เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 5

เงาปริศนา

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"คุณกำลังทำให้เราตกเป็นเป้าสายตา รัญยา" เสียงกระซิบของกรณ์ลอดผ่านไรฟัน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่มั่นคง ขณะที่สายตาคู่คมยังคงจดจ้องสะท้อนเงาของตนเองลงบนกระจกมองข้างของรถยนต์ซีดานสีเข้มคันหนึ่งที่จอดนิ่งสนิทอยู่ฝั่งตรงข้าม ความเงียบงันภายในห้องโดยสารของรถเก๋งคันเล็กที่พวกเขาใช้เป็นยานพาหนะชั่วคราวคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ จากสมุดบันทึกที่รัญยาวางทิ้งไว้บนตัก ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานไปกับจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ที่เพิ่งถูกดับลง รัญยาชะงักมือที่กำลังจะหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุด เธอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักซ่อนความลับมากกว่าจะเปิดเผยความจริง "เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ฉัน... และแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ที่คุณผู้ชายผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างคุณหรอก กรณ์ แต่สิ่งที่เราถืออยู่ในมือต่างหาก คือสิ่งที่พวกมันต้องการ" นิ้วเรียวของหญิงสาวเคาะเบาๆ ลงบนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ซุกอยู่ใต้เบาะนั่ง เอกสารที่พวกเขาเพิ่งได้มาจากห้องทำงานลับของหอศิลป์เมื่อไม่กี่นาตรีก่อน มันบรรจุภาพถ่ายฟิล์มกระจกโบราณและบันทึกการซื้อขายโบราณวัตถุเมื่อสามสิบปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่พ่อแม่ของกรณ์จะเสียชีวิตในอุบัติเหตุเพลิงไหม้ปริศนา กรณ์ไม่ตอบคำถาม เธอพูดถูก ครึ่งหนึ่งของความคิดเขากำลังวนเวียนอยู่กับอดีตที่ถูกเผาไหม้ ความทรงจำสีเทาที่ตามหลอกหลอนเขาทุกค่ำคืน ภาพเปลวเพลิงที่กลืนกินห้องสมุดโบราณและชีวิตของบุพการี พ่อของเขาเคยเตือนเรื่อง "กลุ่มบุคคลที่ซ่อนตัวอยู่หลังเงาของกาลเวลา" คำพูดที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงอาการหลอนของผู้สูงวัย แต่วันนี้... เงานั้นกำลังทอดยาวมาเบื้องหน้าพวกเขาจริงๆ แล้ว "เรากำลังถูกตาม" กรณ์พูดขึ้นทำลายความเงียบ เขาไม่ได้หันไปมองรัญยา แต่สายตาจับจ้องไปยังกระจกมองหลัง รถกระบะสีดำติดฟิล์มทึบที่แล่นตามพวกเขามาจากย่านหอศิลป์ เลี้ยวเข้ามาจอดหลบมุมอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปสามช่วงตึก มันไม่ได้เปิดไฟหน้า ไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกว่าผู้ขับขี่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบ ทว่าความนิ่งสนิทนั้นกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการขับไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง "รู้ไหมคะ..." รัญยาหันมามองเขา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมถนน "บางทีการรู้ความจริง อาจจะน่ากลัวกว่าการใช้ชีวิตอยู่กับความไม่รู้เสียอีก คุณยังถอยทันนะกรณ์ หากคุณจะลงจากรถคันนี้ตอนนี้ แล้วปล่อยให้ฉันจัดการเรื่องทั้งหมดคนเดียว" กรณ์หันขวับมามองเธอ สายตาของนักอนุรักษ์ผู้สุขุมฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน "คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทไหน รัญยา? ทิ้งผู้หญิงไว้ข้างหลังท่ามกลางอันตรายเพื่อเอาตัวรอดงั้นหรือ? นั่นไม่ใช่สุภาพบุรุษ... และไม่ใช่สิ่งที่ผมทำ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของเขาทำให้รัญยาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอไหววับคล้ายมีความรู้สึกบางอย่างประเดประดังเข้ามา แต่รอยยิ้มเย้ยหยันก็ถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนไว้อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของคนข่าวที่ต้องเกราะกำบังตัวเองอยู่เสมอ "ความหยิ่งทะนงของคุณนี่มัน... น่ารำคาญเสียจริงนะคะ กรณ์" เธอบ่นพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้ม "เตรียมตัวให้ดี" กรณ์กล่าวเสียงเครียด มือหนากระชับพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว "เราจะไม่ออกรถทางตรง ถ้าพวกมันต้องการเกมวิ่งไล่จับ เราจะพาพวกมันเข้าไปในเขาวงกต" ทันทีที่สิ้นคำพูด กรณ์ก็บิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์จนส่งเสียงคำรามก้อง เขาสับเกียร์แล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวกลับรถอย่างกะทันหันพุ่งทะยานเข้าสู่ตรอกแคบๆ ของย่านเมืองเก่าทันที กำแพงตึกโบราณอิฐมอญสีแดงสองข้างทางขนาบข้างจนแทบจะเบียดเสียดกระจกมองข้าง รถเก๋งพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพื่อตัดผ่านเส้นทางซับซ้อนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยเด็ก ผ่านพ้นมุมตึกแคบๆ แสงไฟหน้ารถกระบะคันเดิมก็สาดส่องตัดผ่านความมืดตามมาติดๆ ระยะห่างลดลงอย่างน่าใจหาย เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นถนนลาดยางดังเอี๊ยดอ๊าดสะท้อนก้องไปทั่วตรอกเปลี่ยว หัวใจของรัญยาเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แม้เธอจะเป็นคนกล้าหาญและผ่านสนามข่าวอาชญากรรมมาโชกโชน แต่สถานการณ์ที่ถูกล่าโดยบุคคลนิรนามในยามวิกาลเช่นนี้ กลับให้ความรู้สึกต่างออกไป มันคือความหนาวเหน็บที่คืบคลานมาจากความตายที่ไร้ตัวตน "พวกมันไม่ได้แค่สะกรอยตาม..." กรณ์กัดฟันกรวด ดวงตาเป็นประกายคมกริบยามมองกระจกมองหลัง "พวกมันกะจะบีบเราให้จนมุม" รถกระบะคันนั้นเร่งเครื่องคำรามเสียงดังสนั่น มันพุ่งเข้ามาประชิดท้ายรถของพวกเขา ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตร แรงกระแทกเบาๆ จากด้านหลังทำให้ตัวรถสั่นสะเทือน รัญยาหวีดร้องออกมาเบาๆ มือข้างหนึ่งคว้าจับที่จับเหนือประตูแน่นเพื่อทรงตัว "กรณ์ ระวัง!" แต่ก่อนที่กรณ์จะทันได้หักหลบเข้าสู่ถนนสายหลักที่อยู่ข้างหน้า เสียงเบรกเอี๊ยดลากยาวก็ดังขึ้นตัดหน้า รถตู้ทึบสีขาวคันหนึ่งพุ่งออกมาจากซอยมืดด้านข้างอย่างกะทันหัน ปิดตายเส้นทางหนีของพวกเขาเอาไว้ทั้งหมด ไม่เหลือช่องว่างให้ขยับเขยื่อน! กรณ์เหยียบเบรกมิดล้อ รถเก๋งไถลไปกับพื้นถนนก่อนจะหยุดสนิทห่างจากหน้ารถตู้ไม่ถึงคบใจความ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงคำรามเบาๆ และควันจางๆ ที่ลอยขึ้นจากล้อรถ พวกมันต้อนพวกเขาเข้ามาในกรงขังกลางแจ้งอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ประตูด้านข้างของรถตู้สีขาวเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวลงมาจากรถ แสงไฟจากเสาไฟสลัวสาดส่องลงบนใบหน้าครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกที่ลากยาวจากโหนกแก้มลงมาถึงกราม แววตาคู่นั้นเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับมองซากสิ่งของที่ไร้ชีวิต กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกระงับความตื่นตระหนก เขาปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างใจเย็น แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว รัญยาหันมามองเขา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็เอื้อมไปหยิบมีดพกขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อโค้ทขึ้นมาเตรียมพร้อม ชายร่างมีแผลเป็นก้าวเข้าไปใกล้รถของพวกเขาเรื่อยๆ รองเท้าหนังกระทบพื้นถนนเป็นจังหวะหนักแน่นน่ากลัว เขาก้มตัวลงมองผ่านกระจกด้านข้างที่ปิดสนิท ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะกระจกเบาๆ สามครั้ง ราวกับเป็นการเคาะระฆังส่งสัญญาณบอกเวลาแห่งจุดจบ แต่ก่อนที่ชายคนนั้นจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ประตูฝั่งคนขับก็เปิดผางออกอย่างแรง กระแทกเข้ากับลำตัวของชายร่างใหญ่จนเซถอยหลังไปหลายก้าว กรณ์ก้าวลงมาจากรถ ยืนตระหง่านบังรัญยาไว้เบื้องหลัง แม้รูปร่างจะไม่ได้กำยำเท่าฝ่ายตรงข้าม แต่รัศมีและความนิ่งงันในแววตาของนักอนุรักษ์หนุ่มกลับทำให้ชายผู้สะบรอยตามชะงักไปชั่วขณะ "พวกแกต้องการอะไร" กรณ์ถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย ชายมีแผลเป็นยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองผ่านไหล่ของกรณ์ไปยังร่างของรัญยาที่นั่งอยู่ภายในรถ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์เย็นเฉียบลงในพริบตา "นายท่านฝากมาบอกว่า... แฟ้มเล่มนั้นในมือคุณ มันเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณควรจะเผาทิ้งเสีย เหมือนกับที่พ่อแม่ของคุณเคยถูกเผาเมื่อสามสิบปีก่อน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ - นาโนบอทมาสเตอร์ -
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%