"เอาเงินของหลู่จินมาเสียโดยดี! สะใภ้รอง หล่อนเป็นแค่เมียที่เขาไม่ได้รัก แถมยังทำตัวเหลวไหลมาตลอด จะเก็บเงินเดือนทหารก้อนนี้ไว้ปรนเปรอใครกัน!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลลู่ดังแผดขึ้น ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านที่เริ่มจับandมุงดูรอบรั้วบ้านดินหลังเก่า หลินว่านหลิง (นางเอกของเรา) วางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ พลอยถอนหายใจเบาๆ กับความหน้าด้านที่ไร้ขีดจำกัดของคนพวกนี้
ว่านหลิงในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ก้าวเดินออกมาที่หน้าประตูกลางแดดยามสาย ดวงตากลมโตฉายแววเย็นเยียบและเฉียบคม เธอยกมือขึ้นกอดอก มองหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่กำลังยืนเท้าสะเอวทำท่าทางราวกับเจ้าหนี้ทวงหนี้ชีวิต
"เงินเดือนทหารของสามีฉัน... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับป้าสะใภ้ใหญ่หรือคะ?" ว่านหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วครู่ "หรือว่าในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา สมองของป้ากระทบกระเทือนจนจำไม่ได้ว่าบ้านเราแยกครัวกันอยู่มานานเท่าไหร่แล้ว?"
"นั่น... นั่นมันก็เงินของตระกูลลู่! ลู่จินเป็นน้องชาย... เอ่อ เป็นหลานชายคนสำคัญ ถ้าไม่มีพวกเราเลี้ยงดูเขามาจนโต เขาจะได้ดิบได้ดีไปเป็นทหารแนวหน้าหรือไง!" ป้าสะใภ้ใหญ่แก้ตัวเสียงดังกลบเกลื่อนความละอาย ขณะที่สายตาร้อนรนจดจ้องอยู่ที่ซองจดหมายหนาและธนบัตรปึกใหญ่ในมือของบุรุษไปรษณีย์ที่ยืนเหงื่อตกอยู่ใกล้ๆ
ว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "เลี้ยงดูงั้นหรือคะ? จำได้ว่าตั้งแต่ฉันแต่งเข้ามา สามีฉันต้องส่งเงินกลับบ้านทุกเดือนจนแทบไม่เหลือติดตัว แถมพวกท่านยังเคยขับไล่พวกเราไปอยู่กระท่อมปลายนาเก่าๆ ให้เผชิญความหนาวเหน็บตามลำพัง เลี้ยงดูแบบไหนกันหรือคะ ถึงได้ใจดำอำมหิตขนาดนั้น?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยความจริงอันเจ็บแสบ ทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ส่งเสียงฮือฮากلับทันที สายตาสمเพชและวิพากษ์วิจารณ์พุ่งเป้าไปที่ป้าสะใภ้ใหญ่จนหน้าดำคร่ำเครียด
"หลินว่านหลิง! นังตัวดี ปากคอเราะร้ายนักนะ แกกล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดร้องด้วยความโกรธจัด พยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าว่านหลิง
แต่ทว่า... ว่านหลิงกลับไม่มีท่าทีสะดุ้งสะเทือน เธอหยิบเก้าอี้ไม้ตัวเล็กขึ้นมาขวางทางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาดุดันที่ทรงพลังออกมาจนอีกฝ่ายต้องผถงถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจในคอมมูนข้อบุกรุกและพยายามทำร้ายร่างกายสะใภ้ทหาร ลองดูสิคะว่าตำแหน่งหน้าที่การงานของลูกชายป้าที่กำลังจะสอบคัดเลือก จะพังพินาศเพราะความโลภของแม่ตัวเองไหม!"
คำขู่ที่เฉียบขาดนี้ได้ผลชะงัดนัก ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดลงทันที นางรู้ดีว่าตระกูลลู่ฝั่งนั้นพึ่งพาอนาคตของลูกชายคนโตเป็นหลัก หากมีเรื่องเสื่อมเสียถึงหูทางการ ทุกอย่างคงพังทลายไม่เป็นท่า นางทำได้เพียงชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะนังสะใภ้ตัวร้าย!" ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้าน
ว่านหลิงพ่นลมหายใจออกยาวๆ เธหันไปพยักหน้ารับและเซ็นชื่อรับเอกสารจากบุรุษไปรษณีย์อย่างเรียบร้อย พร้อมกับยื่นลูกอมรสหวานให้เป็นการตอบแทน บุรุษไปรษณีย์ยิ้มรับด้วยความเกรงใจและกล่าวลา
เมื่อประตูรั้วปิดลง ว่านหลิงจึงทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะไม้ในครัว พร้อมกับเปิดซองจดหมายสีน้ำตาลหนาเตอะที่ส่งตรงมาจากแนวหน้าชายแดน
กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอกลับไม่ใช่เงินสดปึกใหญ่หลายร้อยหยวนในห่อผ้า แต่เป็นแผ่นกระดาษจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหนักแน่นและจริงจังของ 'ลู่จิน' สามีหนุ่มผู้ไม่ค่อยพูดจา
*‘ว่านหลิง... ภรรยาของพี่’*
เพียงแค่ประโยคแรกที่อ่าน หัวใจของเชฟสาวแห่งยุคปัจจุบันก็กระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด มันไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจเหมือนร่างเดิมอีกต่อไป แต่มีความอบอุ่นและโหยหาบางอย่างแทรกซึมเข้ามา
*‘พี่ได้รับจดหมายจากเธอแล้วนะ ดีใจมากที่รู้ว่าเธอดูแลตัวเองดีขึ้น ไม่เกเรเหมือนก่อน ส่วนเรื่องเงินเดือนงวดนี้ พี่ตั้งใจส่งมาให้เธอทั้งหมด หวังว่ามันจะช่วยให้เธอซื้อหาของอร่อยๆ กิน และปรับปรุงบ้านให้สบายขึ้น ไม่ต้องยอมให้ใครมารังแกอีก หากใครกล้าทำร้ายเธอ บอกพี่นะ... พี่จะรีบกลับไปจัดการให้หมด’*
*‘ช่วงนี้แนวหน้าฝั่งนี้อากาศเริ่มหนาวแล้ว แต่หัวใจของพี่กลับอุ่นขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงอาหารฝีมือเธอ พี่ตั้งตารอวันที่หมดวาระทหารและได้กลับไปกินข้าวฝีมือภรรยาที่สุดในโลกอีกครั้ง คิดถึงเธอทุกลมหายใจ... ลู่จินของเธอ’*
ว่านหลิงอ่านทวนตัวหนังสือทีละบรรทัด ใบหน้าเนียนใสค่อยๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกพะวงและโดดเดี่ยวในโลกยุค 80 นี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวานล้ำที่เอ่อล้นอยู่ในทรวงอก สามีหนุ่มผู้แข็งแกร่งและคลั่งรักภรรยาคนนี้ ช่างทำให้หัวใจของหญิงสาวชาตินี้สั่นไหวได้อย่างง่ายดายเสียจริง
เธอซบใบหน้าลงกับกระดาษจดหมายแผ่นนั้นสูดดมกลิ่นอายความสะอาดและบุรุษเพศจางๆ พลางรำพึงในใจว่า *'ตกลงค่ะ... ฉันจะรอคุณกลับมาทานข้าวด้วยกันนะคะ สามีของฉัน'*
เงินเดือนก้อนโตนี้ไม่ใช่แค่เงินเพื่อความอยู่รอด แต่มันคือทุนก้อนแรกที่เธอจะนำไปต่อยอด สร้างอาณาจักรธุรกิจในชนบท ยกระดับชีวิต และเตรียมพร้อมต้อนรับการกลับมาของสามีหนุ่มผู้แสนดีคนนั้น
ในขณะที่ว่านหลิงกำลังยิ้มละมุนให้กับจดหมายรักในมือ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ สามครั้งติดๆ กัน...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ว่านหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกันที่มาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้ หรือว่าป้าสะใภ้ใหญ่จะกลับมาพร้อมกับพวกพ้องอีกรอบ?
เธอเดินไปที่ประตูช้าๆ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบไม้พายเหล็กในครัวมาถือไว้เพื่อป้องกันตัว เมื่อเปิดประตูออกและกวาดสายตามองผ่านแสงตะเกียงสลัว ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ททหารเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำค้างและฝุ่นดิน ใบหน้าคมคายมีร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้เล็กน้อย แต่ดวงตาสคมกล้าคู่นั้นกลับจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยประกายไฟแห่งความคิดถึงที่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผา
"ลู่จิน...?" ว่านหลิงอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนยินดี เมื่อร่างสูงใหญ่โผเข้าโอบกอดเธอไว้แน่นจนจมอกแกร่ง กลิ่นอายของดิน น้ำค้าง และความเป็นชายพุ่งเข้าปะทะอย่างชัดเจน
"พี่กลับมาแล้ว... ภรรยาจ๋า" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู พร้อมกับอ้อมกอดที่รัดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากอ้อมแขน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 6
ตอนที่ 6: จดหมายจากแนวหน้าและสามีทหาร
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!