คราบออกξειด์สีเขียวเข้มบนผิวทองสัมฤทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเปียกชื้นราวกับน้ำตาของมนุษย์
ธันวาใช้ปลายคีมปากจระเข้คีบกระจจกโบราณรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวขึ้นมาจากอ่างสารละลายเคมี กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกาลเวลาคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานขนาดกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกองหนังสือตำราไสยเวทและอะไหล่กลไกนาฬิกา ร้าน "บูรณะนิทรา" ของเขาในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ไม่เคยเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น—โดยเฉพาะในค่ำคืนที่ดวงจันทร์ถูกเมฆฝนหนาทึบกลืนกิน
ชายหนุ่มขยับแว่นสายตา เลนส์สะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลขณะที่เขาก้มลงเพ่งพินิจรอยแตกรานบนแผ่นกระจกเงาโบราณ บานกระจกนี้ถูกส่งต่อมาจากร้านค้าของเก่าเถื่อนทางภาคเหนือ ไร้ที่มา ไร้ประวัติ และไร้ชื่อเจ้าของเดิม มีเพียงคำเตือนสั้นๆ จากคนส่งของที่ทิ้งไว้ว่า *“ระวังเสียงสะท้อนยามเที่ยงคืน”*
"นายกำลังคุยกับมันอีกแล้วนะ ธันวา"
เสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นวางหนังสือ รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงอดีตอันโชกโชน เธอยกแก้วกาแฟอุ่นขึ้นจิบ สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองวัตถุในมือของเขาอย่างระแวดระวัง "ฉันได้กลิ่นอายความอาฆาตจางๆ ลอยมาจากกระจกบานนั้นตั้งแต่บ่ายแล้ว มันไม่ใช่แค่สิ่งของตกค้างธรรมดา... มีวิญญาณผูกติดอยู่กับโครงสร้างทางกายภาพของมัน"
"ไม่ใช่แค่วิญญาณธรรมดาน่ะสิครับ... เอ๊ย, ค่ะ" ธันวาเผลอหลุดปากแก้คำพูดตามความคุ้นชินเก่า ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเห็นหางตาของหญิงสาวตวัดมอง "ฉันหมายถึง... ลองฟังดูดีๆ สิ ริน"
เขาวางกระจกลงบนโต๊ะไม้สักบุสักหลาดสีดำสนิท
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณบนผนังที่ดังแข่งกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก ทว่า... ท่ามกลางความเงียบนั้น กลับมีเสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากเนื้อโลหะทองสัมฤทธิ์
*ฮือ... แม่คะ... หนาเหลือเกิน...*
เสียงกระซิบแหบพร่า ฟังดูคล้ายเด็กหญิงวัยราวเจ็ดขวบดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหูเนื้อ แต่เป็นคลื่นความถี่ทางจิตวิญญาณที่กระแทกเข้ากับผนังความคิดของธันวาโดยตรง ดวงตาของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นสีอำพันเรืองแสงจางๆ—ทักษะเนตรอัคคีวิญญาณที่สืบทอดทางสายเลือด กำลังเปิดเผยโครงสร้างความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในวัตถุชิ้นนี้
ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับปรากฏขึ้นในหัวของธันวา... ห้องใต้หลังคาที่มืดทึบ เสียงกุญแจล็อกดังจากด้านนอก และความหนาแน่นของควันไฟที่ค่อยๆ พลุกพล่านเข้ามาในห้อง เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังทุบกระจกบานนี้ด้วยความหวังว่ามันจะเป็นประตูหนีภัย แต่สุดท้าย... เธอกลับถูกผนึกวิญญาณเอาไว้ "ข้างใน" เนื้อกระจกเงาแห่งความตายนี้เอง
"เด็กคนนั้นไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ" ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม "เธอถูกขัง... และถูกใช้เป็น 'ตัวค้ำยัน' ของอาคมบางอย่าง อาคมระดับสูงที่ผนึกความชั่วร้ายบางอย่างไว้เบื้องหลังบานกระจกนี้"
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอก้าวเข้าประชิดตัวธันวาในเสี้ยววินาที พร้อมกับมือเรียวที่ชักกริชอาคมออกจากฝักข้างเอวอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีฟ้าครามวาววับขึ้นสะท้อนกับนัยน์ตาของเธอ "ถอยออกมา ธันวา! นั่นไม่ใช่คดีวิญญาณตกค้างธรรมดาแล้ว... มีคนจงใจส่งวัตถุชิ้นนี้มาให้แก"
"ส่งมาให้ฉัน?" ธันวาขมวดคิ้วแน่น สมองอันรวดเร็วประมวลผลข้อมูลมหาศาล พ่อของเขาเคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคดีเครื่องรางโบราณเมื่อสี่ปีก่อน และรูปแบบการลงอักขระบนขอบกระจกบานนี้... มันมีลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด
*ลายมือเดียวกับบันทึกหน้าสุดท้ายในห้องทำงานลับของพ่อ*
ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ อุณหภูมิภายในห้องซ่อมก็ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ข้าวของบนชั้นวางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม หนังสือตำราไสยเวทร่วงหล่นลงมากระจายเกลื่อนพื้น กระจกเงารูปพระจันทร์เสี้ยวบนโต๊ะเริ่มสั่นกระพือด้วยความเร็วสูง เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดแหลมสูงที่บาดลึกถึงแก้วหู
รินรดายกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศ สร้างม่านพลังสีทองป้องกันสะเก็ดพลังงานที่พุ่งเข้าใส่ แต่ทว่า... แรงกดดันมหาศาลไม่ได้มาจากดวงวิญญาณเด็กหญิงในกระจก
มันมาจากรอยร้าวกลางแผ่นกระจกที่กำลังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ!
มือสีดำสนิท ยาวเรียวราวกับกิ่งไม้แห้งไร้เนื้อหนัง โผล่พรูออกมาจากผิวเงาสะท้อนของกระจก พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ดังมาจากห้วงลึกของความมืดมิด—เสียงที่ประกาศกร้าวว่า บ่วงกรรมที่ธันวาพยายามตามหามาตลอดชีวิต บัดนี้ได้มาเยือนถึงหน้าประตูห้องนอนของเขาแล้ว
รินรดากัดฟันกรอด เลือดสีแดงสดไหลซึมที่มุมปากจากการฝืนต้านทานแรงกดดัน "ธันวา... มันไม่ใช่แค่กระจกผีสิง... มี 'บางสิ่ง' กำลังใช้เด็กคนนั้นเป็นสะพานข้ามภพ!"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาดำร่างนั้นดึงตัวเองหลุดพ้นจากกรอบกระจกได้อย่างสมบูรณ์ และสิ่งแรกที่มันทำ... คือการหันมาจ้องมองตรงมาที่สร้อยคอรูปนาฬิกาพกโบราณที่ห้อยอยู่บนคอของเขา พร้อมกับเอ่ยชื่อพ่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ•ตอนที่ 1
วัตถุที่มีลมหายใจ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
