เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 17

วิเคราะห์หลักฐาน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รัญยา... และไอความร้อนจากกองเพลิงนี้ มันมากพอที่จะเผาผลาญเราให้กลายเป็นจุลได้ทั้งคู่" เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวบนโต๊ะไม้มะเกลือสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเขา เงาทอดยาวไปตามผนังห้องที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือโบราณ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดชนิดที่แทบจะใช้มีดกรีดลงไปในอากาศได้ รัญยาไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำเตือนนั้น หญิงสาวในชุดสูทสีเทาเข้มกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ดวงตาคู่คมจ้องมองสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะ มันคือวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่พวกเขาเพิ่งเสี่ยงชีวิตไปแย่งชิงมาเมื่อคืนนี้ "ถ้าฉันกลัวไฟ ฉันคงไม่เลือกมาเป็นนักข่าวสายสืบสวนหรอกครับ... คุณกรณ์" รัญยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความท้าทาย "แต่สิ่งที่คุณกำลังถืออยู่นั่นต่างหาก ที่มันไม่ได้เป็นแค่กระดาษเก่าๆ แต่เป็นชนวนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายล้างคนครึ่งค่อนเมือง หากเราเปิดมันออกดู" กรณ์ถอนหายใจยาว แววตาคู่คมทอดมองลงไปยังสมุดบันทึกเล่มนั้น มือหนาสวมถุงมือผ้าสีขาวหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่ามันจะสลายกลายเป็นฝุ่นผง ทุกย่างก้าวของการไขปริศนาการตายของพ่อแม่เขา มีเงาดำปริศนาคอยบงการอยู่เบื้องหลัง และสมุดเล่มนี้... คือกุญแจดอกแรกที่จะไขไปสู่ความจริงอันดำมืด เขากางหน้ากระดาษแผ่นแรกออก กลิ่นอายของกาลเวลาและกระดาษเก่าโชยแตะจมูก ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มเริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา แต่ลายมืออันเป็นเอกลักษณ์นั้นยังคงคมชัด กรณ์กวาดสายตาอ่านทีละบรรทัดอย่างพินิจพิเคราะห์ ทุกตัวอักษรคือหลักฐานหยดเลือด น้ำตา และความลับที่ถูกฝังกลบไว้ร่วมทศวรรษ รัญยาเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองข้อความในหน้ากระดาษนั้นด้วยความกระวนกระวายใจ "เจออะไรไหมครับ... หรือว่ามันเป็นแค่บันทึกประจำวันไร้สาระ" "ไม่ใช่..." กรณ์ตอบเสียงเครือ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสะดุดตากับชื่อที่ปรากฏอยู่มุมขวาล่างของหน้ากระดาษ "นี่ไม่ใช่บันทึกธรรมดา แต่มันคือบัญชีหนังหมา... บัญชีรายชื่อของบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังการฮุบที่ดินและคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสิบปีก่อน" นิ้วเรียวของกรณ์ชี้ไปยังบรรทัดหนึ่ง รัญยาเพ่งมองตาม ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นชื่อที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้ากระดาษนั้น ชื่อของ 'ท่านประธานสพล' นักธุรกิจหมื่นล้านผู้กว้างขวางและเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับมูลนิธิการกุศลหลายแห่ง ปรากฏหราอยู่เคียงคู่กับลายเซ็นและตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับ "ท่านสพล..." รัญยาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเก้อเขินว่าแม้แต่การเปล่งเสียงออกมาดังๆ อาจดึงดูดสายตาของมัจจุราชให้หันมามอง "เป็นไปได้หรือครับ คนที่ฉากหน้าใจบุญสุนทานและช่วยเหลือสังคม กลับมีชื่อพัวพันกับการฆาตกรรมพ่อแม่ของคุณ" "อำนาจและเงินตรา สามารถสร้างหน้ากากที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้มนุษย์ได้เสมอ รัญยา" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ในก้นบึ้งของหัวใจเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ "พ่อของฉันเคยเตือนเรื่องนี้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต... ท่านบอกว่ากำลังขุดคุ้ยเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้ และสุดท้าย... ท่านก็ต้องแลกด้วยชีวิต" กรณ์พลิกหน้ากระดาษต่อไปอย่างรวดเร็ว กระดาษส่งเสียงกรอบแกรบยามต้องสัมผัส ทุกหน้าที่พลิกผ่านเผยให้เห็นรายชื่อเพิ่มเติม ทั้งนักการเมืองระดับประเทศ นายตำรวจผู้ใหญ่ และผู้พิพากษาชื่อดัง ทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุจริตข้ามชาติกลุ่มนี้ แต่แล้ว... มือของกรณ์ก็ต้องชะงักกึก เมื่อพลิกมาถึงหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก หน้ากระดาษหนานั้นถูกผนึกติดกันด้วยกาวเก่าๆ ที่เริ่มเสื่อมสภาพ กรณ์ใช้มีดพกขนาดเล็กค่อยๆ แซะขอบกระดาษออกอย่างระมัดระวัง รัญยาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง เสียงนาฬิกาแขวนผนังดังติ๊กต็อกราวกับเป็นเสียงนับถอยหลัง แคว่ก... เสียงกระดาษแยกตัวออกจากกันเผยให้เห็นข้อความที่ถูกซ่อนไว้เป็นชั้นสุดท้าย ลายมือในหน้านี้แตกต่างจากหน้าอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง มันหวาดระแวง หวัด และเขียนด้วยความรีบร้อน *‘หากใครได้อ่านบันทึกเล่มนี้ จงรู้ไว้เถอะว่า... พวกมันไม่ได้มีแค่กลุ่มคนในประเทศนี้ เส้นสายของมันโยกย้ายไปถึงองค์กรระดับโลก และคนที่สั่งฆ่าฉัน... แท้จริงแล้วก็คือคนใกล้ตัวที่พวกเธอไว้ใจมากที่สุด’* กรณ์ขมวดคิ้วแน่น สมองกำลังประมวลผลข้อความดังกล่าว 'คนใกล้ตัวที่ไว้ใจมากที่สุด' หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าในกลุ่มคนที่เราคิดว่าเป็นมิตร แท้จริงแล้วมีหนอนบ่อนไส้อยู่? ทันใดนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอกหน้าห้องทำงาน เสียงนั้นไม่ได้มาจากการเดินปกติ แต่มันคือฝีเท้าของคนที่พยายามเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและรวดเร็ว ราวกับหน่วยจู่โจมที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รัญยาหน้าถอดสี เธอหันขวับไปมองที่ประตูไม้บานหนาทันที "กรณ์... คุณได้ยินเสียงนั่นไหมครับ?" กรณ์ไม่ตอบ เขาดับโคมไฟบนโต๊ะทำงานทันที ความมืดเข้าปกคลุมห้องในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดเตือนภัยให้เขารู้ตัวว่า พวกเขากำลังตกอยู่ในอันตรายขั้นสูงสุด สมุดบันทึกเล่มนี้ถูกพบร่องรอยแล้ว... และพวกมันตามมาเจอเร็วกว่าที่คาดคิด ปัง! เสียงถีบประตูไม้บานหนาดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้กลอนประตูพังกระเด็นหลุดออก เผยให้เห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทหลายคนยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ในมือของแต่ละคนถืออาวุธปืนติดลำกล้องเก็บเสียงครบมือ แสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนสาดส่องกวาดไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว กรณ์และรัญยาหมอบตัวลงต่ำแนบกับพื้นหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตึงเครียด "แยกย้ายค้นหา! ท่านสั่งมาว่า... ต้องเอาสมุดบันทึกคืนมาให้ได้ แม้ว่าจะเหลือแค่ศพของพวกมันก็ตาม!" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของหัวหน้าชุดจู่โจมดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องทีละน้อย รัญยาหันมามองหน้ากรณ์ แววตาของเธอฉายแววหวาดกลัวเป็นครั้งแรก แต่กรณ์กลับใช้มือข้างหนึ่งแตะเบาๆ ที่ไหล่ของเธอเพื่อส่งสัญญาณให้สงบสติอารมณ์ ในขณะที่มืออีกข้างค่อยๆ เอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักออกมาขึ้นลำกล้องอย่างเงียบเชียบ และในวินาทีที่แสงไฟฉายกำลังสาดส่องเข้ามาใกล้ซอกหลืบที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่นั้นเอง ประตูห้องลับด้านหลังตู้หนังสือก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับมือปริศนาข้างหนึ่งที่ยื่นออกมาจากความมืด ดึงกระชากแขนของกรณ์เข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วก่อนที่แสงไฟฉายจะส่องมาถึง! ด้วยความเคารพรักจากใจจริง - นาโนบอทมาสเตอร์ -
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%