"คุณกำลังโกหกผม รัญยา"
เสียงของกรณ์ลอดผ่านความเงียบงันของห้องใต้ดินอับชื้น แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของกำแพงอิฐมอญโบราณ ทอดเงาทอดยาวของชายหนุ่มให้ทาบทับร่างระหงของหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบของกรณ์จ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ พยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น รัญยาไม่ได้หลบสายตา เธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เขายังคงไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันคือความเย้ยหยันหรือความจริงใจ
"ความจริงคือสิ่งที่คุณไม่อยากรับฟังต่างหากล่ะ กรณ์" รัญยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนน่าหมั่นไส้ "คุณใช้ชีวิตอยู่กับซากโบราณวัตถุและอดีตที่ตายไปแล้ว จนมองไม่เห็นว่าโลกข้างนอกมันหมุนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เอกสารในแฟ้มนั้นไม่ได้บอกว่าใครฆ่าพ่อแม่ของคุณ แต่มันกำลังบอกว่า... คนที่คุณไว้วางใจที่สุดต่างหากที่เป็นคนผลักพวกท่านลงไปในหลุมศพ"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผลเป็นลึกในใจ กรณ์รู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่สูบฉีดอย่างรุนแรง มือขวาที่กำแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าสั่นเทาเล็กน้อย ความเชื่อใจที่เขามีต่อเธอนับตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาพัวพันกับปริศนากล่องกาลเวลานี้ กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ความระแวงสงสัยกัดกินหัวใจของเขาจนแทบหายใจไม่ออก แต่ทว่า... สัญชาตญาณดิบภายในตัวกลับกรีดร้องเตือนสติว่า หากพวกเขาแตกคอกันในเวลานี้ ความลับทั้งหมดที่พ่อแม่ของเขาแลกมาด้วยชีวิตก็จะสูญหายไปตลอดกาล
พวกเขาทั้งคู่ต่างตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา เบื้องหลังคือความลับอันดำมืดขององค์กรลับที่ตามล่าพวกเขาราวกับเงาตามตัว เบื้องหน้าคือทางแยกที่ไม่อาจหันหลังกลับได้อีกแล้ว
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาผ่อนคลายมือที่กำแน่นลงทีละน้อย สายตาที่เคยมองเธอด้วยความโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและระแวดระวัง
"ต่อให้สิ่งที่คุณพูดจะเป็นเรื่องโกหกคำโต หรือมีความจริงเพียงครึ่งเดียวปะปนอยู่..." กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อม "เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อด้วยกัน... รัญยา จำไว้ว่าถ้าคุณคิดจะตลบหลังผม ผมจะลากคุณลงเหวไปพร้อมกับผมด้วย"
รัญยาชะงักไปชั่วครู่ รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของเธอจางหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกลับมาคุมสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะลงบนแฟ้มหนังสภาพเก่าในมือเขา ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านหลังมือของเขาเบาๆ สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่ชวนให้ไขว้เขวท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด
"ฉันไม่ใช่คนโง่พอที่จะฆ่าตัวตายหรอกนะ กรณ์" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนแทบชิดใบหูของเขา "ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริง... ก็จงเดินตามฉันมาเงียบๆ แล้วหยุดตั้งคำถามงี่เง่าเสียที"
พูดจบ รัญยาก็หันหลังให้แล้วเดินนำลึกลงไปในความมืดของอุโมงค์ใต้ดิน โดยไม่หันกลับมามองว่าเขากำลังตามมาหรือไม่ กรณ์ยืนนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงกับการสูญเสียเบาะแสชิ้นสุดท้าย เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนจะสาวเท้าก้าวเดินตามเงาร่างของหญิงสาวไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวาน ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังชีวิตของพวกเขา
อุโมงค์แคบลงเรื่อยๆ อากาศเริ่มเบาบางและมีกลิ่นอัปชื้นของดินโคลนผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ แสงจากตะเกียงในมือของรัญยาฉายให้เห็นร่องรอยการขุดเจาะด้วยมือบนผนังหิน ซึ่งเป็นฝีมือของมนุษย์โบราณเมื่อหลายร้อยปีก่อน กรณ์กวาดสายตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณนักอนุรักษ์บอกเขาว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ห้องใต้ดินธรรมดา แต่มันคือห้องนิรภัยลับที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน และบางที... มันอาจเป็นสถานที่เดียวกับที่พ่อแม่ของเขาเคยยืนอยู่ก่อนจะหายสาบสูญไป
ผ่านพ้นทางโค้งหักศอก รัญยาหยุดเดินกะทันหันจนเกือบทำให้กรณ์ชนเข้ากับแผ่นหลังของเธอ หญิงสาวชูตะเกียงขึ้นสูง แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบกับวัตถุขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
มันคือประตูหินทรงกลมขนาดใหญ่ สลักลวดลายกลไกฟันเฟืองและสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนเกินกว่ายุคสมัยนั้นจะสร้างขึ้นได้ ตรงกลางประตูมีร่องรอยการฝังวัตถุทรงกระบอกบางอย่าง ซึ่งมีขนาดและรูปร่างพอ100% กับ "กุญแจกาลเวลา" ที่กรณ์เก็บรักษาไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขา
รัญยาหันกลับมามองเขา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและความระแวงระคนกัน "ถึงเวลาแล้ว กรณ์... ไขประตูนี้ซะ แล้วความจริงทั้งหมดที่คุณตามหาจะปรากฏ"
กรณ์หยิบวัตถุทรงกระบอกโลหะเย็นเฉียบออกมาจากกระเป๋า เขามองมันสลับกับช่องว่างบนประตูหิน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางอันยาวนานนี้ แต่มันก็อาจเป็นกับดักมรณะที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อฝังกลบพวกเขาไว้ชั่วนิรันดร์
ในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปเสียบกุญแจลงในร่องล็อค เสียงฝีเท้าฝลุกฝลักหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ด้านหลังที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา ตามด้วยเสียงกระชากลำกล้องปืนพกที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"หยุดตรงนั้น! ยกมือขึ้นทั้งสองคน!"
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 28
ทางแยกของความสัมพันธ์
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!