คราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของกรณ์ ไม่ได้เป็นเพียงเศษซากจากเอกสารทางราชการที่ถูกเผาทำลายอย่างเร่งรีบเมื่อคืนก่อน แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ย้ำเตือนว่า ความปลอดภัยในชีวิตของเขากำลังกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่สุดในเวลานี้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากตรอกแคบเบื้องล่าง ทำให้สติของชายหนุ่มกลับมาจดจ่ออยู่กับความเป็นจริงที่บีบคั้นหัวใจ
"ถ้าไม่อยากให้กระสุนฝังหัวเหมือนพ่อของคุณ ก็จงหุบปากแล้วตามมาเงียบๆ"
เสียงแหบห้าวแต่ทรงพลังดังขึ้นจากมุมมืดของห้องพักโทรมๆ ในย่านชานเมือง ชายวัยกลางคนในชุดแจ็กเก็ตกันหนาวสีเข้ม ขยับตัวออกจากเงาแสงสลัว ใบหน้าคร้านโลกมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ดวงตาคู่นั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก และในยามนี้มันกำลังมองตรงมาที่กรณ์ด้วยความระแวกระวังและห่วงใยในคราวเดียวกัน
"ลุงชาติ..." กรณ์ครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ความทรงจำในวัยเด็กผุดพรายขึ้นมาทันที ชายคนนี้เคยเป็นมือขวาคนสนิทของพ่อผู้ล่วงลับ ผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนวันที่พ่อแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ปริศนา
"ไม่ใช่เวลามาซาบซึ้งครับคุณกรณ์ พวกลูกน้องของเสี่ยอานนท์มันกระจายกำลังค้นหาคุณพลิกแผ่นดินแล้ว เอกสารในแฟ้มนั้น... มันมีรายชื่อของคนที่บงการอยู่เบื้องหลังการฮุบพิพิธภัณฑ์ใช่ไหมครับ" ชาติเอ่ยพร้อมกับยื่นหมวกแก๊ปและเสื้อคลุมเก่าๆ ให้กรณ์เปลี่ยน เพื่ออำพรางตัวตน
กรณ์รับสิ่งของเหล่านั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้เขาเกือบจะพังทลายลง แต่ความจริงเรื่องการตายของพ่อแม่คือโซ่ตรวนที่คอยผลักดันให้เขาต้องเดินหน้าต่อ แม้จะต้องแลกด้วยลมหายใจก็ตาม
"ผมเกือบจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดได้แล้วครับลุง แต่รัญยา... เธอเข้ามาพัวพันด้วย และผมไม่แน่ใจว่าเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่" กรณ์สารภาพด้วยน้ำเสียงที่เจือความลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด การถูกหักหลังหรือแม้แต่การไม่รู้ว่าใครคือมิตรที่แท้จริง คือความทรมานที่กัดกินจิตใจของนักอนุรักษ์หนุ่ม
ชาติแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย สายตาคมกริบมองทะลุผ่านหน้าต่างกระจกที่ฝุ่นเกาะหนาออกไปด้านนอก "วงการนี้ไม่มีคำว่ามิตรแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับคุณกรณ์ ขนาดพ่อของคุณยังเคยไว้ใจคนผิดมาแล้วเลย... แต่สำหรับหนูรัญยาคนนั้น ผมว่าเธอกำลังเล่นเกมที่ใหญ่เกินตัว และอาจจะกำลังเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันเก่าแล่นมาจอดเทียบท่าหน้าตึก ชาติส่งสัญญาณมือให้กรณ์เงียบกริบ ก่อนจะชักปืนพกสั้นออกจากเอว ตรวจกระสุนภายในด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว ท่าทีของอดีตสายสืบผู้เจนจัดในยุทธจักรแสดงออกถึงความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ทุกเมื่อ
"เราต้องย้ายที่กบดานทันที ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว" ชาติกล่าวสั้นๆ พลางเปิดประตูหนีไฟด้านหลังห้อง
ทั้งสองลัดเลาะลงมาตามบันไดแคบที่ส่งกลิ่นอับชื้น ท่ามกลางความมืดมิดของตึกร้าง กรณ์ก้าวเดินตามหลังชาติอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความกดดัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัว สมุดบันทึกของพ่อที่เขายังถอดรหัสไม่หมด และไฟล์ข้อมูลลับในแฟลชไดรฟ์ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ คือความหวังเดียวที่จะล้างมลทินให้ครอบครัว
ระหว่างที่กำลังจะก้าวขึ้นไปบนหลังรถกระบะที่ชาติเตรียมไว้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างแผ่วเบา หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ กลับทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบลงในพริบตา
*‘ถ้ารู้รักตัวกลัวตาย จงหยุดหาหลักฐาน แล้วมาหาผมที่โกดังเก่าท่าเรือร้างคนเดียว... ไม่อย่างนั้น รัญยาจะไม่รอด’*
กรณ์ชะงักก้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นดิน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สายตาของชาติหันมามองด้วยความสงสัยทันทีที่เห็นท่าทีเปลี่ยนไปของชายหนุ่ม
"มีอะไรครับคุณกรณ์?" ชาติถามเสียงต่ำ
กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความขัดแย้งระหว่างการรักษาชีวิตตัวเองเพื่อนำความจริงมาเปิดเผย กับการต้องยحชีวิตของผู้หญิงที่เขาเพิ่งปฏิเสธความไว้ใจ กำลังปะทะกันอย่างรุนแรงในห้วงความคิด
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 32
ความช่วยเหลือจากมิตรแท้
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!