กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 9

หยดน้ำตาที่ร่วงหล่น

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความเงียบงันภายในถ้ำศิลาโบราณ ณ ยอดเขาเทียนซาน ไม่ได้เป็นเพียงความไร้ซึ่งสรรพเสียง หากแต่มันคือกรงขังอันหนาแน่นที่ถูกถักทอขึ้นจากเศษซากแห่งอดีต เซียนจื่อหยางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาเย็นเยียบ ร่างระหงห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกฤดู แต่วันนี้ ไหล่บอบบางคู่นั้นกลับสั่นสะท้านเล็กน้อยราวกับกิ่งไม้ไผ่ที่ต้องเผชิญกับลมพายุฤดูหนาว นัยน์ตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก บัดนี้กลับไหวระริก สะท้อนเงาของหยดน้ำใสที่กำลังเอ่อคลอเคลียหน่วยตา ก่อนจะร่วงหล่นลงกระทบหลังมือขาวเนียนดุจหยก เป็นประกายวับวาวราวกับหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกบัวเหมันต์ หลี่มู่เหวินยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงช่วงศอก ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์เหน็บอยู่ข้างกาย น้ำหนักของมันในยามนี้ช่างยาวนานและหนักหน่วงดั่งแบกรับภูผาทั้งลูก เขาไม่ได้กล่าวคำปลอบโยนใดๆ ออกมา เพราะในยุทธภพนี้ มีบางบาดแผลที่แม้แต่คมกระบี่ที่คมกริบที่สุดก็ไม่อาจกรีดตัดออกไปได้ และมีบางความทรงจำที่ต่อให้บรรลุถึงขอบเขตเซียน ก็ไม่อาจลบเลือนให้จางหาย "เจ้า... อยากรู้จริงๆ หรือมู่เหวิน ว่าเหตุใดข้าจึงเลือกที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความโดดเดี่ยวนี้" น้ำเสียงของจื่อหยางแหบพร่าเล็กน้อย มันไม่อาจซ่อนร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบมานานนับแรมปีได้ นางหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้แพขนตางอนเปียกชื้นแนบติดกัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกผนึกไว้ในส่วนลึกสุดของจิตวิญญาณค่อยๆ พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนที่แตกทะลาย "หากท่านไม่อยากเอ่ย ข้าก็จะไม่คะยั้นคะเน" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและสุภาพเช่นเคย สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง "ข้าเพียงแต่... เจ็บปวดแทนท่าน ที่ต้องแบกรับเรื่องราวทั้งหมดไว้เพียงลำพัง" จื่อหยางลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย—ภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากสตรีผู้เยือกเย็นที่สุดในใต้หล้า นางแค่นหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชในโชคชะตา "ลำพัง? ถูกต้อง... ในคืนนั้น ข้าเหลือเพียงตัวคนเดียวจริงๆ" นางเริ่มเล่า น้ำเสียงของนางราบเรียบราวกับกำลังท่องบทกวีโศก แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ตระกูลเซียนของเรา ไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะอำนาจหรือทรัพย์สินเงินทอง แต่เราครอบครอง 'คัมภีร์ธาราโลหิต' วิชาต้องห้ามที่สวรรค์ไม่อ,จยอมรับ บรรพบุรุษของเรากล่าวไว้ว่า ผู้ใดฝึกฝนวิชานี้สำเร็จ จักสามารถควบคุมสายน้ำและโลหิตในกายผู้อื่นได้ดั่งใจนึก แต่มันแลกมาด้วยกฎเกณฑ์ที่โหดร้ายทารุณ—ผู้ฝึกต้องสังหารผู้มีสายเลือดเดียวกันเพื่อบูชาเคล็ดวิชาในคืนวันเพ็ญ" หลี่มู่เหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไอสังหารแผ่ออกมาจากร่างของเขาโดยไม่รู้ตัว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นระริกในฝัก "กฎบ้าบออันใดกัน นี่คือวิถีมารอย่างแท้จริง" "ใช่ มันคือวิถีมาร" จื่อหยางพยักหน้ารับ รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ท่านพ่อของข้า เป็นผู้นำตระกูลผู้ทรงคุณธรรม เขาปฏิเสธที่จะฝึกฝนมัน เขาเลือกที่จะผนึกคัมภีร์เล่มนั้นไว้ใต้ก้นบึงมรกต และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับพวกเรา... แต่ความสงบสุขในยุทธภพ มักเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินกว่าที่สวรรค์จะเมตตา" บรรยากาศภายในถ้ำพลنينเงียบงัดลงไปอีกขั้น มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่กลั่นตัวจากหินย้อยตกลงสู่พื้นหิน ดังเปาะแปะ... ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง "ในคืนที่หิมะโปรยปรายหนาแน่นที่สุดเมื่อสิบปีก่อน..." จื่อหยางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้า1ไปในเนื้อ ฝ่ามือสั่นเทา "พรรคโลหิตทมิฬบุกเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณเตือน พวกมันต้องการคัมภีร์ธาราโลหิตเพื่อใช้ครอบครองยุทธภพ ท่านพ่อต่อสู้อย่างสุดกำลังจนเลือดอาบ1ร่าง ท่านแม่เอาตัวเข้าบังคมดาบเพื่อปกป้องข้า... และคนที่ยื่นมือถือดาบแทงทะลุหัวใจท่านพ่อในวินาทีสุดท้าย—ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือพี่ชายแท้ๆ ของข้าเอง" สิ้นคำพูดนั้น ความหนาวเย็นรอบกายก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนก่อตัวขึ้นรอบกายของจื่อหยางอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณเหมันต์ระเบิดออกโดยไร้การควบคุม แรงกดดันระดับเซียนขั้นสูงแผ่ซ่านจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน หินผาน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว นางร้องไห้—แต่น้ำตานั้นไม่ได้ไหลรินจากความอ่อนแอ มันคือหยาดน้ำตาที่กลั่นตัวมาจากความแค้น ความเคียดแค้นต่อสวรรค์ และความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตวิญญาณมาตลอดสิบปี หลี่มู่เหวินไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาว ท่ามกลางพายุเหมันต์ที่พร้อมจะฉีกร่างของคนให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเขาแผ่ซ่านออกปกป้องร่างของนางไว้ไม่ให้ถูกทำร้ายจากพลังสะท้อนกลับของตนเอง เขายื่นมือออกไปสัมผัสที่ไหล่บอบบางคู่นั้นอย่างแผ่วเบาและสุภาพ ไออุ่นจากฝ่าชายหนุ่มถ่ายเทผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ร่างกายที่เย็นเยือกของนาง "มู่เหวิน..." จื่อหยางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยดน้ำตาสุดท้ายไหลอาบแก้มเนียน "มือคู่นี้... เปื้อนเลือดของพี่ชายตัวเอง ข้าสังหารเขาด้วยมือของข้าเองในคืนนั้น เพื่อแย่งชิงคัมภีร์กลับมาทำลาย... ข้าไม่ใช่สตรีผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่เจ้าคิด ข้าคือปีศาจ... ข้าคือผู้สังหารสายเลือดเดียวกัน" หลี่มู่เหวินส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนและเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน "ในยุทธภพนี้ มีใครบ้างที่มือไม่เคยเปื้อนเลือด" เสียงของเขาอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านยอดเขาอันหนเหน็บ "ท่านทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว จื่อหยาง บาปกรรมทั้งหมด... ให้ข้าผู้เป็นจอมยุทธ์พเนจรผู้นี้ร่วมแบกรับมันไว้กับท่านเถอะ" จื่อหยางเบิกตากว้างเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาตลอดสิบปีแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา นางโผเข้าซบลงที่อกของชายหนุ่ม ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางแล้วพบเจอแผ่นหลังอันพึ่งพาได้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความผูกพันอันแน่นแฟ้นนั้นเอง... *ตูมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ดังขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำศิลา แรงระเบิดมหาศาลทำลายค่ายกลป้องกันที่จื่อหยางวางไว้จนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวล เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับไอสังหารที่เย็นเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง ปลายกระบี่นับสิบคู่ชี้ตรงมายังใจกลางถ้ำที่พวกเขายืนอยู่ "ฮ่าๆๆๆ! เซียนจื่อหยาง เจ้าหลบซ่อนอยู่ที่นี่นี่เอง คิดหรือว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือของพรรคโลหิตทมิฬไปได้!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวาน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดคลุมสีเลือด ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจดจ้องมาที่ทั้งสองคนด้วยความกระหายเลือด และที่สำคัญที่สุด... บนหน้าอกของบุรุษผู้นั้น ปักด้วยสัญลักษณ์รูป "กระบี่โลหิตคู่" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับคนในอดีตที่สังหารครอบครัวของหลี่มู่เหวินเมื่อสิบปีก่อน! หลี่มู่เหวินค่อยๆ ดึงตัวจื่อหยางให้อยู่ด้านหลังอย่างนุ่มนวล มือขวาเลื่อนไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างกาย นัยน์ตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกน ไอปรั้นสีทองผสมผสานกับปราณกระบี่ระเบิดออกพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลุเพดานถ้ำจนมองเห็นเมฆหมุนวนสีดำทะมึน "ดูเหมือนว่า... บัญชีหนี้เลือดเมื่อสิบปีก่อน ถึงเวลาต้องสะสางกันเสียที" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าเย็นเยียบถึงกระดูกดำ — ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%