คราบน้ำตาลอ้อยเหนียวหนืดที่ติดอยู่บนปลายนิ้วยังไม่ทันได้ล้างออกด้วยซ้ำ เสียงทุบประตูกระท่อมไม้เก่าๆ ด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครจะพังมันเข้ามาให้ได้
"หลินว่านหลิง! นังตัวดี! แกซ่อนหัวอยู่ที่ไหน ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหลมสูงเจือความเกรี้ยวกราดของ 'ป้าสะใภ้ใหญ่' โจวฮุ่ยหลาน แผดลอดเข้ามาในความเงียบสงบยามบ่ายของหมู่บ้านหง싱 บรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ ที่เพิ่งจะอบอุ่นขึ้นมาบ้างจากเตาไฟถ่าน มืดมนลงทันตาเห็น หลินว่านหลิงขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ปะชุน ขยับถอยหลังไปพิงเคาน์เตอร์ไม้ไผ่ที่ผุกرุ่อน นางไม่ได้มีความหวาดกลัวระคนตกใจเหมือนเจ้าของร่างเดิมแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ในสมองของเชฟมือหนึ่งจากศตวรรษที่ 21 กำลังคำนวณราคาวัตถุดิบที่อีกฝ่ายมักจะมา 'รีไถ' ไปหน้าด้านๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส
ร่างเดิมของหลินว่านหลิงเป็นเพียงเด็กสาวในเมืองที่ถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานมาใช้ชีวิตในชนบท ความเย่อหยิ่งและการทำตัวไม่เอาถ่านทำให้ใครต่อใครต่างรังเกียจ โดยเฉพาะญาติสามีที่สูบเลือดสูบเนื้อจนบ้านหลังนี้แทบไม่เหลือข้าวสารกรอกหม้อ แต่สำหรับว่านหลิงคนปัจจุบัน... คนพวกนั้นเป็นเพียงก้อนกรวดที่ขวางทางความร่ำรวยของนางเท่านั้น
"ถ้ายังไม่เปิด ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ! ของในบ้านนี้ครึ่งหนึ่งมันควรเป็นของบ้านใหญ่ด้วยซ้ำ แกอย่าคิดว่าจะกินอยู่สุขสบายคนเดียว!" เสียงโวยวายยังคงดังต่อเนื่อง
ว่านหลิงไม่ได้รีบร้อน นางยกมือขึ้นเช็ดคราบเขม่าบนหน้าผากอย่างใจเย็น ก่อนจะปรายตามองไปยังประตูไม้ที่สั่นคลอนตามแรงกระแทก ในใจพลันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ตอนที่นางเพียงแค่คิดถึงห้องเย็นเก็บวัตถุดิบในซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะส่วนตัว จู่ๆ ประตูมิติสีเงินยวงก็ปรากฏขึ้นในความนึกคิด พร้อมกับชั้นวางเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ผักออร์แกนิกสดฉ่ำ และเครื่องปรุงรสครบครันที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
พลังวิเศษที่ติดตัวข้ามภพมา... มันช่างหอมหวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้า
"เชิญพังตามสบายค่ะ ถ้าพังแล้วต้องชดใช้ค่าเสียหายสามเท่า ฉันยินดีเปิดให้คุณป้าเข้ามาสำรวจความยากจนข้นแค้นของฉันด้วยตาตัวเองเลยค่ะ"
ว่านหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานลอดผ่านรอยแตกของประตูออกไป ไม่ดังไม่ค่อย ทว่ากลับทรงพลังจนคนที่กำลังเงื้อมือจะทุบซ้ำถึงกับชะงักกึก เสียงเอะอะด้านนอกเงียบลงไปชั่วขณะ ราวกับป้าสะใภ้ไม่คาดคิดว่าคนข้างในจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเช่นนี้
ทว่าก่อนที่ป้าสะใภ้จะได้แผดเสียงด่าทอบทใหม่ออกมา จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นย่างก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับน้ำเสียงทุบต่ำที่เต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวดังแทรกขึ้น
"ที่นี่บ้านผม ใครกล้าพังประตู เชิญลองดู"
ร่างสูงใหญ่ของ 'ลู่จิน' สามีหนุ่มนายทหารผู้เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมภาคสนาม ปรากฏตัวขึ้นที่ลานบ้าน แผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่ชุ่มด้วยเหงื่อ ดวงตาคมกริบดุจพยัฆค์กวาดมองป้าสะใภ้และลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่ากลับกดดันจนอีกฝ่ายถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ
ป้าสะใภ้ฮุ่ยหลานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้จะอยากแم้นเคี่ยวแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับลู่จินที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและร่างกายที่พร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลา นางก็ทำได้เพียงเปลี่ยนเป็นปั้นหน้าบูด Bending แล้วเอ่ยเสียงอ่อย
"อะ... ลู่จิน กลับมาพอดีเลย ฉันแค่จะมาคุยเรื่อง... เรื่องเสบียงที่บ้านรองควรจะแบ่งให้พี่ชายเธอบ้างก็เท่านั้น บ้านนั้นมีกันหลายปากนะ!"
ว่านหลิงที่แง้มประตูออกมาดูสถานการณ์แอบแค่นเสียงในลำคอ นางก้าวเท้าออกมาจากความมืดของตัวบ้าน แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดกระทบใบหน้านวลเนียนที่แม้จะมอมแมมเล็กน้อยแต่ก็งดงามโดดเด่น ร่างระหงเดินตรงไปหยุดยืนเคียงข้างสามีร่างสูง มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะท่อนแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงบอกกล่าว ลู่จินชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวภรรยาทำให้ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงในเสี้ยววินาที
"แบ่งเสบียงเหรอคะ?" ว่านหลิงทวนคำ รอยยิ้มหวานหยดถูกแต่งแต้มขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความAmiableโดยสิ้นเชิง "แปลกจังนะคะคุณป้า ตั้งแต่ฉันแต่งเข้ามา บ้านเราไม่เคยได้รับข้าวสารสักเมล็ดจากบ้านใหญ่เลย มีแต่จะมาหยิบยืม... อ้อ ไม่สิ มา 'ปล้น' เอาของในครัวเราไปต่างหาก ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ติดว่าสามีฉันหาเงินส่งมาจุนเจือ ฉันกับเขาคงอดตายไปข้างหนึ่งแล้วค่ะ"
"นัง... นังเด็กปากดี!" โจวฮุ่ยหลานหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธจัด "แกกล้าพูดจาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้ยังไง! ลู่จิน ดูเมียแกสิ! วันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากผลาญเงิน วันนี้ฉันจะสั่งสอนแทนแม่แกเอง!"
ว่านหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน นางก้าวล้ำหน้าสามีออกมาหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "สั่งสอนฉัน? ด้วยสิทธิ์อะไรคะ? หรือเพราะคิดว่าพวกเราเป็นสะใภ้รองที่ไม่มีปากมีเสียง จะโขกสับยังไงก็ได้? ฝันไปเถอะค่ะ!"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจุดไฟติด ลู่จินขยับตัวบังภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำแน่นไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของสามีทำให้ว่านหลิงรู้สึกอุ่นวาบในอกอย่างประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าการมีสามีคอยปกป้องมันให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อย
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญกลับไปค่ะ" ลู่จินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดไร้ไมตรี "บ้านผมไม่มีอะไรจะแบ่งให้ใครทั้งนั้น และถ้าใครกล้ามาวุ่นวายกับภรรยาผมอีก... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจศักดิ์ศรีเครือญาติ"
ป้าสะใภ้หน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคือง กระทืบเท้าเร่าๆ ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมกับลูกชาย พลางสบถด่าไล่หลังมาตลอดทาง
เมื่อร่างของคนทั้งสองลับตาไป ลู่จินจึงหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววเป็นห่วงระคนประหลาดใจ เขาสังเกตเห็นว่าวันนี้ภรรยาดูเปลี่ยนไป... นางไม่ได้อ่อนแอและเอาแต่ร้องไห้โวยวายเหมือนเคย แถมยังมีความมั่นใจที่เปล่งประกายออกมาจนน่ามอง
"เธอ... ไม่เป็นไรใช่ไหม?" ลู่จินเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ มือหนายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากการกุมมือภรรยา
ว่านหลิงก้มมองมือของตนเองที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำให้คนมองถึงกับลมหายใจสะดุด
"ฉันดูเหมือนคนที่เป็นอะไรเหรอคะ?" ว่านหลิงเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มซุกซน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย "ว่าแต่... สามีคะ เหนื่อยไหม? วันนี้ฉันตั้งใจจะทำอาหารมื้อใหญ่ให้คุณทานเป็นพิเศษ รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ"
พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินนำกลับเข้าไปในครัว ทิ้งให้ลู่จินยืนนิ่งค้างอยู่กลางลานบ้าน กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศลึกลับที่ลอยอบอวลออกมาจากหน้าต่างครัวในจังหวะนั้น ทำให้ชายหนุ่มผู้แข็งกระด้างพลอยรู้สึกตั้งตารอคอยขึ้นมาอย่างประหลาด
ภายในห้องครัวที่มืดทึบ ว่านหลิงแอบเปิดมิติห้างสรรพสินค้าอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มกริ่มเมื่อปลายนิ้วสัมผัสโดนห่อหมูสามชั้นสไลด์เกรดพรีเมียมและขวดซอสพริกเกาหลีสูตรเข้มข้นที่นางแอบหยิบออกมาเตรียมไว้สำหรับเมนูเด็ดค่ำคืนนี้
ทว่า ในขณะที่นางกำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้น เสียงเคาะประตูกระทบเบาๆ ที่หน้าต่างก็ดังขึ้น... พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนแอบมองลอดเข้ามาจากบานหน้าต่าง ด้วยแววตาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้!
ติดตามตอนต่อไปใน "คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก" นะคะ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กุหลาบหนามเงิน" ด้วยดีเสมอมานะคะ!
คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก•ตอนที่ 2
ตอนที่ 2: ปลดล็อกห้างสรรพสินค้ามิติ
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายขอย้ายมาครองฟาร์มยุค 80 กับสามีคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!