เสียงกระแทกกระทั้นตรงบานประตูไม้สนหน้าบ้านพักประจำการดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ราวกับจงใจจะพังมันให้หลุดออก
ดวงตากลมโตของหลินว่านหลิงหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการกลั่นแกล้งที่จงใจเจาะจงมายังพวกเขาโดยเฉพาะ!
ไม่ใช่เสียงของชาวบ้านผู้ซื่อสัตย์ที่แวะเวียนมาทักทายยามสาย แต่เป็นเสียงตบะแตกของพวกอันธพาลข้างถนนที่คงคิดว่า สองสามีภรรยาหน้าใหม่ในเขตปฏิรูปนี้ เป็นเพียงลูกไก่ในกำมือที่ยอมให้บีบคั้นได้ตามอำเภอใจ
“เปิดประตู! เจ้าพวกคนนอก! อย่าทำเป็นหูทวนลมส่งเสียงเงียบอยู่ข้างในนะเว้ย!”
เสียงแหบแห้งตะโกนเข้ามา พร้อมกับเสียงถีบซ้ำอีกโคร้งใหญ่จนกลอนประตูสั่นสะเทือน หลินว่านหลิงปัดเศษแป้งออกจากมือเรียวช้าๆ แววตาของเชฟสาวมือหนึ่งจากโลกปัจจุบันไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจราวกับกำลังถูกแมลงวันตัวใหญ่รบกวนเวลาทำอาหาร
ในมิติลับของห้างสรรพสินค้า เธอยังมีวัตถุดิบชั้นดีรอการแปรรูปสำหรับตลาดพรุ่งนี้เช้า แต่พวกสวะสังคมกลุ่มนี้กลับเลือกเวลาที่จะเข้ามาหาเรื่องได้อย่างน่ารังเกียจเสียจริง
ทว่า ก่อนที่เรียวขาเล็กจะก้าวไปถึงหน้าประตู ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีก็เคลื่อนไหวตัดหน้าไปเสียก่อน ลู่จินขยับตัวด้วยความเร็วและเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายสيميย้มเยือกเย็น ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองบานประตูไม้ที่สั่นไหว รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของอดีตนายทหารหนุ่มจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่ง
“สามีคะ...” ว่านหลิงเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ “อย่าเพิ่งทำให้บ้านเราสกปรกด้วยเลือดของพวกมันเลยค่ะ เดี๋ยวกลิ่นคาวจะติดเสื้อผ้าที่คุณรักเสียเปล่าๆ”
ลู่จินหันกลับมามองภรรยา ดวงตาที่เคยมืดครึมด้วยโทสะพลابتอ่อนแสงลงทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างตามใจ “ตามใจภรรยาครับ... เอ๊ย ตามใจภรรยาค่ะ” เขาเกือบเผลอหลุดคำพูดเดิมๆ ออกมา แต่เมื่อเห็นสายตาคาดคั้นแกมหยอกล้อของภรรยา ก็รีบแก้คำพูดอย่างรู้ความทันที ทำให้ว่านหลิงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
*แอ๊ด—*
เสียงประตูเปิดออกกว้างอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างของชายร่างท้วมที่กำลังง้างเท้าเตรียมจะถีบซ้ำเป็นครั้งที่สาม ถึงกับเสียหลักถลาล้มคะเมนคะมำลงไปกองกับพื้นดินหน้าบ้านท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของลูกน้องสมุนอีกสามคนที่ยืนล้อมอยู่
“โอ๊ย! ไอ้พวกเวรนี่! กล้าดีนักนะ!” ชายร่างท้วมที่สวมเสื้อคอกลมซอมซ่อ มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านแก้มขวา ลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาดึงมีดพกเล่มเล็กออกมาจากเอว ชี้หน้าลู่จินด้วยท่าทางกร่างสุดขีด “แกคือไอ้ทหารปลดประจำการที่ย้ายมาใหม่สินะ? หึ! ใหญ่มาจากไหนก็ช่าง ที่นี่เขตปกครองของ ‘พี่เสือ’ ถ้าอยากจะทำการค้าขายในตลาดนี้ หรือแม้แต่จะซุกหัวนอนอย่างสงบสุข พวกแกต้องจ่าย ‘ค่าคุ้มครอง’ เดือนละสิบหยวน!”
ลู่จินยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขากวาดสายตามองกลุ่มอันธพาลทั้งสี่คนราวกับกำลังมองฝุ่นผงใต้รองเท้า “สิบหยวน? เงินจำนวนนี้ซื้อแป้งสาลีคุณภาพดีเลี้ยงคนได้ทั้งครอบครัวเป็นเดือน พวกแกเอาหน้าตาที่ไหนมาอ้างสิทธิ์รีดไถชาวบ้านหน้าตาเฉยแบบนี้”
“ปากดีนักนะไอ้บ้านนอก!” สมุนคนหนึ่งที่ถือท่อนไม้เดินก้าวออกมาข้างหน้า หมายจะใช้กำลังสั่งสอนชายหนุ่มให้หลาบจำ “ถ้าไม่จ่าย วันนี้ร้านค้าเล็กๆ ของพวกแก... ไม่สิ แม้แต่บ้านหลังนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้ตั้งอยู่บนผืนดินนี้อีกเลย!”
ทว่า ชั่วพริบตาที่ท่อนไม้ในมือสมุนคนนั้นถูกเงื้อมขึ้นสูง ลู่จินก็ไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้แสดงความป่าเถื่อนอีกต่อไป ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือของมันบิดกระชากด้วยความเร็วสูงจนเสียงกระดูกลั่นดัง *กรอบ!*
“อ๊ากกก!” เสียงร้องโหยหวนดังลั่น ท่อนไม้ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ก่อนที่ลู่จินจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ลิ้นปี่ของมันเต็มแรง ร่างของสมุนตัวนั้นลอยละลิ่วกระเด็นไปชนรั้วไม้ไผ่จนพังครืนหมดสภาพในหมัดเดียว!
ความรวดเร็วและเด็ดขาดนี้ทำให้หัวหน้าแก๊งที่มีแผลเป็นถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว เขารีบยกมีดพกขึ้นขู่สะเปะสะปะ “ยะ... อย่าเข้ามานะเว้ย! กูมีพรรคพวกอีกเพียบในอำเภอ ถ้าแกทำอะไรพวกกู วันนี้ศพพวกแกไม่สวยแน่!”
“อุ๊ย! น่ากลัวจังเลยนะคะ”
เสียงหวานใสเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับร่างระหงของหลินว่านหลิงที่ก้าวออกมาจากกรอบประตู มือเรียวบางถือจานกระเบื้องเคลือบที่บรรจุ “หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง” ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนไปทั่วบริเวณ สีน้ำตาลเข้มฉ่ำวาวเคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยวจนเหนียวหนืด เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปากที่ลอยละล่องออกมาเตะจมูกของพวกอันธพาล จนพวกมันเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
ว่านหลิงเดินมาหยุดยืนเคียงข้างสามี รอยยิ้มบนใบหน้าของเธองดงามราวกับดอกไม้พิษที่ซ่อนหนามแหลมคมไว้เบื้องหลัง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองหัวหน้าแก๊งด้วยแววตาสมเพชเวทนา
“พวกคุณเดินทา ۱ไกลมาเหนื่อยๆ คงหิวสินะคะถึงได้มาตะโกนโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้” ว่านหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีราวกับแม่พระ แต่คำพูดต่อมากลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด “แต่การมาเรียกเก็บค่าคุ้มครองโดยไม่มีใบอนุญาตจากทางการ แถมยังพกอาวุธมาข่มขู่ทำลายทรัพย์สิน... คุณรู้ไหมคะว่าตามกฎหมายอาญามาตราใหม่ โทษฐานกรรโชกทรัพย์และก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ มีโทษจำคุกอย่างน้อยสามถึงห้าปี แถมยังต้องไปใช้แรงงานหนักในเหมืองถ่านหินทางเหนือด้วยนะยะคะ”
หัวหน้าแก๊งชะงักกึก สีหน้าซีดเผือดลงทันที “มะ... ไม่จริง! แกขู่กู!”
“ขู่หรือเปล่าลองหันไปมองข้างถนนดูสิคะ” ว่านหลิงพยักเพยิดใบหน้าไปยังมุมถนนทางเข้าหมู่บ้าน
ณ ที่ตรงนั้น ร่างของลุงหวังผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมิวนิตี้อีกสองนายกำลังเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เนื่องจากได้ยินเสียงโวยวายและรับแจ้งจากชาวบ้านละแวกนั้นเรียบร้อยแล้ว ภาพของสมุนที่นอนร้องครวญครางอยู่กับพื้นและหัวหน้าแก๊งที่มีมีดอยู่ในมือ ปรากฏชัดเจนต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างไร้ข้อแก้ตัว!
“พวกแก! กล้าดียังไงมาสร้างความวุ่นวายในเขตปฏิรูปของฉัน!” เสียงตะคอกด้วยความโกรธของลุงหวังดังขึ้น พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเข้ามาล็อกตัวหัวหน้าแก๊งและสมุนที่เหลือไว้แน่นหนาโดยไม่มีโอกาสได้ขัดขืน
หัวหน้าแก๊งหันมามองหลินว่านหลิงด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย ขณะถูกลากตัวออกไป “นังนี่! ฝากไว้ก่อนเถอะ! ลูกพี่ใหญ่ของฉันไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!”
ว่านหลิงเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอตักชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยต่อหน้าพวกเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่ทรงพลัง “ยินดีต้อนรับเสมอนะคะ... อ้อ ฝากบอกลูกพี่ใหญ่ของคุณด้วยล่ะ ว่าถ้าจะมาคราวหน้า กรุณาเตรียมตัวมาให้ดีกว่านี้ เพราะที่ฟาร์มของเรานอกจากสามีฉันจะต้อนรับด้วยหมัดหนักๆ แล้ว ฉันเองก็มี ‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ รอรับรองพวกมันให้อยู่เหมือนกันค่ะ”
ร่างของพวกอันธพาลถูกลากตัวลับสายตาไป ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงชื่นชมจากชาวบ้านที่แอบมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ความหวาดกลัวที่เคยมีต่ออิทธิพลมืดในท้องถิ่นถูกชำระล้างจนหมดสิ้นในพริบตาเดียว
ลู่จินหันมามองภรรยาคนเก่งของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหล มือหนายื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่ปรกล้อมกรอบหน้าให้อย่างแผ่วเบา “ภรรยาผมนี่ฉลาดเป็นกรดจริงๆ ครับ... เอ๊ย เป็นกรดค่ะ” เขาแก้คำพูดอีกครั้งอย่างรวดเร็วเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากหญิงสาว
ทว่า ความสงบสุขไม่ได้อยู่ยาวนานอย่างที่คิด...
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อพักผ่อน สายตากลับเหลือบไปเห็นจดหมายซองสีน้ำตาลลึกลับที่ถูกสอดไว้ใต้ประตูด้านล่างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้
ว่านหลิงก้มลงหยิบมันขึ้นมา แกะผนึกออกด้วยความสงสัย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านใน ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า—
*“ฝากระวังตัวไว้ให้ดี... ของขวัญชิ้นต่อไปจาก ‘นายใหญ่ตระกูลฟู่’ กำลังจะเดินทางมาถึงฟาร์มของพวกแกในคืนนี้!”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 22
ตอนที่ 22: กวาดล้างอิทธิพลมืดในท้องถิ่น
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!