"ถ้าพวกท่านยังส่งเสียงเอะอะโวยวายกันอีกคำเดียว อาหารกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอหม้อนี้ ข้าจะเททิ้งให้หมูกินเสียให้หมด ไม่ขายให้พวกท่านแล้ว!"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตรอกซอกซอยแคบๆ หลังตลาดมืด ท่ามกลางสายตาละโมบโลภมากนับสิบคู่ที่จดจ้องไปยังหม้อดินเผาใบใหญ่ ซึ่งกำลังส่งควันสีขาวนวลลอยกรุ่นอบอวล คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่มผสมผสานกับสมุนไพรจีนตุ๋นยาจีนสูตรลับเฉพาะจากมิติห้างสรรพสินค้าในมือของ หลินว่านหลิง
หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมและเย่อหยิ่งอย่างมีชั้นเชิง ในร่างสะใภ้ตัวร้ายที่ผู้คนเคยตราหน้าว่าไร้ค่า บัดนี้กลับเปล่งประกายความมั่นใจจนน่าเกรงขาม เสื้อผ้าเนื้อดีที่ได้รับการดูแลอย่างสะอาดสะอ้านขับเน้นให้ใบหน้าผุดผ่องยิ่งขึ้นไปอีก ร่างเพรียวระหงยืนอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวเก่า ทว่าบรรยากาศรอบตัวเธอกลับทรงพลังเสียจนพ่อค้าคนกลางและเหล่าอันธพาลในตลาดมืดที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือด ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืดโดยไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงขู่ตะคอก
"แม่นางหลิน... ใจเย็นๆ ก่อนสิขอรับ ข้าเพียงแต่ตกใจที่กลิ่นมันช่างหอมยั่วยวนใจเสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เท่านั้นเอง" บุรุษร่างท้วมสวมหมวกผ้าเก่าๆ ซึ่งเป็นขาใหญ่ประจำตลาดมืดรีบเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ยิ้มจนตาหยีส่งให้เธออย่างเอาอกเอาใจ พร้อมกับควักธนบัตรยับยี่สิบหยวนออกมาโบกสะบัดในมือ "ข้าเอาหนึ่งชามใหญ่! ไม่ส... สามชามเลย เอาให้สะใจไปข้างหนึ่ง!"
หลินว่านหลิงปรายตามองธนบัตรในมือของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช เงินในยุคแปดสิบนี้หายากยิ่งนัก แต่สำหรับคนกลุ่มนี้ที่รีดไถชาวบ้านมา หากได้เจอของอร่อยและมีสรรพคุณบำรุงกำลังวังชาชั้นเลิศ ย่อมยอมควักกระเป๋าจ่ายอย่างไม่เสียดาย
"ชามละห้าหยวน ห้ามต่อรอง และต้องต่อแถวให้เป็นระเบียบ" หลินว่านหลิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต "ใครแซงคิว ข้าจะจดชื่อไว้และจะไม่ขายให้อีกตลอดชีวิต!"
สิ้นเสียงประกาศนั้น ฝูงชนที่เบียดเสียดแย่งชิงกันอยู่เมื่อครู่ต่างรีบจัดระเบียบแถวกันอย่างลهاลลาน ภาพของชายฉกรรจ์ร่างหนาและพ่อค้าหน้าเลือดที่ยอมเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว สร้างความประทับใจให้แก่ ลู่จิน ที่ยืนอารักขาอยู่ข้างกายภรรยาไม่ห่าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มกางเกงขายาวทะมัดทะแมง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณด้วยความระแวกระวัง มือหนากุมด้ามมีดพกที่เหน็บไว้ที่เอวแน่น พร้อมปกป้องภรรยาสุดที่รักจากทุกอันตราย ทว่าลึกๆ ในแววตาคู่นั้นกลับฉายประกายความคลั่งรักและภาคภูมิใจจนปิดไม่มิด
ภรรยาตัวน้อยของเขาช่างเก่งกาจและน่าทึ่งเสียจริง จากหญิงสาวที่เคยเอาแต่ใจและสร้างแต่ความปวดหัว บัดนี้เธอกลับเนรมิตเมนูธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าทำเงินมหาศาลภายในเวลาไม่กี่นาที
ทัพพีไม้ไผ่ถูกตักลงไปในหม้อดินเผาอย่างทะมัดทะแมง เนื้อไข่ตุ๋นเนียนละเอียดดั่งพุดดิ้งสีนวลละมุน เด้งดึ๋งอยู่ในชามกระเบื้องเคลือบ พร้อมด้วยรากบัว เก๋ากี้ และโสมตังกุยชิ้นโตที่ถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและไข่ไก่สดใหม่จากมิติมหัศจรรย์พวยพุ่งแตะจมูกผู้คนรอบข้าง จนกระทั่งคนที่อยู่ท้ายแถวถึงกับสูดปากด้วยความอยากอาหาร
"หอมเหลือเกิน... แม่เจ้าโว้ย! ข้าไม่เคยได้กลิ่นอาหารชนิดใดหอมเย้ายวนใจเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!" ลูกค้าคนแรกที่ได้รับชามไข่ตุ๋นสมุนไพรไปครองรีบใช้ช้อนตักเข้าปากทันทีโดยไม่กลัวลวก ความร้อนระอุผสมผสานกับรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้น ความหวานตามธรรมชาติของไข่และน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เคี่ยวข้ามคืน แตกซ่านไปทั่วโพรงปากจนดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง รสสัมผัสนั้นอบอุ่นและให้พลังงานพุ่งพล่านไปทั่วร่าง ราวกับความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งวันมลายหายไปในพริบตา "อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! สมราคาห้าหยวนจริงๆ!"
เสียงอุทานด้วยความทึ่งดังขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คนที่ยังไม่ได้ลิ้มลองต่างพากันชะเง้อมองด้วยความกระวนกระวายใจ เงินในกระเป๋าถูกควักออกมาเตรียมพร้อมอย่างไม่ลังเล บรรยากาศในมุมมืดของตลาดมืดในยามค่ำคืนคึกคักราวกับมีงานเทศกาลใหญ่โต
หลินว่านหลิงทำงานอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากเมื่อเสียงระบบแจ้งเตือนยอดขายในมิติห้างสรรพสินค้าดังขึ้นไม่ขาดสาย ยอดเงินในบัญชีลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย นี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น... ก้าวแรกของการสร้างอาณาจักรธุรกิจและยبرยระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวให้สุขสบายจนพวกญาติผู้เคยเหยียดหยามต้องอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
"ว่าnหลิง..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับที่ผ้าขนหนูสะอาดผืนหนึ่งถูกยื่นมาซับเหงื่อบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ลู่จินโน้มตัวลงมาใกล้ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบแก้มทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ "เจ้าเหนื่อยแล้ว พักสักครู่เถี่ยว ให้พี่จัดการตักขายเองนะ"
"ไม่ต้องค่ะ สามี..." หลินว่านหลิงช้อนตาขึ้นมองสามีหนุ่ม รอยยิ้มซุกซนฉายชัดในดวงตาคู่สวย "ข้ายังไหว เงินทองกำลังวิ่งเข้ามาหาเรา จะหยุดพักได้อย่างไรกันคะ? อีกอย่าง... ข้าชอบเวลาที่เห็นคนพวกนี้แย่งกันซื้ออาหารฝีมือข้าเสียจริง มันสะใจดีไม่ใช่หรือคะ?"
ลู่จินหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู สายตากวาดมองภรรยาด้วยความรักและหลงใหลจนแทบไม่สามารถละสายตาไปไหนได้ "ตามใจเจ้าทุกอย่าง... ไม่ว่าเจ้าต้องการทำอะไร พี่จะคอยสนับสนุนและยืนเคียงข้างเจ้าเสมอ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นMื่นและยอดขายกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตรอกซอกซอย พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราด
"หลบไป! เจ้าหน้าที่ตรวจตลาดมาแล้ว! ใครขายของเถื่อนตรงนี้วะ?!"
สิ้นเสียงนั้น ฝูงชนในตลาดมืดต่างแตกฮือด้วยความตื่นตระหนก ธนบัตรในมือของลูกค้าหลายคนร่วงหล่นลงพื้น ลู่จินขมวดคิ้วมุ่น ร่างกายกำยำก้าวออกมาบังภรรยาไว้ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่หลินว่านหลิงกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น เมื่อเงาร่างของคนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าอัปลักษณ์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมสร้างฟาร์มและกอบโกยความร่ำสะใจไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยนะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 10
ตอนที่ 10: ไข่ตุ๋นสมุนไพรสะท้านตลาดมืด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!