"เซ็นซะเถอะค่ะคุณลุง ถ้าไม่อยากให้ใบรายการบัญชีเงินใต้โต๊ะกับหลักฐานการทุจริตเบิกค่าใช้จ่ายกองพลเมื่อสามปีก่อน ไปนอนอยู่บนโต๊ะของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์อำเภอในวันพรุ่งนี้เช้า"
กระดาษแผ่นบางที่ร่วงลงกระทบโต๊ะไม้เนื้อหยาบไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก ทว่ามันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาผืนใหญ่ที่กดทับร่างของลู่ป้าหลุนจนหลังโค้งงอ ใบหน้าของผู้นำตระกูลลู่เผือดสีลงฉับพลัน เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มขมับท่ามกลางอากาศเย็นเยียบของห้องโถงใหญ่ บ้านตระกูลลู่ยามนี้เงียบสนิท ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกพื้นก็คงดังสะท้อนก้องกังวาน
หลินว่านหลิงยืนกอดอก รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปาก ทว่าดวงตากลับคมกริบราวนกอินทรีย์ที่กำลังมองเหยื่อในกรงเล็บ ข้างกายของเธอมียืนค้ำฟ้าอย่างลู่จิน นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่แผ่ไอสังหารและแรงกดดันออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปากคำใด ร่างกายกำยำบดบังภรรยาตัวน้อยไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อปกป้อง ทว่าในสายตาของคนตระกูลลู่ตอนนี้ หลินว่านหลิงนี่แหละคือปีศาจสาวที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนใหญ่
"แก... นังตัวดี! กล้าดียังไงมาขู่พวกฉัน!" สะใภ้ใหญ่ส่งเสียงแหลมสูงด้วยความโกรธจัด หมายจะพุ่งเข้ามาข่วนหน้าหญิงสาว แต่เพียงแค่ลู่จินปรายตามองด้วยแววตาดุจคมมีด ร่างของนางก็แข็งค้าง ก้าวขาไม่ออกราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะคุณป้า แต่ฉันกำลัง 'เจรจา' ต่างหาก" ว่านหลิงป้องปากหัวسะเบาะเบาๆ น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนถึงกระดูก "พวกท่านอยากได้เงินจากค่าตัวฉันตอนแต่งเข้าบ้านลู่มานักไม่ใช่หรือคะ? สองร้อยหยวนที่ว่า... ฉันยอมแลกกับการตัดขาด ทิ้งชื่อออกจากทะเบียนบ้าน และยกที่ดินผืนรกร้างท้ายหมู่บ้านให้เราสองคนครอบครองแต่เพียงผู้เดียว แลกกับการที่พวกท่านยังคงรักษาตำแหน่งหน้าตาในหมู่บ้านไว้ได้... ดิฉันว่าเป็นการค้าที่คุ้มค่ามากเลยนะคะ"
ลู่ป้าหลุนหอบหายใจหนักหน่วง สายตาขุ่นเคืองเหลือบมองกระดาษในมือสั่นเทา หลักฐานพวกนี้... นังเด็กนี่ไปเอามาจากไหน? มันคือความลับสุดยอดของตระกูลที่เขาเก็บซ่อนไว้อย่างดี แต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือของสะใภ้ตัวแสบที่เขาเคยคิดว่าหัวอ่อนและจัดการง่าย
หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา อนาคตทางการเมืองของลูกชายคนโตที่กำลังจะสอบเลื่อนขั้นในกองอำเภอคงดับวับทันที แถมตระกูลลู่ยังต้องอับอายขายขี้หน้าจนแทบไม่มีแผ่นดินจะ
"พ่อ... เซ็นเถอะครับ เซ็นไปเถอะ!" ลู่จินเฉิน ลูกชายคนรองที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นรีบกระตุกแขนผู้เป็นพ่อ เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว "ถ้าพวกมันเอาหลักฐานไปแจ้งทางการจริงๆ พวกเราจะพากันซวยกันหมดนะพ่อ!"
ป้าหลุนกัดฟันกรอดจนกรามปูดนูน ความโลภที่เคยมีถูกความกลัวเข้าครอบงำจนหมดสิ้น มือหยาบกร้านสั่นระริกหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาจรดลงบนกระดาษสัญญาแยกบ้านอย่างไม่เต็มใจนัก เสียงลากเส้นตวัดหวาดระแวงดังแกรกกราก ก่อนที่เขาจะปั๊มนิ้วหัวแม่มือลงไปบนหมึกสีแดงสดด้วยความเจ็บใจ
"ดีมากค่ะ" ว่านหลิงก้าวเข้าไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยกวาดมองลายเซ็นและตราประทับลายนิ้วมือด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป บ้านลู่กับบ้านของพวกเราถือว่าตัดขาดจากกันอย่าง 100% ห้ามก้าวก่าย ห้ามยืมเงิน และห้ามมาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น... จินค่ะ เก็บสัญญาฉบับนี้ไว้ให้ดีนะ"
ลู่จินรับกระดาษแผ่นสำคัญมาพับเก็บไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองภรรยาราวกับเธอกลายเป็นเทพเซียนผู้บันดาลปาฏิหาริย์ ความรู้สึกโล่งอกแผ่ซ่านไปทั่วอก แผ่นหลังที่เคยแบกรับความกดดันจากครอบครัวมานานบัดนี้เบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
"ไปกันเถอะค่ะสามี กลับบ้านของเรากัน"
ว่านหลิงเอื้อมมือไปคว้ามือหนาของสามีมากุมไว้ รอยยิ้มอบอุ่นและจริงใจส่งตรงไปถึงหัวใจของชายหนุ่ม ลู่จินกระชับมือคู่นั้นตอบแน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจ ทั้งสองหันหลังเดินออกจากบ้านตระกูลลู่ท่ามกลางสายตาริษยาและเจ็บแค้นของทุกคนในครอบครัว โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอีก
ลมหนาวพัดโชยยามบ่ายผ่านทุ่งหญ้าสีทอง สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินแคบๆ มุ่งหน้าสู่บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านที่ผุกร่อนและรกร้าง แต่วันนี้... มันไม่ใช่แค่บ้านซอมซ่ออีกต่อไป แต่มันคืออาณาจักรแห่งอิสรภาพที่พวกเขากำลังจะร่วมกันสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง
"ว่านหลิง... ขอบคุณนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบาขณะเดินข้ามสะพานไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริมมองภรรยาด้วยความรักและเทิดทูนสุดหัวใจ "ถ้าไม่ได้เธอ... ผมคงไม่มีวันหลุดพ้นจากโซ่ตรวนพวกนั้นได้เลย"
"เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะคะ จะมาขอบคุณอะไรกันเล่า" ว่านหลิงหัวเราะคิกคักพลางเอียงศีรษะซบไหล่หนาอย่างออดอ้อ "อีกอย่าง... นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเองค่ะ ที่ดินท้ายหมู่บ้านผืนนั้น เดี๋ยวฉันจะเน้นพลิกฟื้นมันให้กลายเป็นแปลงเกษตรทองคำ คอยดูเถอะว่าฉันจะทำให้คนตระกูลลู่ต้องน้ำตาตกในที่ปล่อยของดีหลุดมือไป!"
ลู่จินอมยิ้มบางๆ กับความฮึกเหิมของภรรยา เขาโอบไหล่บางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเข้าสู่เขตที่ดินรกร้างของตนเองและมองเห็นหลังคาบ้านเก่า ลู่จินก็ต้องชะงักฝีเท้ากึก ร่างสูงใหญ่พลันขยับตัวมาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
ที่หน้าประตูรั้วไม้ผุพังของบ้าน มีร่างสูงโปร่งของชายแปลกหน้าคนหนึ่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มสะอาดสะอ้านยืนรออยู่ เขากำลังถือตะกร้าหวายสานประณีตบรรจุขวดเหล้าชั้นดีและห่อชาหายากไว้ในมือ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ชายคนนั้นก็หันกลับมาพร้อมรอยยิ้มพินيسพิเทาะ และคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของลู่จินสะดุดกึก
"ไม่นึกเลยว่าจะได้พบคุณที่นี่... คุณหนูหลิน สะใภ้ตระกูลลู่ผู้เลื่องชื่อ หวังว่าการหย่าขาดจากตระกูลเดิมวันนี้ จะทำให้คุณสนใจข้อเสนอของผมในการร่วมหุ้นทำธุรกิจส่งออกสินค้าลักลอบข้ามแดน... หรือไม่จริง?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 7
ตอนที่ 7: เป็นอิสระ! หลุดพ้นจากตระกูลเดิม
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!