กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงปูนซีเมนต์และคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดทึบของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วดังติ๋ง... ติ๋ง... เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของกรณ์
“คุณมาช้าไปสามนาที สภาพบุรุษนักอนุรักษ์”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดที่อับทึบที่สุดของโกดัง ร่างของชายสวมชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างสาดกระทบใบหน้าครึ่งซีก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ลากยาวจากมุมปากถึงใบหู แววตาของอีกฝ่ายคมกริบดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่
กรณ์ยืนนิ่ง สองมือสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาเล็กน้อยจากความกดดัน เขากวาดสายตามองรอบตัว ประเมินทางหนีทีไล่และตำแหน่งของบอดี้การ์ดที่อาจซ่อนอยู่
“การเดินทางในกรุงเทพฯ ยามวิกาลมักมีอุปสรรคเสมอครับ โดยเฉพาะเมื่อมีคนพยายามจัดฉากให้ผมต้องเสียเวลา” กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอที่สุด
ตัวแทนจากศัตรูหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขายกบุหรี่ขึ้นจุด แสงไฟสีส้มวาบขึ้นชั่วครู่ก่อนจะดับลง ทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันสีเทาที่ลอยละล่อง
“คุณนี่ใจกล้าดีแท้ กรณ์... กล้าเอาตัวเองมาเสี่ยงในที่แบบนี้เพียงเพื่อภาพวาดโบราณชิ้นเดียวที่อาจจะไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ” ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหยุดยืนห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือ “คุณกำลังตามหาความจริงที่อาจจะฝังคุณไว้ใต้ดินเหมือนพ่อแม่ของคุณเมื่อสี่สิบปีก่อนนะ”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดคมที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจของกรณ์อย่างจงใจ ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนด้วยความโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ไปอย่างปริศนาผุดวาบขึ้นมาในสมอง แต่ด้วยความสุขุมและรอบคอบที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต กรณ์จึงกัดกรามแน่น ข่มอารมณ์ความเดือดดาลนั้นไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย
“นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องมาที่นี่ครับ... เพื่อกระชากหน้ากากของคนที่อยู่เบื้องหลังความตายเหล่านั้น ออกมาสู่แสงสว่าง” กรณ์จ้องมองนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวาดกลัว
“ความสว่างเหรอ?” ชายสลับหัวเราะเยาะ “โลกใบนี้ไม่มีความสว่างหรอกครับคุณกรณ์ มีเพียงเงาที่หนาแน่นกว่า กับเงาที่บางเบากว่าเท่านั้น... และตัวแทนอย่างผม ก็คือนักจัดหาเงาเหล่านั้น”
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ออกมา วางมันลงบนโต๊ะไม้ผุกร่อนตรงกลางโกดัง “ข้างในนั้นมีบันทึกการครอบครองภาพวาด และรายชื่อของคนที่ยอมขายวิญญาณเพื่อแลกกับความอยู่รอด... รวมถึงหลักฐานว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าพ่อแม่ของคุณ”
กรณ์หรี่ตาลง มองซองเอกสารนั้นด้วยความระแวดระวัง เขารู้ดีว่ามันอาจจะเป็นกับดัก หรืออาจเป็นเหยื่อล่อให้เขาเดินเข้าสู่หุบเหวที่ไม่มีวันหวนกลับ แต่ความอยากรู้และความจริงที่โหยหามาครึ่งค่อนชีวิต ก็ดึงดูดให้เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทีละน้อย
“เงื่อนไขคืออะไรครับ?” กรณ์ถาม เสียงของเขานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“ง่ายมาก...” ตัวแทนศัตรูกระซิบข้างหูเมื่อก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี “คุณต้องหยุดตามเรื่องนี้... และมอบตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการอนุรักษ์ให้คนของเราเสียแต่โดยดี มิฉะนั้น... คนต่อไปที่จะกลายเป็นศพในแม่น้ำสายนี้ อาจจะไม่ใช่แค่ความทรงจำของคุณ แต่อาจจะเป็นคนที่คุณห่วงใยที่สุด”
ภาพใบหน้าของรัญยาผุดขึ้นมาในหัวของกรณ์ทันที ร่างกายของเขาช็อกไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม รัญยา... หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและคนที่เขาเริ่มเปิดใจให้เข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึก การที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงคนใกล้ตัวเช่นนี้ หมายความว่าพวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเขาทุกฝีก้าว
“คุณกำลังเล่นกับไฟ” กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“เปล่าเลยครับ... ผมไม่ได้เล่นกับไฟ” ตัวแทนศัตรูยิ้มเยาะที่มุมปาก “ผมกำลังจะเผาบ้านทั้งหลังต่างหาก”
ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนเก่าๆ บนเพดานโกดังที่เคยดับสนิทก็กระพริบติดๆ ดับๆ ส่งเสียงฮัมต่ำๆ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นภาพที่ทำให้กรณ์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ที่มุมเสาด้านในสุด ร่างของรัญยานั่งถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ไม้ ใบหน้าของเธอมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่โหนกแก้ม ริมฝีปากมีคราบเลือดแห้งกรัง แต่ดวงตาของเธอยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้นเช่นเดิม เธอกำลังส่ายหัวช้าๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้กรณ์หลงกล
“รัญยา!” กรณ์เผลอุทานออกมา ลืมตัวสิ้นเชิง ความสุขุมรอบคอบที่รักษาไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
ตัวแทนศัตรูหัวเราะร่าด้วยความสะใจ “ดูเหมือนว่าคุณจะเลือกคำตอบได้ช้าไปหน่อยนะครับ... เพราะตอนนี้ เกมไม่ได้อยู่ในการควบคุมของคุณอีกต่อไปแล้ว”
ในจังหวะที่กรณ์กำลังจะพุ่งตัวเข้าไปหาร่างของรัญยา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูโกดัง พร้อมกับเสียงกระชากลำกล้องปืนที่ขึ้นลำพร้อมยิงดังระงับไปทั่วบริเวณอับทึบ... และก่อนที่กรณ์จะทันได้คิดแผนการใดๆ แสงไฟหน้ารถยนต์นับสเภิดก็สาดส่องทะลุกำแพงสังกะสีเข้ามา พร้อมกับเสียงเบรกเอี๊ยดสนั่น และร่างของบุคคลปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทที่ก้าวพังประตูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า บุคคลนั้นคือคนใกล้ตัวที่สุดที่เพิ่งหักหลังเขาไปเมื่อคืนก่อน!
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 36
นัดพบในเงา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!