“ลดปืนลงเสีย โดมินิก... ก่อนที่เลือดของแกจะนองพื้นห้องทำงานฉัน”
เสียงของคาร์ลอสราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาทันตา เขาไม่แม้แต่จะขยับตัวกะพริบตา แม้ปลายกระบอกปืนของโดมินิกจะจ่อเข้าที่ขมับของรินรดา ร่างบางในอ้อมแขนเขาตัวสั่นน้อยๆ แต่คาร์ลอสสัมผัสได้ถึงความพยายามของเธอที่จะไม่กรีดร้องออกมา นั่นทำให้ไฟในดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีนิลสนิทเป็นสีเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
โดมินิกหัวเราะร่วน เสียงนั้นเย็นเยียบและน่ารังเกียจ “แกไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาสั่งฉัน วาเลนติน แกก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้สำคัญกับแกแค่ไหน... หรือจะบอกว่า ‘พันธะ’ ครั้งนี้เป็นแค่เกมฆ่าเวลา”
คาร์ลอสปล่อยมือจากเอวบางของรินรดาช้าๆ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ท่ามกลางเสียงลูกเลื่อนปืนที่ถูกดึงรอไว้ “รินรดา ไปยืนหลังเสาต้นนั้น”
“คาร์ลอส...” รินรดาพึมพำ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความห่วงใยที่เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้น
“ฟังผม” คาร์ลอสสั่งเสียงต่ำ แต่แฝงด้วยความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะปรากฏออกมา “ทุกอย่างจะจบลงที่นี่”
เมื่อรินรดาขยับกายไปหลบในจุดที่ปลอดภัย คาร์ลอสก็ไม่ได้หันไปมองเธออีก เขาสบตาโดมินิกด้วยสายตาที่เด็ดขาด กลิ่นควันปืนจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของชายหนุ่มอบอวลไปทั่วห้อง แต่ในวินาทีที่ดูเหมือนสงครามจะปะทุ คาร์ลอสกลับเป็นฝ่ายลดมือที่ถือปืนลงข้างลำตัวอย่างใจเย็น
“แกอยากรู้เรื่องครอบครัวฉันนักใช่ไหม” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย “แกอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงกลายเป็นปีศาจที่แกเกลียดนักหนา”
โดมินิกชะงักไปเล็กน้อย ปืนในมือยังคงเล็งตรงไปที่อกของคาร์ลอส “แกกำลังจะเล่นตลกอะไร”
“ไม่ใช่ตลก แต่เป็นความจริงที่ฝังลึกอยู่ในนรกที่ฉันสร้างขึ้นเอง” คาร์ลอสขยับเข้าหาโดมินิกโดยไม่สนกระบอกปืนอีกต่อไป “พ่อของฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ และแม่ของฉันไม่ได้จากไปเพราะโรคร้าย... พวกเขากลายเป็นเถ้าถ่านเพราะความโลภของคนในสายเลือดเดียวกับแก โดมินิก”
ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าศัตรู ดวงตาที่เคยดุดันกลับฉายแววโศกเศร้าที่ถูกกักขังมานานปี “ในคืนที่หิมะตกหนักที่สุด พ่อผลักฉันเข้าห้องลับเพียงเพราะต้องการให้ฉันรอดพ้นจากคมมีดของคนที่เขาเคยเรียกว่า ‘พันธมิตร’ ฉันได้ยินเสียง... เสียงแม่ที่กรีดร้องอ้อนวอน และเสียงกระดูกที่ถูกหักจากฝีมือของลุงแก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันหรูหรา รินรดาที่แอบมองอยู่ห่างๆ ถึงกับเอามือปิดปากด้วยความตกตะลึง เธอไม่เคยเห็นมุมที่เปราะบางเช่นนี้จากชายผู้ที่ดูเหมือนจะไร้หัวใจคนนี้มาก่อน
“ฉันไม่ใช่ปีศาจโดยสันดาน โดมินิก” คาร์ลอสขยับเข้าไปใกล้จนปลายกระบอกปืนของโดมินิกแตะเข้าที่หน้าอกของเขา “ฉันคือปีศาจที่ถูกหล่อหลอมด้วยความแค้นของครอบครัวที่ตายไป และถ้าแกอยากจะจบเรื่องนี้ ก็เหนี่ยวไกเสีย... แต่อย่าได้แตะต้องรินรดา เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น ต่อให้ต้องลากแกลงไปชดใช้ในขุมนรกที่ลึกที่สุดก็ตาม”
โดมินิกขบกรามแน่น มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อย ความกดดันมหาศาลจากคาร์ลอสทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนจนมุม แม้จะเป็นผู้คุมเกมในตอนแรก แต่บัดนี้เขากลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกปีศาจตรงหน้าชักใย
“แกมันบ้า...” โดมินิกคำราม
“ใช่ ผมมันบ้า” คาร์ลอสยิ้มเหี้ยม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองแทบหยุดเต้น “และคนบ้าอย่างผมนี่แหละ ที่จะพรากทุกอย่างที่แกหวงแหนไป...”
ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน คาร์ลอสและโดมินิกหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของชายในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
ชายคนนั้นขยับปืนในมือที่เก็บเสียงไว้เงียบเชียบ ก่อนจะเล็งตรงไปยังรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังเสา
“ผมว่าพวกคุณควรหยุดเล่นละครน้ำเน่าได้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำของชายปริศนาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ “เพราะคำสั่งใหม่ที่ผมได้รับมา คือการกำจัดทั้งคู่... ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงของแก คาร์ลอส”
คาร์ลอสเบิกตากว้างเมื่อจำใบหน้าของชายผู้นั้นได้ชัดเจน... เขาคือ ‘คนสนิท’ ที่เขาสั่งให้ไปจัดการเรื่องฐานทัพลับเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ในตอนนี้ คนที่เขาไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นคมมีดที่กำลังจ่อคอหอยของหญิงสาวที่เขารักที่สุด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
ภูริศร์
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 10
คำสารภาพของปีศาจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!