"ฆ่าคนของเรา แล้วคิดจะหนีไปง่ายๆ เช่นนั้นหรือ... หลี่มู่เหวิน เจ้าสำนักกระบี่คนสุดท้าย..."
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพญาอัสนีบาตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้บรรยากาศรอบกายจะแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของซากโบราณสถานอายุนับหมื่นปี
หลี่มู่เหวินยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ปลายเท้าเหยียบอยู่บนแผ่นศิลาโบราณที่สลักด้วยอักขระเวทโบราณซึ่งบัดนี้เลือนรางลงตามกาลเวลา เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามสายลมปราณที่แปรปรวน รอบกายของเขามีร่องรอยการต่อสู้เมื่อชั่วยามก่อนหลงเหลืออยู่ รอยดาบและรอยกระบี่เฉือนลึกบนผนังหินคือพยานแห่งความเป็นความตายที่เพิ่งผ่านพ้น
ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาในยามนี้ มิใช่ศัตรูที่ถูกสยบลง หากแต่เป็นแท่นหินสีนิลกลางโถงปรักหักพัง ที่ซึ่งพลังงานประหลาดกำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีครามเข้ม
"ที่นี่... คือจุดสิ้นสุดของร่องรอยที่ท่านอาจารย์ทิ้งไว้ก่อนจากไปกระนั้นหรือ" หลี่มู่เหวินพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคลื่นอารมณ์อันซับซ้อน ปมแค้นแห่งตระกูลที่ถูกล้างบางในคืนเดียว และภาระหน้าที่ของผู้สืบทอดกระบี่ไร้ลักษณ์ หนักหน่วงยิ่งกว่าขุนเขาไท่ซาน
"ระวังตัวด้วย... พลังปราณรอบกายเจ้าแปลกพิกล"
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วท่ามกลางหุบเขาหิมะดังขึ้นจากด้านหลัง เซียนจื่อหยางก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนผู้สลัดหลุดจากโลกีย์ รัศมีความเย็นชารอบกายทำให้อุณหภูมิในรัศมีสามจั้งลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามซากศิลา แม้ใบหน้ารูปสลักจะไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่านัยน์ตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของหลี่มู่เหวินกลับฉายแววห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ซึ่งนางมีให้แก่บุรุษผู้นี้เพียงผู้เดียวในใต้หล้า
"ข้าไม่เป็นไร จื่อหยาง" หลี่มู่เหวินหันไปสบตา นางเซียนผู้เย็นชาพยักหน้ารับน้อยๆ นางไม่เคยเอ่ยคำหวานเลี่ยน ทว่าการยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วนนั้น มีค่ามากกว่าร้อยพันคำสาบาน
ทั้งสองก้าวเข้าไปใกล้แท่นศิลาเบื้องหน้าทีละน้อย
เบื้องบนแท่นหินนั้น ปรากฏกล่องหยกโบราณที่ปิดผนึกด้วยยันต์อัสนีเก้าชั้น บนผิวกล่องมีร่องรอยการกัดกร่อนของกาลเวลา แต่มันกลับยังคงเปล่งแสงเรืองรองออกมาเป็นระยะ ราวกับมีดวงจิตมีชีวิตกำลังหายใจเข้าออกอยู่ภายใน
"นี่สินะ... ศิลาเทพที่บันทึกเส้นทางสู่ขอบเขตเหนือฟ้า" หลี่มู่เหวินยื่นมือขวาออกไป นิ้วมือเรียวยาวสัมผัสถูกไอร้อนที่แผ่ออกมาจากยันต์โบราณ ทันใดนั้น อักขระเวทบนพื้นดินก็สว่างวาบขึ้น ทอดตัวเป็นลวดลายตาข่ายแสงสีทองครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
วูบ!
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของคนทั้งคู่ราวกับมีภูเขานับร้อยลูกโถมทับ หลี่มู่เหวินคำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันTian (จุดตันเทียน) พลุ่งพล่านขึ้นอัตโนมัติเพื่อต้านทานแรงกดดันนี้ ทว่าเซียนจื่อหยางกลับเร่งเร้าพลังความเย็นยะเยือก รัศมีน้ำแข็งสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ปกป้องร่างของนางและเขาราวกับกำแพงแก้ว
"คิดจะทดสอบข้าหรือ..." หลี่มู่เหวินแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาทระนงฉายประกายเจิดจ้าดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
เขาไม่รอช้า รวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วแล้วกดลงไปตรงใจกลางอันตรธานของยันต์อัสนี เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นจากใจกลางโบราณสถาน ฝุ่นผงหินตลบอบอวล กล่องหยกโบราณค่อยๆ ดีดตัวขึ้นกลางอากาศ ฝาปิดร่วงหล่นลงพื้น แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาดึงดูดทุกสรรพสิ่งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา
ภายในกล่องหยกนั้นหาใช่แผ่นศิลาจารึกธรรมดาไม่ แต่มันคือแผ่นโลหะสีทองแดงที่สลักด้วยลายเส้นอักษรโบราณอันพิสดาร ทุกตัวอักษรขยับเขยื้อnเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต พลังปราณฟ้าดินรอบด้านเริ่มหมุนวนเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาดูดกลืนทุกสิ่งเข้าหาศูนย์กลาง
"สำเร็จแล้ว..." เซียนจื่อหยางเอ่ยเสียงเบา แต่ทว่า สีหน้าของนางกลับมิได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
เพราะในวินาทีต่อมา เปลวเพลิงสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มันมุ่งตรงไปยังแผ่นโลหะในอากาศอย่างไร้ความปรานี!
"ใคร!" หลี่มู่เหวินตวัดสายตาดุดันไปเบื้องหน้า พร้อมกับที่กระบี่ไร้ลักษณ์ในจิตวิญญาณส่งเสียงคำรามก้องสะท้านฟ้า
ท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ขยายเข้ามา เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ใบหน้าของมันถูกสวมทับด้วยหน้ากากยักษ์อสูรน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาสองข้างทอแสงสีเลือดจับจ้องมาที่หลี่มู่เหวินด้วยความกระหายเลือด
"หลี่มู่เหวิน... เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้เดียวที่คู่ควรกับความลับของสวรรค์งั้นรึ? ส่งคัมภีร์มาเสีย มิฉะนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของหญิงข้างกายเจ้า!"
สิ้นเสียงคำราม เงาร่างปริศนาก็ตวัดฝ่ามือออก ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังมารสีทมิฬพุ่งเข้าหาเซียนจื่อหยางที่ยืนอยู่ใกล้แท่นศิลามากที่สุดโดยไม่ทันตั้งตัว!
________________________________________
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 7
คัมภีร์ที่สาบสูญ
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!