"ถ้าพวกท่านยังยืนกรานจะผลาญข้าวในยุ้งฉางของบ้านเราเพื่อเอาไปปรนเปรอพี่ใหญ่ที่เอาแต่กินกับนอนล่ะก็... ต่อไปนี้แม้แต่เศษแป้งสักออนซ์เดียวก็อย่าหวังว่าจะได้แตะ!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนเสียงดังสนั่นจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือน หลินว่านหลิงยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง ดวงตาเรียวหงส์ทอประกายความเยียบเย็นและดุดันอย่างไม่มีทีท่าจะเกรงกลัวผู้ใด แม้เบื้องหน้าของนางจะเป็นแม่สามีจอมเคี่ยวและเหล่าญาติผู้พี่ที่มักมากในกามและทรัพย์สินก็ตาม
บรรยากาศภายในห้องโถงของบ้านตระกูลลู่ตอนบ่ายแก่ๆ อบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก นางสะใภ้รองผู้เคยเอาแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวยผลาญเงินทอง บัดนี้กลับยืนหลังตรงเชิดหน้าสู้ด้วยท่าทีที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งกว่าอดีตหลายเท่า
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่แม่ของฉัน!" สะใภ้ใหญ่ที่นั่งหน้ามันเยิ้มอยู่ข้างเตาไฟหวีดร้องแหลมสูง นางพยายามถลกแขนเสื้อทำท่าจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสชายเสื้อของว่านหลิง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มของลู่จินก็ก้าวเข้ามาขวางไว้เสียก่อน
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำขู่ตะคอกใดๆ ทว่าแววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่มองตรงไปยังสะใภ้ใหญ่กลับทำให้หล่อนต้องผถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบของมนุษย์บอกให้รู้ทันทีว่า หากแตะต้องภรรยาของนายทหารผู้นี้แม้แต่ปลายเส้นผม จุดจบย่อมไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาทในครอบครัวเป็นแน่
"จิน... ลูกดูเมียแกสิ มันกล้าปีนเกลียวผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านแล้ว!" แม่สามีที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนเก้าอี้โยกส่งเสียงโอดครวญขึ้นทันที หวังจะใช้ความอาวุโสกดดันบุตรชายคนรองผู้ซื่อสัตย์เช่นเคย
ทว่าครั้งนี้... ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ลู่จินหันไปมองมารดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย ไอร้อนระอุจากความโกรธแผ่ออกมาจากร่างหนาของเขาอย่างไม่ปิดบัง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้นางเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมนี้เพียงลำพังเด็ดขาด
"แม่ครับ... ที่ว่านหลิงพูด ไม่ได้เกินความจริงเลยสักนิด" ลู่จินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเดือนที่ผมส่งกลับบ้านและหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเรา ถูกผลาญไปกับค่าเหล้าและค่าพนันของพี่ใหญ่จนหมดสิ้น แม้แต่ข้าวสารกรอกหม้อตอนนี้ก็แทบไม่เหลือแล้ว ถ้าเรายังอยู่รวมกันแบบนี้... ครอบครัวเราคงต้องอดตายกันจริงๆ สักวัน"
"แก... แกกล้าเนรคุณรึไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่สามีทุบอกชกตัวร้องไห้คร่ำครวญราวกับจะขาดใจ
ว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช เวทนาในความเห็นแก่ตัวของคนเหล่านี้ นางสะบัดข้อมือเบาๆ หลุดจากการเกาะกุมของสามีชั่วคราว ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนประจันหน้ากับแม่สามีอย่างไม่เกรงกลัว
"อกตัญญูหรือคะคุณแม่? พวกเราต่างหากคือคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักในไร่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างจนตะลับขอบฟ้า ในขณะที่พี่ใหญ่ตื่นตอนสายมานั่งรอรับประทานอาหารรสเลิศ และพี่สะใภ้เอาแต่เดินนินทาชาวบ้านไปทั่ว แบบนี้เรียกตระกูลเดียวกัน หรือเรียกปลิงที่เกาะดูดเลือดพวกเรากันแน่คะ?" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่พุ่งตรงเข้าเสียบแทงใจดำของทุกคนในห้องจนหน้าชา
นางไม่รอให้ใครได้ทันตั้งตัว รีบเอ่ยแผนการที่คิดทบทวนมาอย่างรอบคอบแล้วทันที "วันนี้... ฉันกับพี่จินตัดสินใจแน่ชัดแล้วค่ะ เราจะขอ 'แยกบ้าน' กันตรงนี้"
คำว่า 'แยกบ้าน' หลุดออกมาจากปากของสะใภ้รองราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทุกคนในห้องต่างนิ่งอึ้งตาค้าง สะใภ้ใหญ่ถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ส่วนแม่สามีหน้าซีดเผือดลงทันทีด้วยความตระหนก เพราะนางรู้ดีว่าหากไม่มีหยาดเหงื่อและเงินทองจากสองสามีภรรยานี้คอยพยุง ชีวิตสุขสบายของพวกนางในตระกูลใหญ่ย่อมพังทลายลงในชั่วข้ามคืนแน่นอน
"ไม่! ฉันไม่ยอมให้แยก! แกไม่มีสิทธิ์!" แม่สามีแผดเสียงกรีดร้องลั่นบ้าน
"ไม่มีสิทธิ์หรือคะ?" ว่านหลิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปากอิบอิ่ม "ถ้าไม่ยอมให้แยกแต่โดยดี ฉันเกรงว่าสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฉันแอบเก็บหลักฐานการยักยอกเงินและทรัพย์สินของครอบครัวไปปรนเปรอพี่ใหญ่ตลอดสองปีที่ผ่านมา อาจจะไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานของหัวหน้าคอมมูนในหมู่บ้านพรุ่งนี้เช้าพอดิบพอดี... ท่านแม่คิดว่า ทางการเขาจะสนใจตรวจสอบตระกูลเราไหมคะ?"
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของนาง ห้องโถงทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนต่างหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เพราะยุคสมัยนี้การถูกสอบสวนเรื่องการคอร์รัปชันหรือการใช้ทรัพยากรส่วนรวมในทางที่ผิดไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ลู่จินมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและประกายความรักที่เอ่อล้นทะลัก หัวใจของชายหนุ่มพองโตจนแทบระเบิด ภรรยาตัวน้อยของเขาช่างฉลาดเฉลียวและเด็ดขาดเสียจนเขารู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้นางมาครอง
ว่านหลิงหันกลับมาสบตากับสามี ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก้าวแรกแห่งอิสรภาพจากการถูกกดขี่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แผ่นดินกว้างใหญ่เบื้องหน้าและพื้นที่ในมิติลับของห้างสรรพสินค้ากำลังรอให้พวกเขาสร้างอาณาจักรของตนเองโดยปราศจากปลิงดูดเลือดเหล่านี้
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังถูกแทนที่ด้วยชัยชนะของสองสามีภรรยา เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตกใจของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"แย่แล้ว! ลู่จิน! ว่านหลิง! รีบออกามาดูเร้ว! ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน... มีคนพบบาดแผลประหลาดบนรอยเท้าสัตว์ป่า และตอนนี้ข้าวของในแปลงผักของชาวบ้านถูกรื้อค้นทำลายจนราบคาบ รอยนั้น... มันไม่ใช่รอยของหมูป่าธรรมดาแน่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 5
ตอนที่ 5: แผนการแยกบ้านเริ่มต้นขึ้น
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!