เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นไม้สักเก่าคร่ำคร่า ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้หลังคา กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบฝุ่นหนาเตอะลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอกมานานนับทศวรรษ แสงสลัวจากคบเพลิงในมือของกรณ์สาดส่องทะลุความมืด เผยให้เห็นโครงร่างของกล่องไม้แกะสลักลายวิจิตรที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ซากกองผ้าใบเก่า
"คุณแน่ใจนะว่าเราควรเปิดมันตอนนี้"
รัญยาเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเธอเบาราวกับกลัวจะไปรบกวนวิญญาณที่หลับใหลอยู่ในห้องนี้ ดวงตาคู่คมของนักข่าวสาวมองตรงไปยังกล่องไม้นั้นด้วยความระแวงระวัง เธอย่อมรู้ดีว่าความจริงบางอย่าง เมื่อถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแล้ว มันมักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
กรณ์ไม่ได้หันกลับมามอง เขาคุกเข่าลงข้างกล่องไม้นั้น ช้า ๆ และด้วยความระมัดระวังราวกับกำลังสัมผัสกับวัตถุระเบิดที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ นิ้วเรียวยาวของนักอนุรักษ์ศิลปวัตถุสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสผิวไม้ที่เย็นเฉียบ ปมในใจเรื่องการตายปริศนาของพ่อแม่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ และเขารู้สึกได้ว่าคำตอบทั้งหมด กำลังนอนรออยู่เบื้องหลังฝากล่องนี้
"ถ้าเราไม่เปิดมันตอนนี้... ความตายของพวกท่านก็จะเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกที่ถูกปล่อยให้เลือนหายไปตามกาลเวลา" กรณ์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่าราบเรียบจนน่ากลัว
กุญแจดอกเล็กที่เขาบังเอิญพบในซอกหนังสือโบราณเมื่อวานนี้ถูกเสียบลงในรูกุญแจ เสียง *คลิก* เบา ๆ ดังขึ้น ราวกับเสียงตัดขาดระหว่างอดีตกับปัจจุบัน กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะดันฝากล่องให้เปิดออก
ภายในนั้นไม่ได้มีเพชรพลอยหรือสมบัติล้ำค่าใด ๆ นอกจากสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่ง ที่มุมปกถูกกะเทาะออกเล็กน้อยจนเห็นเนื้อกระดาษสีเหลืองกรอบ
รัญยาโน้มตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว สัญชาตญาณนักข่าวในตัวเธอร่ำร้องให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ความเยือกเย็นจากบรรยากาศรอบตัวกลับทำให้เธอชะงัก "สมุดบันทึกของพ่อคุณเหรอ"
"ครับ" กรณ์หยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ราวกับสิ่งนั้นคือแก้วตาและดวงใจ "ลายมือนี้... ของพ่อผมแน่"
เมื่อเขาพลิกเปิดหน้าแรก กลิ่นจาง ๆ ของหมึกซึมโบราณก็ลอยแตะจมูก ตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยความเร่งรีบแต่บรรจงปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แค่บันทึกประจำวันธรรมดา แต่เป็นบันทึกการเดินทางของความหวาดระแวง และความขัดแย้งที่ถูกปกปิดเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มอันอบอุ่นของพ่อที่เขาเคยรู้จัก
*‘วันที่ 14 ตุลาคม... ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู โครงการบูรณะโบราณสถานไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์อย่างที่พวกมันพยายามโฆษณา มีผลประโยชน์มหาศาลซ่อนอยู่เบื้องหลังคราบอิฐหักปูนพัง และคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง... อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด’*
กรณ์อ่านทวนประโยคเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองศึกตีอยู่ข้างในอก ภาพความทรงจำในวัยเด็กของพ่อผู้ใจดีและสุขุม ค่อย ๆ ถูกบิดเบือนและทับซ้อนด้วยภาพของชายผู้หวาดระแวงและแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง
รัญยาไล่สายตาอ่านข้อความในหน้าถัดไปที่กรณ์เปิดผ่าน ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "นี่มัน... ลายเซ็นของท่านองอาจนี่! พ่อของคุณกำลังร่วมมือ—หรือกำลังสืบสวน—อดีตรัฐมนตรีคนนั้นกันแน่"
"อ่านหน้าถัดไปสิครับ" กรณ์ส่งสมุดให้เธอถือประคับประคอง ขณะที่เขานวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบ ๆ ที่เริ่มเล่นงาน
รัญยาพลิกไปอีกหน้าหนึ่ง น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือเมื่ออ่านออกเสียง
*‘พวกมันต้องการครอบครองศิลาจารึกแห่งกาลเวลา ไม่ใช่เพื่อการศึกษา แต่มันคืออาวุธ... อาวุธที่สามารถบิดเบือนประวัติศาสตร์และสร้างอำนาจเหนือใคร ผมไม่อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้ แม้ว่าแลกด้วยชีวิต ผมก็ต้องขัดขวางมัน... ต่อให้คนที่ทรุดตัวลงคุกเข่าขอร้องผมให้หยุด จะเป็นคนที่ผมรักที่สุดในบ้านก็ตาม’*
สิ้นเสียงอ่านของรัญยา ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องใต้หลังคาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันอึดอัดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
"คนที่รักที่สุดในบ้าน..." รัญยาพึมพำกับตัวเอง สายตาเงยขึ้นมองหน้ากรณ์ด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "พ่อของคุณไม่ได้หมายถึง... แม่ของคุณใช่ไหม"
กรณ์นิ่งงัน ร่างกายชาวาบไปจนถึงปลายนิ้ว คำถามนั้นคือหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาอย่างจัง พ่อกับแม่รักกันมาก นั่นคือสิ่งที่เขาเห็นมาตลอดชีวิต หรือแท้จริงแล้ว... รอยยิ้มเหล่านั้นเป็นเพียงหน้ากากที่สวมเข้าหากันในบ้านหลังนี้
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังขึ้นจากบันไดชั้นล่างก็ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงทันที
*เอี๊ยด... เอี๊ยด...*
เสียงพื้นไม้ลั่นยามถูกเหยียบย่างเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทีละก้าว อย่างไม่มีความเร่งรีบ แต่มั่นคงและทรงพลัง รัญยาหน้าซีดเผือด เธอคว้าแขนกรณ์ไว้แน่นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณบอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
กรณ์หันไปมองประตูห้องใต้หลังคาที่ปิดสนิท กลอนประตูเหล็กขึ้นสนิมเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับมีใครบางคนกำลังเอื้อมมือมาแตะมันจากด้านนอก ทั้ง ๆ ที่บ้านหลังนี้ควรจะมีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
สมุดบันทึกในมือของกรณ์สั่นเทาขณะที่เขาพลิกเปิดไปที่หน้าสุดท้าย หน้ากระดาษที่เพิ่งถูกเขียนเติมเต็มด้วยหมึกที่ยังไม่แห้งสนิทดีนัก...
*‘ระวังคนที่ยืนอยู่ข้างคุณในตอนนี้... เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณค้นหาความจริง แต่เขามาเพื่อปิดปากคุณ... เช่นเดียวกับที่เคยทำกับพ่อ’*
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 13
สมุดบันทึกที่ถูกซ่อน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!