“อย่าคิดว่าความเงียบของเธอจะทำให้ผมใจอ่อนได้ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคาร์ลอส วาเลนติน ดังขึ้นในความมืดมิดของห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศรอบกายเขากดดันจนแทบจะสูบอากาศหายใจไปจากห้องนี้ไปจนหมดสิ้น รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านมัสลินสีเข้มเพียงน้อยนิด ขับให้เห็นเงาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในความมืดชัดเจนขึ้น
เธอกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด เพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงจากการจ้องมองของเขา “ฉันไม่ได้เงียบเพื่อเรียกร้องความเมตตา แต่ฉันกำลังรอให้คุณหยุดทำตัวเป็นสัตว์ป่าที่จ้องจะขย้ำคนที่ไม่มีทางสู้สักทีต่างหากครับ... ไม่สิ ต้องพูดว่า ‘คะ’ หรือเปล่าครับ?”
ประโยคสุดท้ายของเธอเปี่ยมไปด้วยความประชดประชันที่แฝงความสั่นเครือ แต่นั่นกลับทำให้คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาใกล้ในระยะที่รินรดาได้กลิ่นหอมของยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกายที่ดุดันเหมือนเสือร้ายที่เพิ่งผ่านศึกมา
“สัตว์ป่าเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเล็กของเธอแล้วกระชากเบาๆ ให้ร่างบางเซเข้ามาปะทะกับแผงอกแกร่ง “ถ้าฉันเป็นสัตว์ป่า เธอก็คงเป็นเหยื่อที่ดื้อรั้นที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมา... รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยังไม่ขย้ำเธอให้จมเขี้ยว?”
รินรดาเชิดหน้าขึ้นแม้ลมหายใจจะติดขัด สายตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มที่ดูเหมือนพายุหมุน “เพราะคุณต้องการใช้ฉันเป็นเครื่องมือต่อรองกับดอน โดมินิก... เพราะฉันคือหมากตัวสำคัญในกระดานอำนาจของคุณ แค่นั้นไม่ใช่หรือครับ?”
“ฉลาดนักนะ” นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลากผ่านริมฝีปากล่างของเธออย่างแผ่วเบา แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้รินรดาเผลอเม้มปากแน่น “แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่ง... บางครั้ง หมากบนกระดานก็มีค่าเกินกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือ”
เขาก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหู ความเยือกเย็นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนที่ไหลวนไปทั่วร่าง รินรดาใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความเกลียดชังที่เคยตั้งป้อมไว้ดูเหมือนจะสั่นคลอน เมื่อสัมผัสจากมือของเขานั้นไม่ได้มีเพียงความป่าเถื่อน แต่มีความปรารถนาที่ยากจะซ่อนเร้นแทรกซึมอยู่
“ปล่อยฉันเถอะคาร์ลอส... ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลยไปมากกว่านี้” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว
“เกินเลย?” เขาหมุนตัวเธอให้หันหน้าเข้าหา กักขังเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับอ้อมแขนที่แข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวน “ในเมื่อเราต่างก็รู้ดีว่าร่างกายของเธอไม่ได้ต่อต้านสัมผัสของฉัน... ทำไมเราต้องโกหกตัวเองด้วยคำว่า ‘เกินเลย’ ให้เสียเวลา?”
มือหนาเลื่อนลงไปกอบกุมเอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันมหาศาลเกินกว่าจะต้านทาน รินรดาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเผลอเอื้อมมือไปเกาะไหล่กว้างของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ความเกลียดชังที่เคยเป็นกำแพงสูงตระหง่าน บัดนี้กลับถูกคลื่นความต้องการที่ถาโถมเข้ามาซัดจนพังทลาย
เมื่อริมฝีปากหนาบดจูบลงมา มันไม่ใช่การรุกรานที่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือการสำรวจที่หิวกระหายและโหยหา ราวกับเขากำลังรอคอยช่วงเวลานี้มานานแสนนาน รินรดาหลับตาลงปล่อยให้เสียงครวญเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ สัมผัสที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งเป็นความเร่าร้อนทำให้โลกทั้งใบของเธอหมุนคว้าง เธอไม่ได้กำลังถูกบังคับ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าวของทั้งคู่
มือของคาร์ลอสเริ่มสำรวจเรือนร่างของเธออย่างช่ำชอง ความร้อนจากฝ่ามือเขาผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนรินรดาสะท้านเฮือก เธอรู้ดีว่านี่คือจุดที่ไม่มีวันหวนกลับไปได้อีกแล้ว เมื่อพันธะที่เขาเคยสร้างขึ้นด้วยความแค้น บัดนี้กำลังจะถูกผูกปมใหม่ด้วยแรงปรารถนาที่ไม่มีวันดับ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วหน้าประตูห้องทำงาน เสียงโวยวายของลูกน้องคนสนิทของคาร์ลอสแทรกผ่านเข้ามาในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
“บอสครับ! มีคนบุกเข้ามาในเขตคฤหาสน์... มันระเบิดประตูรั้วทิศตะวันตกเข้ามาแล้ว!”
คาร์ลอสผละออกทันที ดวงตาของเขากลับมาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะสังหาร เขากระชับปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยังยืนหอบหายใจด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“อยู่ในห้องนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันหลังเตรียมวิ่งออกไป แต่แล้วเขาก็ชะงักและหันกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “ถ้าผมตาย... ห้ามร้องไห้ให้คนอย่างดอน โดมินิกเห็นเด็ดขาด... เพราะถ้าผมรอดมาได้ ผมจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนนี้”
เขาผลักประตูออกไปทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง ทว่าเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่นขึ้นจากสนามหญ้าหน้าบ้านกลับไม่ได้ทำให้เธอตกใจเท่ากับร่างของใครบางคนที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ตรงมุมมืดของห้อง อีกร่างหนึ่งที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นคนของใคร
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ... คุณผู้หญิงของคาร์ลอส” เสียงแหบพร่าของดอน โดมินิก ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเธอจากมุมมืดที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 11
เสียงครวญในห้องมืด
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!