เศษไม้เก่าและฝุ่นควันยังไม่ทันจางหายไปจากธรณีประตู เสียงตบเท้าหนักหน่วงพร้อมน้ำเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ก็แผดลั่นเข้ามาเสียก่อน
"หลินว่านหลิง! นังตัวดี ออกมานี่นะ! แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้หมาบ้านฉันกินข้าวสารหกเรี่ยราด แถมยังกล้าแจ้งความจับลูกชายฉันอีก!"
ลู่จินที่เพิ่งวางมือจากเศษซากประตูที่ถูกถีบพัง ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มขยับตัวเพียงนิด บรรยากาศรอบตัวก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่ามือเรียวบางของหลินว่านหลิงกลับเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งนั้นไว้เบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ใจเย็นก่อนค่ะสามี... แขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ มาได้จังหวะเสียจริง อาหารบนโต๊ะกำลังร้อนๆ พอดี พวกเขาคงแค่อยكونหิวจนหน้ามืดตามัว ถึงได้เสียมารยาทพังประตูบ้านคนอื่นเช่นนี้"
ว่านหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอปรายตามองกลุ่มญาติจอมปลอมที่ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางกร่าง โดยมีผู้ใหญ่บ้านเดินหน้าตาตื่นตามเข้ามาไกลๆ เพื่อระงับเหตุ
ป้าสะใภ้ใหญ่เห็นสภาพห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยเตะจมูก ยิ่งทำให้ความโลภและโทสะพุ่งปรี๊ด "นังสารเลว! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตขนาดนี้! แล้วนั่น... ไก่ตุ๋นโสมเห็ดหอมอะไรกัน! แกแอบซ่อนเงินทองของตระกูลลู่เอาไว้สินะ ถึงได้กินอยู่กันอย่างสุขสบายขณะที่คนอื่นกำลังลำบาก!"
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ด้านนอกเริ่มส่งเสียงซุบซิบ เพราะกลิ่นของอาหารในบ้านลู่จินนั้นหอมเย้ายวนจนกระเพาะในท้องของทุกคนส่งเสียงร้องกริ๊ดๆ มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่เป็นกลิ่นเครื่องเทศชั้นดีที่ผสมผสานกับความหวานเค็มกลมกล่อมอย่างลงตัว
ลู่จินก้าวออกไปบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกวาดมองผู้บุกรุกทีละคนด้วยรัศมีของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นจนทุกคนต้องสะดุ้ง
"ประตูบ้านผมพังเสียหาย ข้าวของกระจัดกระจาย และพวกคุณบุกรุกยามวิกาล... ป้าสะใภ้ใหญ่ ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎทหารจัดการกับพวกคุณฐานทำลายทรัพย์สินและก่อความวุ่นวาย ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของผมซะ"
"แก... ไอ้หลานอกตัญญู! แกเข้าข้างนังเมียตัวร้ายนี่จนหัวปักหัวปำ!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธแค้น แต่นางก็ไม่กล้าสบตาคมกริบของลู่จินตรงๆ จึงหันไปโวยวายกับผู้ใหญ่บ้านแทน "ท่านผู้ใหญ่ดูเอาเถอะค่ะ! สองผัวเมียนี่มันผลาญสมบัติชัดๆ!"
ผู้ใหญ่บ้านปาดเหงื่อ กวาดสายตามองโต๊ะอาหารที่จัดแต่งอย่างประณีตราวกับภัตตาคารในเมืองหลวง ก่อนจะถอนหายใจยาว "เอาล่ะๆ พอได้แล้วสะใภ้ใหญ่ เรื่องประตูเดี๋ยวให้หลานลู่จินเรียกค่าเสียหายทีหลัง แต่นี่มันค่ำมืดแล้ว แยกย้ายกันกลับบ้านเถอะ อย่ามาสร้างความอับอายให้หมู่บ้านเราเลย"
ว่านหลิงยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอเดินออกมาจากด้านหลังของสามี ถือวิสาสะตักน้ำแกงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดควันฉุย กลิ่นหอมของพุทราจีนและเก๋ากี้เตะจมูกจนผู้ใหญ่บ้านถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อม
"ผู้ใหญ่บ้านคะ ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ เดินทางมาไกลคงเหนื่อยแย่ เชิญชิมซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรฝีมือดิฉันสักถ้วยเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการขอโทษที่ทำให้ท่านต้องลำบากมาไกล ส่วนป้าสะใภ้ใหญ่... ถ้าอยากกินอาหารดีๆ แบบนี้ ก็กลับไปฝึกฝนฝีมือการทำครัวที่บ้านของตัวเองเสียใหม่นะคะ อย่ามาทำตัวเป็นขอทานอดอยากปากแห้งที่คอยจ้องจะแย่งชามข้าวชาวบ้านเขาเลย มันน่าสมเพชเกินไป"
คำพูดเจ็บแสบประดุจเข็มเล่มยาวแทงทะลุกลางใจ ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจจนแทบกระอักเลือด แต่เมื่อเจอฟลัดสายตาเย็นชาของลู่จินคอยกดดัน นางจึงจำใจต้องถอยร่นและถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของชาวบ้าน
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ประตูบ้านที่พังเสียหายถูกปิดกั้นชั่วคราวด้วยแผ่นไม้ ลู่จินหันกลับมามองภรรยาของตนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความสงสัยเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความทึ่งและความลุ่มหลงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
"คุณ... เก่งเกินไปแล้ว" ลู่จินเอ่ยเสียงแหบพร่า ขณะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวเก่า
ว่านหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอวางตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงาลงตรงหน้าสามี ก่อนจะรินเหล้าหมักผลไม้อ่อนๆ ลงในจอกดินเผA "โลกภายนอกมันโหดร้ายค่ะสามี ถ้าเราไม่แสดงเขี้ยวเล็บออกไปบ้าง พวกมันก็จะคิดว่าเราเป็นแค่ลูกแกะตัวน้อยให้ขย้ำเล่น... เอาล่ะ เลิกคิดเรื่องน่ารำคาญใจพวกนั้นเถอะค่ะ เชิญลิ้มลองฝีมือของฉันดูหน่อย ว่าถูกปากทหารกล้าอย่างคุณไหม"
ลู่จินมองอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจ บนโต๊ะไม้เรียบง่ายเวลานี้ กลับเต็มไปด้วยจานอาหารหน้าตาน่ารับประทานถึงสี่อย่าง จานแรกคือ *หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วแดง* ที่เคี่ยวจนหนังนุ่มละมุนลิ้น สีสันเป็นเงางามราดด้วยน้ำซอสเข้มข้น ต่อด้วย *ปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน* ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เนื้อปลาสดใหม่ถูกแล่เป็นลวดลายสวยงาม ตามด้วย *ผัดผักบุ้งไฟแดง* สีเขียวสดกรอบ และปิดท้ายด้วย *ซุปไก่ตุ๋นโสมยาจีน* ที่ส่งไอความอบอุ่นพวยพุ่ง
ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นเข้าปากเป็นคำแรก ทันทีที่ฟันกระทบลงไป ไขมันที่ตุ๋นจนเคี่ยวกรุ่นก็แทบจะละลายหายไปในลำคอ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมที่ซึมซาบเข้าไปถึงเนื้อใน ทำให้ต่อมรับรสของเขาตื่นตัวขึ้นมาทันที มันไม่ใช่รสชาติอาหารบ้านๆ ทั่วไป แต่มันคือความอร่อยระดับภัตตาคารหรูที่แม้แต่ในเมืองหลวงเขาก็ยังหาทานได้ยาก
"อร่อย..." ลู่จินพึมพำออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
ว่านหลิงยิ้มกริ่ม นั่งเท้าคางมองสามีที่กำลังจัดการกับอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโหย ลู่จินไม่ได้เอ่ยคำชมพร่ำเพรื่ออีกต่อไป ตะเกียบในมือของเขาขยับอย่างรวดเร็วราวกับกำลังอยู่ในสนามรบ หมูสามชั้นชิ้นแล้วชิ้นเล่าหายวับไปกับตา ข้าวสวยร้อนๆ ในชามพร่องลงอย่างรวดเร็ว ซุปไก่ซดตามลงไปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำแกงหยดเดียว
ผ่านไปเพียงครู่เดียว โต๊ะอาหารที่เคยเต็มไปด้วยจานอาหารพูนๆ ก็เหลือเพียงจานเปล่าสะอาดสะอ้าน ลู่จินวางตะเกียบลงด้วยความอิ่มหนำสำราญ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยฤทธิ์เหล้าหมักและรสชาติอาหารที่เผ็ดร้อนกลมกล่อม
"นี่..." ลู่จินเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "คุณไปเรียนทำอาหารแบบนี้มาจากไหนกัน? ฝีมือระดับนี้... ต่อให้เป็นเชฟหลวงในวังก็ยังสู้คุณไม่ได้"
ว่านหลิงหัวเราะคิกคัก ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับยามต้องแสงตะเกียง "ความลับค่ะสามี... ถ้าอยากกินฝีมือฉันทุกวัน คุณก็ต้องทำตามสัญญา คอยปกป้องฉันจากพวกน่ารำคาญพวกนั้น และช่วยฉันดูแลฟาร์มแห่งนี้ให้เจริญรุ่งเรือง ตกลงไหมคะ?"
ลู่จินเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ ความรู้สึกเย็นชาโดดเดี่ยวในอดีตมลายหายไปจนหมดสิ้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบัง
"ไม่ต้องห่วงฟาร์มหรือเรื่องไหนทั้งนั้น... ต่อให้ฟ้าถล่มลงมา ผมก็จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องคุณและรสมือนี้ไว้"
บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและกลิ่นอายความสุข ทว่าในจังหวะที่ว่านหลิงกำลังจะเอ่ยปากแซولสามีกลับ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่หน้าบ้าน ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงทุบทำลายแบบป้าสะใภ้ใหญ่ แต่เป็นเสียงเคาะที่สุภาพ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบและลึกลับชวนขนหัวลุก ลู่จินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูไม้ที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ ในขณะที่ว่านหลิงชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปเมื่อระบบแจ้งเตือนมิติห้างสรรพสินค้าในหัวของเธอส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกระพริบถี่รัว—*มีบุคคลระดับอันตรายสูงกำลังยืนอยู่หน้าบ้าน!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับหลินว่านหลิงและสามีสุดคลั่งรักในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 18
ตอนที่ 18: มื้ออาหารมัดใจสามี
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!