บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ•ตอนที่ 1

วัตถุที่มีลมหายใจ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
คราบออกξειด์สีเขียวเข้มบนผิวทองสัมฤทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเปียกชื้นราวกับน้ำตาของมนุษย์ ธันวาใช้ปลายคีมปากจระเข้คีบกระจจกโบราณรูปทรงพระจันทร์เสี้ยวขึ้นมาจากอ่างสารละลายเคมี กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกาลเวลาคละคลุ้งไปทั่วห้องทำงานขนาดกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกองหนังสือตำราไสยเวทและอะไหล่กลไกนาฬิกา ร้าน "บูรณะนิทรา" ของเขาในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ไม่เคยเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น—โดยเฉพาะในค่ำคืนที่ดวงจันทร์ถูกเมฆฝนหนาทึบกลืนกิน ชายหนุ่มขยับแว่นสายตา เลนส์สะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลขณะที่เขาก้มลงเพ่งพินิจรอยแตกรานบนแผ่นกระจกเงาโบราณ บานกระจกนี้ถูกส่งต่อมาจากร้านค้าของเก่าเถื่อนทางภาคเหนือ ไร้ที่มา ไร้ประวัติ และไร้ชื่อเจ้าของเดิม มีเพียงคำเตือนสั้นๆ จากคนส่งของที่ทิ้งไว้ว่า *“ระวังเสียงสะท้อนยามเที่ยงคืน”* "นายกำลังคุยกับมันอีกแล้วนะ ธันวา" เสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นวางหนังสือ รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงอดีตอันโชกโชน เธอยกแก้วกาแฟอุ่นขึ้นจิบ สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองวัตถุในมือของเขาอย่างระแวดระวัง "ฉันได้กลิ่นอายความอาฆาตจางๆ ลอยมาจากกระจกบานนั้นตั้งแต่บ่ายแล้ว มันไม่ใช่แค่สิ่งของตกค้างธรรมดา... มีวิญญาณผูกติดอยู่กับโครงสร้างทางกายภาพของมัน" "ไม่ใช่แค่วิญญาณธรรมดาน่ะสิครับ... เอ๊ย, ค่ะ" ธันวาเผลอหลุดปากแก้คำพูดตามความคุ้นชินเก่า ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเมื่อเห็นหางตาของหญิงสาวตวัดมอง "ฉันหมายถึง... ลองฟังดูดีๆ สิ ริน" เขาวางกระจกลงบนโต๊ะไม้สักบุสักหลาดสีดำสนิท ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณบนผนังที่ดังแข่งกับเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก ทว่า... ท่ามกลางความเงียบนั้น กลับมีเสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากเนื้อโลหะทองสัมฤทธิ์ *ฮือ... แม่คะ... หนาเหลือเกิน...* เสียงกระซิบแหบพร่า ฟังดูคล้ายเด็กหญิงวัยราวเจ็ดขวบดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหูเนื้อ แต่เป็นคลื่นความถี่ทางจิตวิญญาณที่กระแทกเข้ากับผนังความคิดของธันวาโดยตรง ดวงตาของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นสีอำพันเรืองแสงจางๆ—ทักษะเนตรอัคคีวิญญาณที่สืบทอดทางสายเลือด กำลังเปิดเผยโครงสร้างความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในวัตถุชิ้นนี้ ภาพเหตุการณ์ซ้อนทับปรากฏขึ้นในหัวของธันวา... ห้องใต้หลังคาที่มืดทึบ เสียงกุญแจล็อกดังจากด้านนอก และความหนาแน่นของควันไฟที่ค่อยๆ พลุกพล่านเข้ามาในห้อง เด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังทุบกระจกบานนี้ด้วยความหวังว่ามันจะเป็นประตูหนีภัย แต่สุดท้าย... เธอกลับถูกผนึกวิญญาณเอาไว้ "ข้างใน" เนื้อกระจกเงาแห่งความตายนี้เอง "เด็กคนนั้นไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ" ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม "เธอถูกขัง... และถูกใช้เป็น 'ตัวค้ำยัน' ของอาคมบางอย่าง อาคมระดับสูงที่ผนึกความชั่วร้ายบางอย่างไว้เบื้องหลังบานกระจกนี้" รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เธอก้าวเข้าประชิดตัวธันวาในเสี้ยววินาที พร้อมกับมือเรียวที่ชักกริชอาคมออกจากฝักข้างเอวอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีฟ้าครามวาววับขึ้นสะท้อนกับนัยน์ตาของเธอ "ถอยออกมา ธันวา! นั่นไม่ใช่คดีวิญญาณตกค้างธรรมดาแล้ว... มีคนจงใจส่งวัตถุชิ้นนี้มาให้แก" "ส่งมาให้ฉัน?" ธันวาขมวดคิ้วแน่น สมองอันรวดเร็วประมวลผลข้อมูลมหาศาล พ่อของเขาเคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคดีเครื่องรางโบราณเมื่อสี่ปีก่อน และรูปแบบการลงอักขระบนขอบกระจกบานนี้... มันมีลายมือที่คุ้นตาอย่างประหลาด *ลายมือเดียวกับบันทึกหน้าสุดท้ายในห้องทำงานลับของพ่อ* ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ อุณหภูมิภายในห้องซ่อมก็ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ข้าวของบนชั้นวางสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อม หนังสือตำราไสยเวทร่วงหล่นลงมากระจายเกลื่อนพื้น กระจกเงารูปพระจันทร์เสี้ยวบนโต๊ะเริ่มสั่นกระพือด้วยความเร็วสูง เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดแหลมสูงที่บาดลึกถึงแก้วหู รินรดายกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศ สร้างม่านพลังสีทองป้องกันสะเก็ดพลังงานที่พุ่งเข้าใส่ แต่ทว่า... แรงกดดันมหาศาลไม่ได้มาจากดวงวิญญาณเด็กหญิงในกระจก มันมาจากรอยร้าวกลางแผ่นกระจกที่กำลังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ! มือสีดำสนิท ยาวเรียวราวกับกิ่งไม้แห้งไร้เนื้อหนัง โผล่พรูออกมาจากผิวเงาสะท้อนของกระจก พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ดังมาจากห้วงลึกของความมืดมิด—เสียงที่ประกาศกร้าวว่า บ่วงกรรมที่ธันวาพยายามตามหามาตลอดชีวิต บัดนี้ได้มาเยือนถึงหน้าประตูห้องนอนของเขาแล้ว รินรดากัดฟันกรอด เลือดสีแดงสดไหลซึมที่มุมปากจากการฝืนต้านทานแรงกดดัน "ธันวา... มันไม่ใช่แค่กระจกผีสิง... มี 'บางสิ่ง' กำลังใช้เด็กคนนั้นเป็นสะพานข้ามภพ!" ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาดำร่างนั้นดึงตัวเองหลุดพ้นจากกรอบกระจกได้อย่างสมบูรณ์ และสิ่งแรกที่มันทำ... คือการหันมาจ้องมองตรงมาที่สร้อยคอรูปนาฬิกาพกโบราณที่ห้อยอยู่บนคอของเขา พร้อมกับเอ่ยชื่อพ่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายช่างซ่อมความทรงจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%