กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง•ตอนที่ 4

วิชาลับไร้ลักษณ์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"เจตจำนงกระบี่ของตระกูลหลี่ ร่วงหล่นต่ำต้อยถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดุจสายลมหนาวจากหุบเขาอเวจีดังสะท้อนก้องกราบผาหินอัคคี เงาร่างสี่สายของพรรคโลหิตทมิฬรายล้อมร่างของหลี่มู่เหวินเอาไว้ราวกับฝูงพญาแร้งที่รอคอยการสิ้นลมของเหยื่อ พื้นศิลาใต้เท้าพวกมันแตกละเอียดเป็นจุลด้วยแรงกดดันจากลมปราณระดับทะลวงชีพจรขั้นที่แปด กลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารแผ่ซ่านจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น หลี่มู่เหวินยังคงยืนสงบนิ่งดั่งขุนเขา ปลายกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาในมือไร้ซึ่งประกายแสงใดๆ ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับลึกล้ำดึงดูดวิญญาณผู้คนยิ่งกว่าห้วงมหรรณพ เขาปรายตามองศัตรูเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เย้ยหยันแม้กระทั่งความตาย "วิชากระบี่ของตระกูลหลี่หาได้อยู่ที่รูปกาย หากแต่อยู่ที่หัวใจที่ไร้ความกลัว" หลี่มู่เหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงขั้ววิญญาณ "พวกเจ้าต่อให้ฝึกฝนเคล็ดวิชาโลหิตสวรรค์จนสำเร็จสมบูรณ์ ก็เป็นได้เพียงสุนัขรับใช้ที่คลานอยู่ใต้เงาของผู้อื่น... ไร้ซึ่งกระดูกสันหลังโดยแท้" "ปากกล้านัก! ร่างแหลกเป็นจุลไปเสียเถอะ!" ผู้อาวุโสลำดับสามแห่งพรรคโลหิตทมิฬคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือเคลือบด้วยปราณโลหิตเข้มข้นซัดเข้าใส่กลางหน้าอกของหลี่มู่เหวินอย่างอำมหิต ความเร็วของมันปานสายฟ้าแลบจนแทบมองไม่เห็นเงา ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง อุณหภูมิรอบกายก็ลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามพรูพราวดั่งม่านมุก เซียนจื่อหยางขยับกายเพียงเล็กน้อย ร่างอรชรในชุดอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ก็มาขวางกั้นอยู่เบื้องหน้า นางเพียงตวัดนิ้วเรียวบางดั่งหยกสลักออกไปเบาๆ คลื่นความเย็นยะเยือกตระกูลเหมันต์ก็พุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือโลหิตจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว *ตูม!* พลังปราณสองสายปะทะกันจนเกิดเป็นหมอกไอสีขาวโพลนปกคลุมไปทั่วบริเวณ เซียนจื่อหยางถอยหลังไปครึ่งก้าว ลมหายใจนางยังคงสม่ำเสมอ ทว่าใบหน้ารูปสลักกลับซีดเซียวลงเล็กน้อย นางเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันกลับไปมองคนด้านหลัง "บาดแผลในจุดตันเถียนของท่านยังไม่หายสนิท อย่าเพิ่งฝืนโคจรลมปราณจะดีกว่า..." หลี่มู่เหวินระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความมั่นใจท่ามกลางสมรภูมิเลือด "จื่อหยาง... ขอบคุณที่เจ้าคอยปกป้องข้าเสมอมา แต่หนี้เลือดของตระกูลหลี่ และบัญชีแค้นที่พวกมันติดค้างข้า... สมควรถึงเวลาสะสางด้วยคมกระบี่ของข้าเองแล้ว" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่กลับทรงพลังอำนาจจนเซียนจื่อหยางชะงักงัน นางมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ นัยน์ตาคู่งามที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับไหววับด้วยประกายแห่งความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง นางรู้ดีว่าสัจธรรมแห่งกระบี่ไร้ลักษณ์นั้นน่ากลัวเพียงใด และนางก็พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเส้นทางที่เขากำลังจะก้าวเดิน "ถ้าเช่นนั้น..." เซียนจื่อหยางถอยร่นออกไปยืนคุมเชิงโดยรอบอย่างงดงาม "ข้าจะเปิดทางให้ท่านมองเห็นวิถีแห่งฟ้าดินให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเอง" ยามเมื่อวาจาสิ้นสุดลง หลี่มู่เหวินก็หลับตาลงช้าๆ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่งลง ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด ผู้อาวุโสพรรคโลหิตทมิฬทั้งสี่ต่างขมวดคิ้วแน่น พวกมันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้แผ่พุ่งรังสีอำมหิตออกมาเลยแม้แต่น้อย หากแต่... ตัวตนของเขากลับกำลัง *เลือนหายไป* จากการรับรู้ของลมปราณ! "มันกำลังทำบ้าอะไรอยู่? ฆ่ามันซะ!" ผู้อาวุโสพรรคโลหิตทมิฬสะบัดมือสั่งการพร้อมกัน ร่างทั้งสี่พุ่งทะยานเข้าหาหลี่มู่เหวินด้วยกระบวนท่าที่ดุร้ายที่สุด ดาบโลหิตและกระบี่มารนับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายเพลิงโลหิตหมายบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกเป็นจุลในพริบตา ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่คมอาวุธกำลังจะพุ่งทะลวงผ่านร่างนั้น หลี่มู่เหวินลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างไม่ได้ดำสนิทอีกต่อไป หากแต่สะท้อนภาพของจักรวาลอันเวิ้งว้างและประกายแสงดาราที่หมุนวน ปราณกระบี่ที่ไร้รูปร่าง ไร้เสียง และไร้ขอบเขต ระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างฉับพลัน! *ฉับ!* ไม่ใช่เสียงของเหล็กกระทบเหล็ก แต่เป็นเสียงของอากาศที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ คมกระบี่ไร้ลักษณ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กวาดผ่านร่างของยอดฝีมือพรรคโลหิตทมิฬทั้งสี่ในรัศมีร้อย丈อย่างเชิดฉายและงดงามดั่งบทกวี เวลาคล้ายหยุดเดินไปชั่วขณะ ผู้อาวุโสพรรคโลหิตทมิฬทั้งสี่ค้างท่าทางการโจมตีกลางอากาศ ร่างกายของพวกมันยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ทว่า... ดาบในมือของพวกมันกลับขาดสะบั้นลงเป็นท่อนๆ และสายเลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากรอยตัดเรียบเนียนบริเวณลำคอพร้อมกันอย่างไร้สุ้มเสียง! *ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ* ร่างไร้ลมหายใจทั้งสี่ร่างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นศิลาพร้อมกัน ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด พวกมันตายโดยที่ไม่ทันได้รู้ด้วยซ้ำว่ากระบี่ของหลี่มู่เหวินแทงทะลวงผ่านจุดตายของตนไปตั้งแต่เมื่อใด หลี่มู่เหวินยืนนิ่งสงบ ปลายกระบี่ไม้ไผ่ในมือหยดหยาดโลหิตสีแดงสดลงสู่พื้นทีละหยด เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัน เขากำลังจะเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก ทว่าจู่ๆ ท้องนภากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เมฆทัณฑ์สวรรค์อัดแน่นด้วยสายฟ้าคำรามครืนครั่นราวกับโกรธเกรี้ยวที่วิถีกระบี่ของมนุษย์ผู้หนึ่งกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้ แรงกดดันระดับสวรรค์สะเทือนเลื่อนลั่นลงมาจากเบื้องบน บีบอัดจนกระดูกทั่วร่างของหลี่มู่เหวินลั่นกรอบ ทว่าเขากลับเงยหน้าขึ้นท้าทายด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนประกายสายฟ้าอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดในใต้หล้า และในวินาทีที่ทัณฑ์สวรรค์สายแรกกำลังจะผ่าลงมาทำลายล้างทุกสิ่ง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบเหนือยอดผา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ทำให้หัวใจของคนฟังต้องหยุดเต้น "นับว่าวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าพัฒนาไปได้ไม่เลวเลย... หลี่มู่เหวิน แต่น่าเสียดายที่วันนี้ จะเป็นวันตายของเจ้า!" ขอขอบคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่นี้มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบฟ้ากับนัยน์ตาเซียนน้ำแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%