มหาสมุทรทรายทมิฬแห่งทะเลทรายหลงเหมินหาใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรย่างกรายไปเยือน เม็ดทรายสีนิลกาฬยามนี้ถูกพายุหมุนวนซัดสาดจนผืนฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด อากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอมโลหิตแผดเผาผิวเนื้อจนแสบสันต์ แต่ทว่า... ท่ามกลางพายุทรายที่บ้าคลั่งจนแทบฉีกกระชากวิญญาณได้นั้น กลับมีรัศมีสีครามสายหนึ่งพุ่งแหวกนภาลงมาดุจดาวตก
หลี่มู่เหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง ลมหายใจของเขาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับความเงียบงัน แม้พายุรอบกายจะแผดเสียงคำรามกึกก้องราวกับอสูรกายคลั่ง แต่ภายในรัศมีสามเชียะรอบตัวเขากลับสงบดุจผืนน้ำในบึงโบราณ
"เจ้าสำนักโจรพยัคฆ์ทมิฬ ส่งกระบี่กระดูกมังกรคืนมาซะ มิเช่นนั้นวันนี้จักเป็นวันตายของพวกเจ้า" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องผ่านสายลม แม้ไร้ซึ่งพลังปราณตะโกน แต่ทุกคำกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผู้คนราวกับคมมีด
เบื้องหน้าของหลี่มู่เหวินคือกลุ่มโจรทรายนับร้อยที่กำลังควบม้าอัคคีหนีตาย นำโดย 'หม่าเฟิง' ผู้นำโจรผู้มีวิชากายาเหล็กไหลขั้นแปด มันหันกลับมามองด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม รอยแผลเป็นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"ไอ้หนูหาญกล้า! เจ้าเป็นใครมาจากไหน ถึงกล้ามาขวางทางสุนัขป้าแห่งทะเลทรายหลงเหมิน!" หม่าเฟิงคำรามลั่น พลางชักดาบใหญ่หนาเตอะที่อาบด้วยพิษโลหิตอสรพิษขึ้นชี้หน้า หลี่มู่เหวินเพียงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งสุภาพและเยือกเย็นในคราเดียวกัน
"ข้าเป็นเพียงผู้เดินทางที่เกลียดชังความอยุติธรรม... และเกลียดชังพวกที่ชอบแย่งชิงของที่ไม่ใช่ของตน ยิ่งกว่าสิ่งใด"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เหวินก็เลือนหายไปจากจุดเดิม!
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สายหนึ่งมิได้ถูกชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ เป็นเพียงการขยับข้อมือและส่งกระบี่กระแทกออกจากฝักเพียงสามนิ้ว ทว่าอานุภาพกลับรุนแรงราวมังกรสะบัดหาง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่าอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว รัศมีสีครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ตัดผ่านร่างของม้าอัคคีและเหล่าโจรทรายนับสิบในคราเดียว
ร่างของโจรทรายเหล่านั้นยังคงควบทะยานไปข้างหน้า ชั่วพริบตาต่อมา ร่างกายท่อนบนและท่อนล่างก็แยกออกจากกันอย่างสะอาดสะอ้าน เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนทรายสีนิลให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น
หม่าเฟิงหน้าถอดสี ขนหัวลุกชันด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด มันสัมผัสไม่ได้แม้แต่วิถีการเคลื่อนไหวหรือธาตุปราณของคู่ต่อสู้ วิชาอันใดกัน? ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย ไร้จุดเริ่มต้นและจุดจบ!
"วิชาประหลาด... เจ้าเป็นใครกันแน่!" หม่าเฟิงแผดเสียงด้วยความตื่นตระหนก งัดเอาพลังปราณทั้งหมดระเบิดออกเป็นเกราะคุ้มกายสีดำทมิฬ พยายามตวัดดาบใหญ่ฟันสวนกลับอย่างสุดกำลัง
ทว่า ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะปะทะเข้ากับร่างของหลี่มู่เหวินนั้นเอง...
*ฉับพลัน! อุณหภูมิโดยรอบกลับลดฮวบลงจากจุดเดือดกลายเป็นความหนาวยะเยือกถึงขั้วกระดูกในพริบตาเดียว!*
พายุทรายสีเลือดที่กำลังหมุนวนอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ถูกแช่แข็งกลางอากาศในชั่วลมหายใจ เม็ดทรายนับล้านกลายเป็นผลึกน้ำแข็งระยิบระยับร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับสายฝนแห่งรัตติกาล ความเย็นยะเยือกนี้ไม่ใช่ความหนาวเย็นตามธรรมชาติ หากแต่เป็น "เขตแดนเหมันต์นิรันดร์" ที่ทรงพลังจนสามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งกาลเวลาและวิญญาณ!
หลี่มู่เหวินหยุดชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเบื้องบน
ท่ามกลางเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมากลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็งกำลังลอยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมที่นางเป็นผู้ควบคุม ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาคู่นั้นดั่งอัญมณีสีฟ้าใสที่สะท้อนภาพความตายและความหนาวเหน็บ นางถือกระบี่หิมะโปรยที่เปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองไว้ในมือเรียว
เซียนจื่อหยาง... นางมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร?
หม่าเฟิงที่หวาดกลัวหลี่มู่เหวินอยู่แล้ว เมื่อเห็นสตรีชุดขาวผู้แผ่ไอสังหารหนתเหน็บนี้ปรากฏตัวขึ้น สติสัมปชัญญะของมันก็ขาดผึ่ง มันหันคมดาบเข้าหาเซียนจื่อหยางทันทีด้วยความสิ้นหวัง "นังปีศาจน้ำแข็ง ตายซะเถอะ!"
เซียนจื่อหยางมิได้แม้แต่จะปรายตาแลมองมัน นางเพียงยกมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วสะบัดเบาๆ
*เพล้ง!*
เกราะปราณทมิฬของหม่าเฟิงถูกแช่แข็งและแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ร่างกายของมันถูกผลึกน้ำแข็งสีฟ้าพุ่งเข้าเกาะกุมจากปลายเท้าขึ้นสู่ลำศีรษะ ชั่วพริบตาเดียว หัวหน้าโจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งหลงเหมินก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งที่ไร้ซึ่งลมหายใจ ก่อนจะแตกละเอียดเป็นผุยผงปลิวไปตามสายลม
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่นับร้อยลี้ เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหลี่มู่เหวินและเสียงก้าวเท้าของสตรีผู้เยือกเย็นที่หยุดลงตรงหน้าเขา
เซียนจื่อหยางยืนห่างจากหลี่มู่เหวินเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายหอมเย็นราวดอกเหมันต์ลอยแตะจมูก แม้ใบหน้าของนางจะไร้รอยยิ้มและเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี แต่ทว่า... นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามที่มองสบตาเข้ากับเขา เป็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างแนบเนียน
"เจ้าประมาทเกินไปแล้ว... มู่เหวิน" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำ แต่กลับแฝงความห่วงหาอาทรไว้อย่างลึกซึ้งจนคนฟังหัวใจกระตุกวูบ
หลี่มู่เหวินเก็บกระบี่เข้าฝัก รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาไม่ถอยหนีความเย็นชาของนาง ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกครึ่งก้าว จนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวนาง
"หากข้าไม่ประมาท แล้วข้าจะได้พบเจ้าที่กลางทะเลทรายแห่งนี้หรือ... จื่อหยาง?" เขาเอמהด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าทระนง
เซียนจื่อหยางเม้มริมฝีปากน้อยๆ นางเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอายที่มักเกิดขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับความดื้อรั้นของเขา "เจ้ายังคงปากหวานเช่นเคย... ระวังตัวไว้เถอะ คนที่เจ้าตามล่าอยู่ไม่ได้มีแค่กลุ่มโจรป่าเหล่านี้..."
ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยจบประโยค ผืนทรายเบื้องล่างที่ถูกแช่แข็งไว้ก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นพิภพ ราวกับมีสัตว์อสูรบรรพกาลหรือยอดฝีมือลึกลับกำลังตื่นจากการจำศีล!
เซียนจื่อหยางเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียดในทันที นางคว้าแขนเสื้อของหลี่มู่เหวินไว้แน่น "ระวัง! มันมาแล้ว..."
*ครึกกก—!*
พื้นทรายเบื้องหน้ายุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกร้อยจั้ง เปลวเพลิงสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก ที่ดังสะท้อนก้องกราบฟ้าดิน และร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไอสังหารที่รุนแรงจนแม้แต่พายุทรายยังต้องสยบยอม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมกระบี่และสายลมหนาวนี้นะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 2
ประกายหิมะกลางทะเลทราย
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!