"สิบหยวนถ้วนค่ะ... ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ ถ้าติดใจพรุ่งนี้เชิญแวะมาใหม่ได้ค่ะ!"
เสียงใสทุ้มกังวานของหลินว่านหลิงดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจอึกทึกของตลาดมืดอำเภอซingหลิง มือเรียวบางภายใต้เสื้อถักไหมพรมสีครีมสะอาดตาคล่องแคล่วว่องไวเกินกว่าที่หญิงสาวชาวชนบททั่วไปจะทำได้ เธอกำลังตักแป้งทอดกรอบนอกนุ่มในที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลงในกระทงกระดาษสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว โดยมีลู่จินยืนตระหง่านทำหน้าที่เป็นทั้งโล่มนุษย์คอยกันฝูงชนที่เบียดเสียดกันเข้ามา และเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งคอยรับเงินหยวนเข้ากระเป๋าอย่างแข็งขัน
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเนื้อย่างสูตรลับหมักด้วยเครื่องเทศเข้มข้นจากมิติห้างสรรพสินค้า ผสมผสานกับความกรอบหอมของแป้งทอดทาเนยเกรดพรีเมียม ทำเอาพ่อค้าแม่ขายแผงลอยข้างเคียงถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอมามองด้วยความอิจฉาตาร้อน
"แม่นางน้อย... แป้งทอดเจ้านี่มันใส่อะไรลงไป ทำไมกลิ่นมันถึงได้ยั่วยวนคนจนท้องร้องขนาดนี้! ข้าเอาอีกสองชิ้น เอาเนื้อย่างไม้ใหญ่สุดด้วย!" เสียงทุ้มของชายร่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าคนงานท่าเรือเอ่ยขึ้นด้วยความกระหาย เขาเพิ่งซัดแป้งทอดเข้าปากไปคำโต ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างด้วยความทึ่ง รสชาติความอร่อยระดับภัตตาคารในเมืองใหญ่ระเบิดขึ้นในโพรงปากจนเขาแทบอยากจะเหมาหมดกระทะ
"วัตถุดิบของเราคัดสรรมาอย่างดีค่ะพี่ชาย สูตรลับเฉพาะตัวทำสดใหม่ทุกวันรับรองว่าไม่มีที่ไหนเหมือนแน่นอนค่ะ" หลินว่านหลิงแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับยามกวาดสายตามองธนบัตรปึกหนาในมือของสามีที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะล้นกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มของเขา
ลู่จินเหลือบมองภรรยาคนสวยแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาคมกริบของนายหนุ่มฉายแววคลั่งรักจนปิดไม่มิด ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาเพิ่งรู้ซึ้งก็วันนี้เองว่า การได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับภรรยาแล้วช่วยกันทำมาหากินจนกระเป๋าตุง มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดในโลกหล้า เมียรักของเขาช่างฉลาดเฉลียวและเก่งกาจเสียเหลือเกิน จากผู้หญิงที่เคยถูกชาวบ้านนินทาว่าเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ บัดนี้เธอกลับกลายเป็นแม่ค้ามือทองที่กวาดเงินหยวนเข้าบ้านราวกับใบไม้ร่วง
"ว่านหลิง... แป้งในกะละมังหมดแล้ว เนื้อย่างไม้สุดท้ายก็เพิ่งถูกเหมาไปเมื่อครู่..." ลู่จินกระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูของภรรยา ขณะยื่นมือหนาไปช่วยเก็บอุปกรณ์ลงตะกร้าไม้ไผ่
หลินว่านหลิงกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความพึงพอใจ แผงลอยชั่วคราวของเธอบัดนี้ว่างเปล่า ลูกค้าหลายสิบคนที่ยังคงยืนรอด้วยความเสียดายต่างส่งเสียงบ่นอุบอาระงมเมื่อรู้ว่าสินค้าหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
"หมดแล้วจริงๆ หรือคะเนี่ย? ฉันยังไม่ได้ลองชิมเลยนะ!" หญิงสาวแต่งกายภูมิฐานท่าทางเหมือนคนมีฐานะคนหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยความผิดหวัง
"ต้องขออภัยจริงๆ นะคะคุณพี่ วันนี้วัตถุดิบของเราเตรียมมาจำกัดค่ะ ไว้พรุ่งนี้เชิญมาใหม่ตั้งแต่ไก่โห่นะคะ รับรองว่าจะเตรียมเผื่อไว้เป็นพิเศษเลยค่ะ" หลินว่านหลิงโค้งศีรษะขอโทษด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แม้ในใจจะแอบหัวเราะคิกคักกับยอดเงินมหาศาลที่ซุกซ่อนอยู่ในมิติห้างสรรพสินค้าและกระเป๋าเสื้อของสามี
เมื่อเก็บกวาดร้านเสร็จสิ้น ทั้งสองก็เร่งฝีเท้าเดินทางออกจากตลาดมืดลัดเลาะไปตามเส้นทางดินลูกรังกลับสู่บ้านพักในหมู่บ้านหง Hsing บรรยากาศยามพลบค่ำเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านทุ่งนา
ทันทีที่ผลักประตูรั้วไม้หน้าบ้านเข้ามา ลู่จินก็ดึงร่างบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที ความอบอุ่นจากร่างกายหนาแผ่ซ่านผ่านเสื้อผ้าเนื้อหนา หลินว่านหลิงไม่ทันได้ตั้งตัว อุทานเบาๆ ก่อนจะซบใบหน้าลงกับแผงอกแข็งแกร่งของสามีโดยอัตโนมัติ
"วันนี้เหนื่อยไหมคนดี?" เสียงทุ้มต่ำเอמהนุ่มนวลชวนใจสั่น ลู่จินก้มลงมองภรรยาในอ้อมแขน สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและทะนุถนอมราวกับเธอเป็นไข่ในหิน
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้นับเงินจนมือหงิกขนาดนี้ ต่อให้เหนื่อยกว่านี้สิบเท่าว่านหลิงก็สู้ตายค่ะ!" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานและภาคภูมิใจ
ลู่จินหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของภรรยาเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหมายจะมอบจุมพิตรางวัลคนเก่งสักฟอดใหญ่ แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะความหวานชื่นของคู่สามีภรรยาลงอย่างไม่ไว้หน้า หลินว่านหลิงสะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากอ้อมอกอุ่นด้วยความแปลกใจ ยามวิกาลป่านนี้ ใครกันนะถึงมาเคาะประตูบ้านของพวกเขา?
ลู่จินขมวดคิ้วมุ่น แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวบังภรรยาไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการระแวดระวังภัย ก่อนจะเดินสาวเท้ายาวๆ ไปเปิดประตูรั้ว
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ร่างผอมแห้งของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลินยืนหอบแฮกอยู่หน้าบ้าน ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห้งแล้งและแววตาดุจสุนัขจิ้งจอกที่ซ่อนความโลภไว้ไม่มิด ในมือข้างหนึ่งถือตะกร้าหวายเก่าๆ
"จินซาน... ว่านหลิง... ป้ามาเยี่ยมดึกดื่น คงไม่รบกวนเกินไปหรอกนะ พอดีป้าได้ยินข่าวว่าพวกหลานขายของดีมากในตลาด... ป้าเลยแวะเอาขนมเปี๊ยะมาฝาก..." ป้าสะใภ้ใหญ่เอ่ยเสียงหวานเลี่ยน ผิดวิสัยคนใจร้ายที่เคยด่าทอขับไล่พวกเขาอย่างสิ้นเชิง
หลินว่านหลิงหรี่ตามองผู้มาเยือนยามวิกาล มุมปากยกยิ้มเยาะขึ้นอย่างเยือกเย็น รอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงดวงตา... สินค้าหมดเกลี้ยงในพริบตาว่าน่าตกใจแล้ว แต่คนที่มาเคาะประตูขอส่วนบุญยามดึกดื่นแบบนี้ น่าสนใจยิ่งกว่าเสียอีก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมสร้างฟาร์มและกอบโกยความร่ำสะใจไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยนะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 11
ตอนที่ 11: สินค้าล็อตแรกเกลี้ยงเกลาในพริบตา
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!