"ถ้าคุณคิดว่าหมากตัวนี้จะเดินไปตามกระดานที่คุณขีดเส้นไว้... คุณก็ประเมินความโลภของมนุษย์ต่ำเกินไปแล้วครับ รัญยา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องเก็บเอกสารโบราณ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเพียงใบหน้าครึ่งซีกของกรณ์ ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องมองเงาสะท้อนของหญิงสาวบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่
รัญยาชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าส้นสูงหยุดลงสนิทบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ เธอยังคงยืนหันหลังให้เขา มือเรียวบางที่ถือแฟ้มเอกสารลับชื้นเหงื่อเล็กน้อย แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ายวนและระแวดระวังในคราเดียวกัน
"คุณกรณ์นี่มักจะมีวิธีต้อนรับแขกที่คาดไม่ถึงเสมอเลยนะคะ... เอާ ขอโทษทีครับ ผมติดปากใช้คำพูดแบบคนทั่วไป" รัญยาแก้ไขประโยคตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของเธอหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "แต่ถ้าคุณหมายถึงเอกสารสิทธิ์การครอบครองพุทธรูปโบราณชิ้นนั้น... ฉันเกรงว่าคุณกำลังเข้าใจผิด"
"ความเข้าใจผิดมักสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับตลาดมืดเสมอครับ" กรณ์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาสวมสูทสีเข้มเข้ารูป ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละน้อยอย่างมั่นคง "แต่สิ่งที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ใช่เรื่องเอกสารของกลางมูลค่าร้อยล้านนั่นหรอกครับ... รัญยา... หรือผมควรเรียกว่า 'ผู้ประสานงานหมายเลขสาม' ดีล่ะครับ?"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา รัญยาไม่แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น เธอยังคงรักษาความนิ่งสงบได้อย่างน่าทึ่ง ทว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและปลายนิ้วที่จิกเข้ากับสันแฟ้มจนขาวซีด กลับทรยศความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ
"คุณกำลังพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ กรณ์" เสียงของเธอราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย "เพราะคุณสูญเสียพ่อแม่ไปกับเหตุการณ์ปล้นพิพิธภัณฑ์เมื่อสี่ปีก่อน คุณเลยระแวงทุกคนที่เข้ามาพัวพันกับคดีนี้อย่างนั้นสินะครับ... อ่า ขออภัย ผมติดเชื้อความสุภาพของคุณมาโดยไม่รู้ตัว" เธอยิ้มเยาะ พยายามพลิกเกมกลับมาควบคุมสถานการณ์
"พ่อแม่ของผมไม่ได้ตายเพราะการปล้นธรรมดา... และคุณก็รู้ดีกว่าใครว่า คืนนั้นใครคือคนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น" กรณ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่มันกลับเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "แผนการที่คุณใช้เพื่อล่อให้ผมออกมาติดกับที่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อคืนซืน... เป็นแผนที่แนบเนียนมากครับ น่าเสียดายที่คุณประเมินความผูกพันที่ผมมีต่อสมบัติของชาติสูงเกินไป... ผมรู้ว่านั่นคือของปลอมตั้งแต่แรกแล้ว"
รัญยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เปลือกตากระตุกวูบ นั่นคือจุดอ่อนเพียงเสี้ยววินาทีที่กรณ์เฝ้ารอคอยมาตลอด
"คุณ... รู้ได้อย่างไร?" น้ำหลุดจากปากของเธอโดยไม่รู้ตัว
"เพราะของแท้ ไม่เคยถูกย้ายออกจากห้องนิรภัยใต้ดินแห่งนี้เลยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495... และคนที่รู้รหัสผ่านนิรภัยชุดนั้น มีเพียงแค่คนในตระกูลของผม กับ... สายลับสองหน้าองค์กรของคุณที่แฝงตัวมาเป็นนักข่าวสาวดาวรุ่ง" กรณ์เอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนสันแฟ้มเอกสารในมือเธอ ก่อนจะดึงมันออกมาอย่างง่ายดายโดยที่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะขัดขืน
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลระหว่างนักล่าและเหยื่อที่สลับบทบาทกันไปมา
"ถ้ารู้แล้วทำไมคุณถึงยังยอมตามเกมฉันมาถึงที่นี่?" รัญยาผ่อนลมหายใจยาวออกมา เธอเลิกแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง รอยยิ้มเย้ายวนถูกแทนที่ด้วยแววตาเย็นชาและดุดัน เธอยกมือขึ้นทัดผมทุยสวย ท่าทีเปลี่ยนเป็นหญิงสาวผู้ทรงอำนาจทันที "คุณคิดว่าการเอาตัวเข้ามาอยู่ในรังของเสือ จะทำให้คุณจับเสือมือเปล่าได้หรือไงกรณ์? รอบตัวคุณตอนนี้ ถูกปิดล้อมไว้หมดแล้ว... หน่วยรบพิเศษขององค์กรกำลังจะมาถึงในอีกเจ็ดนาทีข้างหน้า"
"เจ็ดนาที?" กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าผมจะปล่อยให้ตัวเองเดินเข้าสู่ทางตันโดยไม่มีทางหนีทีไล่?"
ชายหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดหน้าจอเพียงครั้งเดียว ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดรอบคุกใต้ดินและลานจอดรถก็ปรากฏขึ้น บนหน้าจอแสดงให้เห็นกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธครบมือ กำลังถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและตำรวจกองปราบปรามพิเศษเรียบร้อยแล้ว กุญแจมือเหล็กถูกสวมใส่ทีละคนอย่างเป็นระเบียบ
สีหน้าของรัญยาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที เลือดในกายของเธอดูเหมือนจะเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"เป็นไปไม่ได้... แผนการนี้ถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด!" เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่า
"ไม่มีความลับไหนที่เป็นนิรันดร์หรอกครับรัญยา... โดยเฉพาะความลับที่ถูกสร้างขึ้นบนความโลภ" กรณ์ก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว ปล่อยให้เธอยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง "ที่คุณเห็นในวิดีโอนั่น... คือ 'แผนซ้อนแผน' ที่ผมใช้เวลาเตรียมการมานานถึงแปดเดือน เพื่อกระชากหน้ากากองค์กรที่คุณสังกัดออกมาสู่แสงสว่าง"
ดวงตาของรัญยาฉายแววหวาดกลัวเป็นครั้งแรก เธอย่างสามขุมถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือโบราณ "คุณมันปีศาจ... กรณ์ คุณหลอกใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อตั้งแต่วันแรก!"
"ผมแค่ทำในสิ่งที่นักอนุรักษ์สมควรทำ... ปกป้องสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา และกำจัดเศษซากที่คอยกัดกร่อนประวัติศาสตร์" กรณ์หันหลังให้เธอ เตรียมจะเดินออกจากห้องเพื่อปล่อยให้เจ้าหน้าที่เข้ามารับช่วงต่อ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับกลอนประตู เสียงปรบมือเบาๆ ช้าๆ และเยือกเย็น ก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่สุดของห้อง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
กรณ์หยุดชะงัก ร่างกายทุกส่วนเกร็งค้างในทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับรัญยาเสียอีก กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนขนลุกซู่
"ช่างเป็นแผนการที่งดงามและน่าประทับใจจริงๆ ครับ... คุณกรณ์"
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมแว่นตากันแดดสีชา ก้าวออกมาจากเงาของเสาหินอัคนีโบราณ ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าขนพองสเกล
รัญยาที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่ถึงกับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ เธอพึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา "ท่าน... ท่านประธาน..."
กรณ์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อตระหนักได้ว่า... หมากกระดานนี้ไม่ได้มีแค่เขากับรัญยา และสิ่งที่เขาคิดว่าเป็น 'จุดจบ' ของศัตรู แท้จริงแล้ว... มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเกมมรณะที่แท้จริงเท่านั้นเอง
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 35
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!