กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของปรอทและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกธันวาอย่างรุนแรง ราวกับอากาศภายในห้องพักแคบๆ แห่งนี้ถูกสูบออกจนหมดสิ้น เงาดำทะมึนที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านกรอบกระจกบานนั้นไม่ได้มีรูปร่างสะเปะสะปะตามจินตนาการของผู้คนทั่วไป แต่มันมีโครงสร้างที่ชัดเจน—ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมโบราณที่เปียกชุ่มหยาดหยดน้ำสีดำสนิท ดวงตาคู่คมกริบที่สะท้อนอยู่ในความมืดไม่ได้มองตรงมาที่ตัวเขา แต่ทอดสายตาต่ำลงมา... จ้องเขม็งไปยังสร้อยคอรูปนาฬิกาพกทองเหลืองที่สั่นระริกอยู่บนแผงอกของเขา
"ธนภัทร... ลูกอกตัญญู แกคิดว่าจะซ่อนมันพ้นจากสายตาของกฎแห่งแดนสนธยาได้งั้นหรือ"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้ดังดั่งฟ้าผ่า หากแต่เป็นเสียงกระซิบแหบพร่าที่สั่นสะเทือนแก้วหูและก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดโดยตรง มันเป็นเสียงของพ่อ... เสียงของคนที่จากไปพร้อมปริศนาการตายอันน่าสยดสยองเมื่อสามปีก่อน!
ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือขวาที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวเอื้อมไปสัมผัสกับด้ามมีดสั้นอาคมที่เหน็บไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตโดยสัญชาตญาณ สมองอันรอบคอบของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ภาพสะท้อนจากความทรงจำ และไม่ใช่ภาพหลอนทางจิตวิทยา เงาดำตนนี้มี ‘ตัวตนทางกายภาพ’ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังอาคมระดับสูง และเป้าหมายที่แท้จริงของมันคือนาฬิกาพกของพ่อ
ก่อนที่เงามืดนั้นจะทันได้ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัว แรงกระแทกมหาศาลจากด้านนอกก็พังทลายประตูไม้สักของห้องพักจนแหลกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ!
ฝุ่นควันและเศษไม้กระจายคละคลุ้ง ท่ามกลางละอองฝุ่นสีเทานั้น ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อโค้ตยาวสีดำสนิทปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน มือเรียวบางตวัดปัดเบาๆ กลางอากาศ เกิดเป็นแผ่นยันต์เรืองแสงสีฟ้าครามพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับเงาดำร่างนั้นทันที เสียงกรีดแหลมสูงราวกับเหล็กขูดกระจกดังขึ้นสะท้อนก้องเมื่อพลังอาคมปะทะกันจนเกิดประกายไฟสีม่วงวาบ
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องเขา"
เสียงหวานใสนิ่งสนิทแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าธันวาไว้ เส้นผมสีดำสนิทไหวระ2ข้างแก้มยามที่เธอหันมามองเขาด้วยหางตาแวบหนึ่ง ดวงตาสีรัตติกาลของเธอนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยประกายความตึงเครียดที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณรินรดา..." ธันวาพึมพำเบาๆ เมื่อสังเกตเห็นว่าที่ปลายแขนเสื้อโค้ตด้านขวาของหญิงสาวมีรอยขาดวิ่น และมีคราบของเหลวสีดำคล้ายน้ำมันดิบไหลซึมออกมา นั่นหมายความว่าเธอกำลังถูกไล่ล่ามาตลอดทางก่อนที่จะมาถึงที่นี่
เงาดำร่างนั้นถอยร่นไปสองก้าวด้วยแรงปะทะของยันต์อาคม แต่มันไม่ได้แสดงอาการาดเจ็บแม้แต่น้อย มุมปากของเงาร่างนั้นยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ชวนให้ขนหัวลุก
"รินรดา... ผู้คุมกฎแห่งพันธสัญญาเลือด เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการปกป้องเด็กหนุ่มผู้แบกรับสายเลือดต้องสาปคนนี้ จะช่วยให้เจ้าไถ่ถอนความผิดในอดีตได้? ความทรงจำที่หายไปของเจ้า... ไม่เคยถูกลบล้าง แค่รอเวลาให้มันเน่าเฟะอยู่ข้างในเท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นทำให้ร่างของรินรดาสั่นสะท้อนไปวูบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือเรียวที่ถือยันต์อาคมกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ธันวาสังเกตเห็นความลังเลและความเจ็บปวดที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยนั้นเพียงเสี้ยววินาที—มันเป็นความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"อย่าไปฟังมัน!" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุมแต่มั่นคง มือหนาวางลงบนไหล่บางของหญิงสาวเบาๆ เป็นเชิงส่งผ่านความอบอุ่นและสติ "สติครับ... เอ๊ย สติค่ะคุณรินรดา พลังตกค้างในตัวมันกำลังใช้จิตวิทยาเล่นงานจุดอ่อนของคุณ"
รินรดากะพริบตาถี่ๆ ปรับลมหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้งเพื่อดึงสมาธิกลับคืนมา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอแทนที่ความหวั่นไหวเมื่อครู่
"ขอบคุณค่ะ... ฉันเกือบจะหลงกลมันไปชั่วขณะ" เสียงของเธอกลับมานิ่งสนิทและทรงพลังอีกครั้ง "เงาดำตนนี้ไม่ใช่ภูตผีทั่วไป แต่มันคือ 'ร่องรอยเงาบาป' (Shadow Echo) ที่ถูกสร้างขึ้นจากพิธีกรรมต้องห้าม มันถูกตั้งโปรแกรมให้ตามล่าผู้ถือครองนาฬิกาพกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเมื่อสามปีก่อนโดยเฉพาะ"
ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้อง สังเกตเห็นว่าละอองปรอทที่ติดอยู่ตามพื้นกำลังรวมตัวกันเป็นวงแหวนอาคมแปลกประหลาด ลายเส้นอักขระโบราณเริ่มเรืองแสงสีแดงฉานขึ้นทีละจุด ระบบการทำงานภายในหัวของเขา—ความสามารถในการวิเคราะห์ร่องรอยตกค้าง—เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ข้อมูลของอาคมนี้ถูกประมวลผลขึ้นมาในห้วงความคิดทันที
* [ตรวจพบ: อาคมสะกดรอยระดับสูง - 'พันธนาการเงาโลหิต'] *
* [ระดับความอันตราย: S (สูงมาก)] *
* [เงื่อนไขการทำงาน: อาคมนี้ผูกติดกับพิกัดปัจจุบัน หากไม่ทำลายจุดศูนย์กลางภายใน 3 นาที พื้นที่รัศมี 500 เมตรรอบตัวจะถูกดึงเข้าสู่มิติซ้อนทับถาวร] *
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขเวลาถอยหลังสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา สามนาที... พวกเขามีเวลาเพียงสามนาทีในการหาทางออก หรือไม่ก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพเงาบาปที่จะทะลักออกมาจากมิติซ้อนทับ
"เราถูกล้อมแล้วค่ะ" รินรดากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกแถวรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยว ภาพตึกรามบ้านช่องยามค่ำคืนกำลังละลายกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับโลกจริงกำลังถูกกลืนกินโดยความมืดมิดจากเบื้องล่าง "อาคมนี้ถูกเตรียมการมาอย่างสมบูรณ์แบบ มีคนจงใจใช้คุณเป็นเหยื่อล่อตั้งแต่อยู่ที่ร้านซ่อมนาฬิกาแล้ว"
"ผมรู้..." ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยประกายความมุ่งมั่น สายตาของเขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน สมองของเขากำลังหมุนเร็วจี๋เพื่อหาจุดอ่อนของวงแหวนอาคมบนพื้น "ถ้ามันต้องการนาฬิกาพกเรือนนี้ งั้นเราก็แค่ต้องใช้มันเป็น 'เหยื่อ' เพื่อล่อให้มันเผยจุดศูนย์กลางออกมา"
รินรดาหันมามองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงชีวิตเช่นนี้ ธันวาไม่เคยสูญเสียความรอบคอบและสติสัมปชัญญะไปเลย เขายังคงรักษาความสุขุมเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
"คุณแน่ใจเหรอคะ? นั่นมันเสี่ยงเกินไป ถ้าพลาดนิดเดียว..."
"ไม่มีเวลาให้เลือกมากแล้วค่ะ" ธันวาขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะปลดสายสร้อยนาฬิกาพกออกจากคอของตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว "เชื่อใจผมนะ... เหมือนที่คุณคอยปกป้องผมมาตลอด"
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็กระชากนาฬิกาพกโยนออกไปกลางวงแหวนอาคมสีแดงฉานที่กำลังเรืองแสงบนพื้นทันที!
แสงสว่างวาบสีทองสาดส่องทะลักออกมาจากตัวนาฬิกาพกปะทะกับแสงสีแดงของอาคมจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนข้าวของภายในห้องปลิวว่อน เงาดำร่างนั้นพุ่งเข้าตะครุบนาฬิกาพกด้วยความกระหาย ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือสีดำสนิทสัมผัสกับตัวเรือนทองเหลือง รอยสลักอักขระโบราณบนตัวนาฬิกา2ด้านก็เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับเสียงกลไกเฟืองนาฬิกาที่หมุนย้อนกลับอย่างรวดเร็ว!
*คลิก... กริ๊ก...*
เงาดำร่างนั้นชะงักกึก ร่างกายที่โปร่งแสงเริ่มแตกร้าวเป็นรอยแยกละเอียดราวกับกระจกเปราะ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วห้อง เมื่อพลังงานย้อนกลับของนาฬิกาพกกำลังทำลายโครงสร้างอาคมจากรากเหง้าของมันเอง
"ไม่... เป็นไปไม่ได้! สายเลือดของธนภัทรจะต้อง..." เสียงของเงามืดขาดห้วงลง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะสลายกลายเป็นละอองสีดำปลิวหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กลับคืนมาสู่ห้องพักอีกครั้ง
ธันวาลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย เขาก้าวเท้าเข้าไปหยิบนาฬิกาพกที่ตกลงบนพื้นขึ้นมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ตัวเรือนยังคงปลอดภัยดี ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ ทว่า... สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม คือหน้าปัดนาฬิกาที่ปกติจะหยุดเดินตายสนิทมาสามปี บัดนี้ เข็มสั้นและเข็มยาวกลับกำลังเดินหน้าไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทีละวินาที... ทีละวินาที...
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วแตะที่ขอบหน้าปัดนาฬิกา แววตาสีรัตติกาลของเธอบ่งบอกถึงความตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"มันไม่ได้แค่เดินค่ะ..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาด้วยความไม่ and เผลอจับชายเสื้อของธันวาแน่นขึ้น "นี่คือนาฬิกานับถอยหลัง... และเป้าหมายต่อไปที่มันปลดล็อก ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'หอสมุดใต้ดินแห่งตระกูลธนภัทร' ที่ถูกปิดตายมาตลอดกาลต่างหาก"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนลึกลับก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา—เสียงที่ชัดเจน เย็นเยียบ และทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
* [ภารกิจระดับ SSS: เปิดประตูหอสมุดใต้ดิน ถูกกระตุ้นแล้ว] *
* [เวลาที่เหลือรอดก่อนที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย: 24 ชั่วโมง] *
* [คำเตือนจากระบบ: มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่งคน กำลังรอคอยพวกคุณอยู่ที่เบื้องล่าง... และเธอกำลังเอ่ยชื่อของคุณ 'ธันวา' ด้วยความโหยหาที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง] *
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับนภากระซิบผีนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ•ตอนที่ 2
รอยเท้าที่ไร้ตัวตน
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
