เสียงตบโต๊ะไม้สนลั่นสนั่นเรือนครัวจนหม้อดินเคี่ยวซุปกระดูกหมูถึงกับสั่นสะเทือน กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนตุ๋นโชยตลบอบอวลไปทั่ว แต่บรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราศีกิน
"หลินว่านหลิง! นังสะใภ้ตัวดี เจ้ากล้าดียังไงถึงซุกซ่อนแป้งสาลีขาวกับเนื้อหมูสามชั้นไว้ในตู้ไม้ ลืมไปแล้วหรือว่าบ้านหลังนี้ใครเป็นใหญ่ ข้าวทุกเมล็ด น้ำทุกหยดในบ้านตระกูลลู่ เป็นสมบัติส่วนกลางที่ต้องส่งให้แม่เลี้ยงดู ไม่ใช่ให้เจ้าเอามาปรนเปรอตัวเองกับสามีขี้โรคคนนี้คนเดียว!"
นางโจว แม่สามีผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ยืนค้ำหัวพ่นน้ำลายใส่หน้าสะใภ้รองด้วยความโกรธเกรี้ยว นางผลักประตูเข้ามาโดยไม่เคาะห้องตามสันดานเดิม หวังจะมาฉวยโอกาสกอบโกยเสบียงชั้นดีที่แอบได้กลิ่นลอยไปถึงลานบ้านเมื่อครู่
หลินว่านหลิง วางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่สามีตัวแสบ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ซึ่งฉาบด้วยความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"แม่ใหญ่เจ้าคะ... พูดจาให้มันมีสติหน่อยค่ะ" ว่านหลิงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ก้าวย่างเข้าหาอีกฝ่ายอย่างสง่างาม "ข้าวสารขาวบริสุทธิ์พวกนี้ หรือแม้แต่เนื้อหมูชิ้นโตบนเขียง ลู่จินเป็นคนเอาเงินหยาดเหงื่อแรงงานของเขาไปแลกซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ไม่ใช่ข้าวในยุ้งฉางส่วนกลางของตระกูลลู่ที่ท่านคุมอยู่ และที่สำคัญ..."
หญิงสาวเว้นจังหวะนิดหนึ่ง กวาดสายตามองสำรวจเสื้อผ้าไหมเทียมราคาแพงที่แม่สามีสวมใส่ ซึ่งเพิ่งตัดใหม่จากเงินที่พี่ใหญ่ลู่แอบยักยอกไป "สามีฉันแต่งงานแยกบ้านออกมาตามกฎหมู่บ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อวานท่านเซ็นชื่อในใบแบ่งทรัพย์สินด้วยมือของท่านเองลืมไปแล้วหรือคะ หรือว่าสมองของท่านเริ่มเสื่อมถอยไปตามอายุ ถึงจำไม่ได้ว่าเรา 'ตัดขาด' ความสัมพันธ์เรื่องทรัพย์สินกันไปเรียบร้อยแล้ว!"
คำพูดที่ตรงประเด็นราวกับมีดกรีดลงกลางใจดำ ทำให้นางโจวหน้าชาวาบ สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความอับอายและโกรธจัด
"นัง... นังเด็กปากดี! ถึงแยกบ้านแล้วยังไง ข้าคือแม่ผู้ให้กำเนิดลู่จินนะ! การที่ลูกชายกตัญญูจะหาของดีมาให้แม่กินมันแปลกตรงไหน เจ้ามันเป็นสะใภ้ใจแคบ อกตัญญู คิดจะสูบเลือดสูบเนื้อสามีให้หลงหัวปำจนลืมบุญคุณพ่อแม่!" นางโจวแผדเสียงกรีดร้องด้วยความเหลืออด ยกมือขึ้นชี้หน้าหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด
ทว่า... มือเหี่ยวย่นนั้นยังไม่ทันได้เฉียดเข้าใกล้ใบนวลเนียนของสะใภ้ ข้อมือของนางกลับถูกมือใหญ่หนาดั่งคีมเหล็กคว้าหมับไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
ลู่จิน ก้าวออกมาจากมุมมืดของประตูห้องนอน ใบหน้าคมเข้มถมึงทึง ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเย็นชาและดุดันราศีนายทหารสนามรบ แผ่รังสีน่าเกรงขามจนนางโจวสะท้านเฮือก ขนลุกชันไปทั้งร่าง
"แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น แต่น่ากลัวถึงขีดสุด "ถ้าแม่ยังกล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้วเดียว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจในฐานะลูกชายอีกเลย"
"ลู่จิน! แก... แกกล้าจับมือแม่ตัวเองรึไอ้ลูกอกตัญญู! เพราะนังจิ้งจอกนี่ใช่ไหมที่ทำให้แกเปลี่ยนไป กล้าแข็งข้อกับแม่!" นางโจวโวยวายเสียงหลง ดิ้นเร่าๆ เพื่อสะบัดมือออกแต่ไม่เป็นผล
"คนที่อกตัญญูและเห็นแก่ตัวคือใครกันแน่ครับ?" ว่านหลิงยิ้มเยาะ เดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน มันคือ 'หนังสือแยกบ้าน' ที่ประทับลายนิ้วมือและมีลายเซ็นผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานอย่างถูกต้อง "ในเอกสารฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า ตระกูลลู่มอบเงินให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่แค่สิบหยวนกับหม้อดินแตกๆ ใบเดียว และตัดขาดภาระหน้าที่ทางการเงินต่อกันเด็ดขาด หากวันนี้แม่ยังดึงดันจะมาแย่งชิงเสบียงของเรา ฉันเกรงว่าคงต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกคอมมูนมาช่วยเป็นพยานและตัดสินความกันที่ลานกลางหมู่บ้านเสียหน่อยแล้ว ว่าสะใภ้ตัวร้ายคนนี้ หรือแม่สามีหน้าเลือดกันแน่ที่กำลังละเมิดกฎหมาย!"
ได้ยินคำว่า 'ผู้ใหญ่บ้าน' และ 'ลานกลางหมู่บ้าน' สีหน้าของนางโจวก็ซีดเผือกทันที ในยุคสมัยนี้ชื่อเสียงและความถูกต้องเป็นเรื่องใหญ่หลวง หากเรื่องอับอายนี้แพร่งพรายออกไป ลูกชายคนโตของนางที่กำลังจะสอบเลื่อนขั้นในที่ทำงานคงได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
นางโจวถอยหลังกรูดด้วยความแค้นเคือง ดวงตากวาดมองลูกชายและสะใภ้ด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ดี! ปีกกล้าขาแข็งกันทั้งคู่แล้วสินะ จำคำวันนี้ไว้ให้ดีเถอะ นังว่านหลิง ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ อย่าให้มีวันที่พวกแกตกอับก็แล้วกัน!"
นางสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากเรือนครัวไปอย่างหัวเสีย เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินดังตึงตังแสดงถึงความแค้นที่สุมอก
เมื่อร่างของแม่สามีตัวแสบหายลับไปจากรั้วบ้าน หลินว่านหลิงก็ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนมองเธอด้วยสายตาซับซ้อน ลู่จินรีบวางท่าทีขรึม ขยับเข้ามาใกล้ภรรยาด้วยความเป็นห่วง
"ว่านหลิง... เธอไม่เป็นไรใช่ไหมครับ มือเจ็บหรือเปล่า?" เสียงทุ้มห้าวที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ กลับอ่อนโยนลงทันทีราวกับคนละคน มือใหญ่หนาลูบไล้ข้อมือเรียวของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม
"ฉันจะเป็นอะไรไปล่ะคะคนดี มีสามีคลั่งรักคอยปกป้องขนาดนี้" ว่านหลิงหัวเราะคิกคัก นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายซุกซน เธอเอื้อมมือไปหยิกแก้มสากของสามีเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "แต่ว่านะ... กลิ่นซุปกระดูกตุ๋นยาจีนของเราเริ่มหอมเข้าเนื้อแล้วล่ะค่ะ วันนี้ฉันตั้งใจจะทำ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' สูตรลับฉบับภรรยาคนสวยให้คุณกินเป็นการปลอบขวัญด้วยนะ"
ลู่จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความหิวจากอาหาร แต่เป็นเพราะรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มและท่าทางออดอ้อนของภรรยาที่ทำเอาหัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ทว่า ความสงบสุขในเรือนหลังน้อยกลับอยู่ได้ไม่นานนัก...
ในขณะที่ว่านหลิงกำลังจะตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำออกจากหม้อดิน กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นก็ลอยฟุ้งทะลุกำแพงดินออกไปไกลจนเพื่อนบ้านเริ่มส่งเสียงฮือฮา
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็จังๆ ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านหญิงคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน
"คุณสะใภ้ลู่จิน! แย่แล้วค่ะ! ที่หน้าปากทางหมู่บ้าน... มีรถจี๊ปทหารคันใหญ่ติดป้ายจากในเมืองวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านพวกคุณแล้ว! แถมคนที่ก้าวลงมาจากรถ... คือชายหนุ่มในเครื่องแบบประดับยศสูงผู้หนึ่ง เขาบอกว่า... เขาคືคู่หมั้นเก่าที่ทางการจัดสรรไว้ให้คุณเมื่อปีก่อน!"
หลินว่านหลิง ชะงักมือที่ถือทัพพีทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 4
ตอนที่ 4: สั่งสอนแม่สามีตัวแสบครั้งแรก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!