เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 6

ความลับของห้องใต้ดิน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
“ถ้าคุณยังก้าวขาด้วยความเร็วระดับเต่าคลานแบบนี้ เกรงว่าเราคงจะได้นอนกอดโครงกระดูกของบรรพบุรุษคุณในห้องใต้ดินแทนที่จะได้เอกสารนะครับ คุณกรณ์” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดผ่านริมฝีปากของรัญยาเจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนขบขัน เธอหยุดยืนแนบแผ่นหลังชิดกับเสาหินอ่อนอายุกว่าศตวรรษภายในโถงกลางของหอศิลป์แห่งชาติ ความมืดมิดยามวิกาลทำให้โครงร่างสถาปัตยกรรมคลาสสิกดูคล้ายเงาอสุรกายที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ผู้บุกรุก ดวงตาคู่คมของนักข่าวสาวภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชา (แม้จะอยู่ในที่มืด) กวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง กรณ์ชะงักฝีเท้า ลมหายใจของชายหนุ่มผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก เขามองรัญยา—หญิงสาวผู้มีมันสมองเฉียบคมราวกับใบมีดโกนแต่กลับเดาใจยากยิ่งกว่าเขาวงกต—ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปประชิดเธอจนระยะห่างแทบไม่เหลือ “ความเร็วระดับเต่าคลานที่ว่า กำลังทำให้เรายังไม่ถูกยามรักษาความปลอดภัยเป่าสมองด้วยกระสุนยางนะครับ คุณรัญยา”กรณ์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อสื่อความหมายบางอย่าง “จำไว้ว่าเรามาหาหลักฐาน ไม่ได้มาวิ่งแข่งในงานกีฬาสี” รัญยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปฏิกิริยาของเธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับยกมือขึ้นจัดปกเสื้อโค้ตกันหนาวของกรณ์ด้วยท่าทางยียวน “ความระมัดระวังของคุณบางครั้งมันก็ล้ำเส้นจนกลายเป็นความขี้ขลาดตาขาวนะครับ... เอาล่ะ ทางสะดวกแล้ว ประตูเหล็กดัดด้านขวาที่เชื่อมต่อไปยังบันไดวนลงห้องใต้ดินถูกปลดล็อกตามที่คุณวางแผนไว้เป๊ะๆ เชิญครับ สุภาพบุรุษนำทางก่อนเลย” บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นระรัว กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและกลิ่นสีน้ำมันเก่าๆ ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นยามค่ำคืน สำหรับกรณ์แล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่หอศิลป์เก็บงานศิลปะทรงคุณค่า แต่มันคือสถานที่ฝังรากเงื่อนงำการตายปริศนาของพ่อแม่เขาเมื่อสี่ทศวรรษก่อน ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ จึงเต็มไปด้วยน้ำหนักแห่งความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน ทั้งคู่ลัดเลาะผ่านห้องแสดงภาพวาดร่วมสมัยที่เงียบเชียบ เงาของรูปปั้นสำริดทอดตัวยาวน่าขนลุกบนผนัง รัญยาเดินตามหลังกรณ์โดยทิ้งระยะห่างไม่ถึงก้าว มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกระชับไฟฉายขนาดเล็กในมือแน่น แม้ปากจะพูดจาหยอกล้อเพื่อลดความตึงเครียด แต่สัญชาตญาณนักข่าวของเธอกำลังทำงานเต็มพิกัด ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวรับรู้ถึงความผิดปกติรอบกาย เมื่อมาถึงประตูเหล็กดัดลายโบราณที่ซ่อนอยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ม กรณ์หยุดยืนชั่วครู่ เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่ข้อมือซ้ายโดยไม่รู้ตัว—อาการประหม่าที่มักเกิดขึ้นเวลาที่เขากำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวด “คุณมั่นใจนะว่ารหัสผ่านที่ได้มาจากสมุดบันทึกของพ่อคุณ จะใช้เปิดตู้เซฟในห้องใต้ดินนั่นได้จริงๆ?” รัญยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเป็นครั้งแรก ความเย้าแหย่หายวับไป เหลือเพียงความกังวลที่ฉายชัดผ่านน้ำเสียง “ผมไม่มีทางเลือกอื่น และคุณก็รู้ดีกว่าใคร” กรณ์หันมาสบตาเธอนิ่ง “ถ้าเอกสารเกี่ยวกับโครงการ ‘โครโนส’ ไม่ได้อยู่ที่นั่น ชีวิตที่เราพยายามขุดคุ้ยกันมาทั้งหมดก็คงเป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระ” นิ้วมือเรียวยาวของกรณ์จัดการไขกุญแจและหมุนรหัสผ่านอย่างคล่องแคล่ว เสียงกลไกโลหะด้านในขยับรับกันดัง ‘คลิก... คลิก...’ เบาๆ ก่อนที่ประตูเหล็กจะค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ราวกับมันรอคอยการมาเยือนของทายาทตระกูลนี้มานานแสนนาน กลิ่นอับของกาลเวลาและกระดาษเก่าพวยพุ่งออกมาทันทีที่ประตูเปิดกว้างขึ้น รัศมีลำแสงสีขาวนวลจากไฟฉายส่องผ่าความมืดของบันไดวนที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงให้กับจิตใจ ก่อนจะก้าวเท้าเหยียบขั้นบันไดไม้ขั้นแรก รัญยาขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือข้างหนึ่งแตะข้อศอกของเขาไว้เบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอพร้อมจะลุยไปกับเขาในความมืดมิดเบื้องล่างนี้ แม้ลึกๆ แล้วเธอจะรู้ดีว่าความลับที่รออยู่ข้างล่างอาจไม่ใช่สิ่งที่ทั้งคู่พร้อมจะแบกรับก็ตาม ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงข้างกันลงไปทีละขั้น เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน ห้องใต้ดินกว้างขวางปรากฏแก่สายตาเมื่อลำแสงไฟฉายกวาดผ่านตู้เก็บเอกสารเหล็กเรียงรายและโต๊ะทำงานไม้สักที่เต็มไปด้วยหยากไย่ กรณ์กวาดสายตาสำรวจอย่างรวดเร็วก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ตู้เซฟขนาดใหญ่ฝังผนังมุมห้อง ซึ่งมีร่องรอยการใช้งานล่าสุดไม่นานมานี้ “เจอแล้ว...” กรณ์พึมพำเบาๆ เขาเดินตรงเข้าไปทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าตู้เซฟ รัญยายืนถือไฟฉายส่องสว่างให้เขาทำงานได้อย่างถนัดมือ ชายหนุ่มเริ่มหมุนแป้นรหัสตามตัวเลขที่ท่องจำขึ้นใจจากสมุดบันทึกสีน้ำเงิน บรรยากาศในห้องใต้ดินกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทุกวินาทีที่ผ่านไปเชื่องช้าดั่งกาลเวลาหยุดนิ่ง จนกระทั่งเสียง ‘กริ๊ก’ ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับการปลดล็อกของกลไกภายใน กรณ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขาดึงคันโยกตู้เซฟลงและดึงบานประตูให้เปิดออก... ภายในตู้เซฟมีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าแฟ้มหนึ่งวางอยู่โดดเดี่ยว ข้างๆ กันนั้นคือนาฬิกาพกโบราณเรือนหนึ่งที่เขารู้จักมันดี—นาฬิกาพกของคุณพ่อ กรณ์เอื้อมมือสั่นเทาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดู แสงไฟฉายส่องกระทบหน้ากระดาษแรกที่มีลายมือเขียนด้วยหมึกซึมสีดำเฉียบคม ทว่าทันทีที่สายตาของเขาไล่อ่านข้อความบรรทัดแรก หัวใจของชายหนุ่มก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม *‘รายชื่อผู้ร่วมทดลองโครงการย้อนเวลา—รหัสลับ 001: รัญยา’* กรณ์ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางกระหม่อม เขาค่อยๆ หันขวับกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนถือไฟฉายอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของรัญยาในยามนี้ไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย็นเยียบและแววตานิ่งสนิทที่สะท้อนจากแสงไฟฉาย กำลังจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่กรณ์จะทันได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทก็ถูกจ่อตรงมาที่ขมับของเขาอย่างไร้ความปรานี พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่เยือกเย็นยิ่งกว่าลมหนาวในห้องใต้ดิน “ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่คุณตามหา... นายกรณ์” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนากาลไปกับผมนะครับ *— นาโนบอทมาสเตอร์ —*
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%