'ความจริงรอบแรก' ของคุณจะทำให้ปลาตัวใหญ่ตื่นเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะครับ รัญยา" กรณ์หันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์เบื้องล่างจะบีบรัดเข้ามาทุกที
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ประตูลิฟต์ตัวหลักส่งเสียงแจ้งเตือนว่ามันกำลังเคลื่อนมายังชั้นนี้ และเป้าหมายของคนกลุ่มนั้นก็ชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร
รัญยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารสำคัญที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักลับ เธอมองหน้ากรณ์ด้วยแววตาที่สั่นไหวเป็นครั้งแรก "เราหนีไม่พ้นทางออกหลักแน่ๆ ครับ... ทางหนีไฟถูกล็อกไว้หมดแล้ว"
กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาสูดหายใจเข้าลึก, สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังคำนวณความน่าจะเป็นทั้งหมดในเสี้ยววินาที ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือของรัญยาไว้แน่น แล้วกระชากให้เธอถอยหลังเข้าสู่มุมอับหลังตู้เอกสารขนาดใหญ่
เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงาน เสียงกุญแจกระทบกันดังแกร๊ก... และก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทก กรณ์ก็โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแต่มั่นคง
"อย่าส่งเสียง... และเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะคนที่เดินเข้ามาคนแรก ไม่ใช่คนของศัตรูที่เราคิด... แต่เป็นคนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน"
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 33
เปิดโปงความจริงรอบแรก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!