"โลหิตของเจ้า... ข้าขอรับไว้บูชาตระกูลอสูรทมิฬ!"
เสียงคำรามดั่งอสนีบาตฟาดผ่ากลางฤดูร้อน กวาดเอาคลื่นปราณสีโลหิตพรั่งพรูออกมาจากร่างของ 'จอมมารภูผาทมิฬ' ผู้นำกองโจรสมิงโลหิต สองเท้าของมันเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาจนแตกละเอียดเป็นจุล แรงกดดันจากขอบเขตพลังวิญญาณระดับปฐพีขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งปกคลุมรัศมีร้อยลี้ ราวกับท้องนภาเบื้องบนกำลังถล่มทลายลงมาบดขยี้สรรพสิ่ง
ทว่า ท่ามกลางพายุโลหิตและจิตสังหารอันบ้าคลั่ง หลี่มู่เหวินกลับยืนสงบนิ่งดั่งขุนเขาไท่ซาน
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีหมึกสะบัดพลิ้วตามแรงลม ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอประกายล้ำลึก เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก มือขวาเพียงวางทابอยู่บนด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ สัมผัสได้ถึงชีพจรแห่งฟ้าดินที่กำลังเต้นระรัวอยู่ใต้ฝ่าเท้า สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่มิใช่การฆ่าฟันอย่างไร้สติ แต่มันคือความเงียบงันที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าห้วงมหาสมุทร
"วิชากระบี่ของเจ้าร่ำร้องหาความตายถึงเพียงนี้ ไยต้องรอให้ข้าต้องออกแรงเล่า" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องลึกลงไปในจิตวิญญาณของผู้ฟัง
"ไอ้สารเลว อวดดีนัก!"
จอมมารภูผาทมิฬแผดเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล พลังปราณในกายพลุ่งพล่านจนเส้นเลือดปูดโปนทั่วใบหน้า มันตวัดหอกอสูรโลหิตในมือ ฟาดฟันคลื่นคมหอกรูปจันทร์เสี้ยวสีเลือดผ่ากลางอากาศ พุ่งตรงเข้ามาหมายผ่าร่างของหลี่มู่เหวินเป็นสองซีก คลื่นพลังนี้รุนแรงพอจะทะลวงกำแพงเมืองให้พินาศได้ในพริบตา
*เปรี้ยง!*
พื้นศิลาเบื้องหน้าหลี่มู่เหวินระเบิดออกเป็นหลุมลึก ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล แต่ร่างของหลี่มู่เหวินกลับหายลับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย
จอมมารภูผาทมิฬชะงักฝีเท้า สัญชาตญาณนักฆ่าร้องเตือนภัยถึงขีดสุด มันกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความหวาดระแวง บรรยากาศรอบตัวในรัศมีสิบลี้พลันเงียบสงัดลงอย่างฉับพลัน ราวกับสรรพชีวิตถูกดูดกลืนเสียงไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของมันเอง
"มองหาอะไรอยู่หรือ?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูขวา ราวกับเสียงกระซิบของยมทูตจากขุมนรก
จอมมารภูผาทมิฬสะهดุ้งเฮือก มันตวัดหอกกลับหลังฟันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าคมหอกกลับปัดป่ายโดนความว่างเปล่า ปราณโลหิตที่มันปลดปล่อยออกไปถูกกลืนหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับพุ่งชนเข้ากับม่านพลังไร้รูปที่ไร้จุดสิ้นสุด
ห่างออกไปบนยอดผาสูงชัน ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะกำลังยืนประทับอยู่ เซียนจื่อหยางมองดูการต่อเบื้องล่างด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก หรือความกังวลใดๆ มีเพียงประกายความเชื่อมั่นอันล้ำลึกที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น นางคือผู้เดียวที่รู้ซึ้งว่า... ภายใต้ความนิ่งงันของหลี่มู่เหวิน คือพายุอัสนีที่พร้อมจะฉีกกระชากนภากาศ
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์... ก้าวสู่ขั้นที่สามแล้วสินะ" เซียนจื่อหยางพึมพำกับตนเอง มุมปากหยักยิ้มบางเบาคล้ายมีคล้ายไม่มี รัศมีไอเย็นรอบกายเธอบีบอัดจนเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นบนยอดหญ้า
ณ เบื้องล่าง หลี่มู่เหวินปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง นิ้วเรียวยาวของเขาขยับออกห่างจากด้ามกระบี่เพียงครึ่งนิ้ว แต่ทว่า แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวกลับพรั่งพรูออกมาจากร่างของเขา ราวกับดารานับล้านดวงกำลังร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
นี่คือการต่อสู้ระดับมหากาพย์ครั้งแรกในยุทธภพแห่งนี้ การปะทะกันระหว่าง "ปราณอสูรโลหิต" อันบ้าคลั่ง กับ "วิชากระบี่ไร้ลักษณ์" อันลี้ลับไร้ขอบเขต
"จอมมารเอ๋ย" หลี่มู่เหวินเงยหน้าขึ้นสบตา เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าเกรงขาม "ความแค้นตระกูลหลี่ของข้า มิได้ชำระด้วยโลหิตของเจ้าเพียงคนเดียว แต่วันนี้ ศีรษะของเจ้าจะเป็นปฐมบทแห่งการล้างบางบัญชีหนี้สวรรค์"
จอมมารภูผาทมิฬแผดเผาพลังชีวิตขั้นสุดท้าย ดวงตากลายเป็นสีแดงฉาน มันคำรามลั่นจนเลือดทะลักออกจากมุมปาก "อย่าได้ใจให้มันมากนัก เจ้าเด็กน้อย! รับวิชาลับสะท้านโลกันตร์ของข้า — 'หกวิถีอสูรกลืนนภา'!"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือหุบเขากลับเปลี่ยนเป็นสีเลือด ทะเลปราณสีดำทมิฬก่อตัวเป็นรูปเงาอสูรร้ายยักษ์อ้าปากกว้าง หมายจะกลืนกินทั้งร่างของหลี่มู่เหวินและผืนป่าเบื้องล่างให้หายวับไปในพริบตา แรงสะเทือนเลื่อนลั่นทำให้ภูเขาเบื้องล่างสั่นสะท้าน ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
หลี่มู่เหวินไม่หลบหลีก ไม่ถอยหลัง
เขาเพียงหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้จิตใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ในฝัก ในวินาทีที่เงาอสูรพุ่งเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มพลันลืมตาโพลง ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากนัยน์ตาคู่คม ดั่งกระบี่คมกริบที่ถูกชักออกจากฝักใจกลางห้วงสมอง
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์... กระบวนท่าที่หนึ่ง: ตัดสายธารา ฝืนลิขิตฟ้า!"
นิ้วเรียวดีดออกไปข้างหน้าเบื้องเบา แต่เสียงแหวกอากาศกลับดังกึกก้องดั่งเสียงคำรามของมังกรสวรรค์ คลื่นกระบี่ไร้รูปสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านความว่างเปล่า ตัดผ่านทะเลปราณสีเลือดขาดสะบั้นออกจากกันในคราเดียว ราวกับใช้กรรไกรคมกริบตัดกระดาษแผ่นบาง
*ฉับ!*
เวลาในหุบเขาราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ เงาอสูรยักษ์สลายกลายเป็นละอองหมอกสีแดงก่อนจะจางหายไปในอากาศ ร่างของจอมมารภูผาทมิฬแข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รอยกระบี่บางเฉียบปรากฏขึ้นกลางลำตัวของมันอย่างไร้ร่องรอยการสัมผัส
ก่อนที่ร่างนั้นจะแยกออกเป็นสองส่วน และร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว
หลี่มู่เหวินยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะผ่อนคลายลมหายใจนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างที่ควรจะสงบกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า ท้องฟ้าสีเลือดไม่ได้จางหาย แต่กลับกลายเป็นสีดำสนิทราวก้นหม้อ รอยแยกมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานที่สั่นประสาทผู้คนจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"ฮ่าๆๆ... คิดว่ากำจัดสุนัขรับใช้ตัวหนึ่งแล้ว จะสะสางเรื่องราวทั้งหมดได้งั้นหรือ หลี่มู่เหวิน... เจ้ายังอ่อนหัดนัก!"
เงาดำทมิฬร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกดทับจนยอดผาสั่นสะเทือน เซียนจื่อหยางที่ยืนอยู่บนยอดผาถึงกับขมวดคิ้วแน่น ไอเย็นรอบกายปั่นป่วนอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสัมผัสถึงตัวตนของผู้มาใหม่
— ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 8
ปะทะจอมมารแห่งขุนเขา
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!