กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่ทิ่มแทงหัวใจของกรณ์อย่างรุนแรงในวินาทีนี้ กลับไม่ใช่กลิ่นของกาลเวลา หากแต่เป็นภาพเบื้องหน้า... โครงไม้แกะสลักรูปพญานาคขนดตัวบนคานบ้านที่ลอกล่อน มันคือจุดเดียวกับที่เขาเคยเงยหน้ามองด้วยความหวาดกลัว ในคืนวันที่เสียงกรีดแหลมบาดหูของมารดาและเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดของบิดาดังก้องไปทั่วห้องโถง
ฝ่ามือหนาของกรณ์สั่นเทาเล็กน้อยขณะวางลงบนพื้นไม้สักที่เย็นเฉียบ เขากำลังยืนอยู่ ณ จุดกึ่งกลางของห้องนั่งเล่นในบ้านพักตากอากาศริมเขื่อน บ้านที่ถูกปิดตายมานานเกือบยี่สิบปี บ้านหลังที่ตำรวจสรุปสำนวนว่าเป็น "อุบัติเหตุเพลิงไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร" แต่สัญชาตญาณของนักอนุรักษ์ผู้ผ่านการตรวจสอบวัตถุโบราณมานับไม่ถ้วนบอกเขาอย่างชัดเจนว่า ร่องรอยรอยไหม้สีดำบนเสาต้นนั้นไม่ใช่ผลงานของเปลวไฟธรรมชาติ แต่มันคือร่องรอยของการเผาทำลายหลักฐาน
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่ชัดเจนดังขึ้นจากทางด้านหลัง กรณ์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นรัญยา หล่อนก้าวเข้ามาในตัวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตตามเคย สัญชาตญาณนักข่าวของหล่อนทำงานเร็วกว่าสามัญสำนึกเสมอ
"คุณแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัย" เสียงของรัญยาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความระแวดระวัง หล่อนใช้ปลายนิ้วปัดหยากไย่ที่เกาะอยู่ตามกรอบหน้าต่างออกเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาเขา "ฉันหมายถึง... ประวัติของบ้านหลังนี้ไม่ได้สวยงามนัก และคนที่ไม่อยากให้คุณขุดคุ้ยอดีต ก็คงไม่อยากเห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน"
กรณ์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ใบหน้าคมสันเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ดวงตาคู่คมกลับไหววูบคล้ายผิวน้ำยามต้องลมพายุ "ถ้าผมกลัวอดีต ผมคงไม่มาเหยียบที่นี่ตั้งแต่แรกหรอกครับ คุณรัญยา... หรือว่าคุณกลัวความจริงบางอย่างที่อาจจะสั่นคลอนข่าวหน้าหนึ่งของคุณ?"
รัญยาแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย หล่อนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นอายความอับชื้นของบ้านเก่า "ความจริงเหรอคะกรณ์? โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริงหรอ... แต่มันขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่คนอยากเชื่อต่างหากล่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่า สิ่งที่คุณกำลังตามหาอยู่ในบ้านหลังนี้ คือความจริง หรือเป็นแค่ผีที่พ่อแม่ของคุณทิ้งไว้หลอกหลอนคุณกันแน่"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า กรณ์นิ่งงัด บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่ารัญยาไม่ได้พูดด้วยความใจร้าย หล่อนเพียงแต่ใช้ความจริงอันโหดร้ายมาทดสอบความมั่นคงในจิตใจของเขา
กรณ์เบนสายตาหนີจากใบหน้าเรียวคมของหญิงสาว กลับไปมองที่โต๊ะทำงานตัวเก่าของบิดา ข้าวของทุกอย่างยังคงถูกวางไว้ในตำแหน่งเดิม ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งไว้เมื่อคืนวันที่เกิดเหตุ หนังสือตำราโบราณ กระดาษบันทึกที่หมึกจางลงตามกาลเวลา และกล่องไม้แกะสลักขนาดเล็กที่วางอยู่มุมโต๊ะ
เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับมีใครมารัวกลองอยู่ในอก ความทรงจำวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้จิตสำนึกนับสิบปีเริ่มพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงร้องไห้ เสียงสิ่งของแตกกระจาย และภาพเงาดำสองร่างที่กำลังยื้อยุดกันในความมืด... ทุกอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
"กรณ์..." เสียงของรัญยาที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้เขาชะงัก
"อย่าเพิ่งกวนผมครับ..." กรณ์เอ่ยเสียงพร่า มือขวายื่นออกไปสัมผัสกับกล่องไม้แกะสลักบนโต๊ะ ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นยามที่ปลายนิ้วแตะโดนผิวไม้
ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก ความเย็นยะเยือกแปลกประหลาดก็แผ่ซ่านไปทั่วปลายนิ้ว ภายในกล่องไม่มีทองคำหรือสมบัติมีค่าใดๆ มีเพียงสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่ง และวัตถุโลหะทรงกลมแปลกประหลาดที่มีลวดลายเฟืองจักรซับซ้อนสลักไว้อย่างประณีต ซึ่งส่งเสียงติ๊กเบาๆ ราวกับมีชีวิตอยู่ข้างใน
กรณ์หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดหน้าแรก ลายมือหวัดแต่คุ้นตาของบิดาปรากฏเด่นชัด:
*'วันที่ 14 ตุลาคม... พวกเขารู้แล้วว่าเราเก็บอะไรไว้ สิ่งนี้ไม่ได้มาจากยุคสมัยของเรา และมันกำลังจะทำลายทุกอย่าง'*
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้อ่านข้อความในบรรทัดถัดไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่บริเวณระเบียงด้านนอก เสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายพร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำหลายคนพุ่งทะยานเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็วราวกับฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นเลือด
"หมอบลง!" รัญยาตะโกนสุดเสียงพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามากระชากแขนกรณ์ให้หลบหลังตู้หนังสือไม้สักหนักอึ้งทันท่วงที ในเสี้ยววินาทีนั้น กระสุนปืนนัดหนึ่งก็เจาะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาฝังจมลงบนผนังไม้ด้านหลังที่กรณ์เพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่!
กรณ์หอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา และบ้านหลังนี้ไม่เคยปลอดภัยตั้งแต่แรก
ก่อนที่ความโกลาหลจะทวีความรุนแรงขึ้นไปมากกว่านี้ แผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากสมุดบันทึกที่กรณ์ถือไว้ ก็ปลิวมาติดอยู่ที่รองเท้าของเขา ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมืออีกคน—ลายมือของมารดา—ทำให้เลือดในกายของเขาร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที
*“ระวังคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด... เพราะเขาคือคนเดียวกับที่สั่งฆ่าเรา”*
กรณ์ชะงักค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วก่อนที่ความสงสัยอันน่าสะพรึงกลัวจะก่อตัวขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆ หันขวับกลับไปมองสตรีที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อสักครู่นี้
รัญยากำลังมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... สายตาที่ปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของนักล่าผู้ปิดเกมสมบูรณ์แบบ
ด้วยความเคารพรักจากใจจริง
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เงาแห่งกาลเวลา•ตอนที่ 12
ความทรงจำที่พรั่งพรู
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งกาลเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!