พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 9

ความหึงหวงที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย ภูริศร์
“ห้าปี... ห้าปีที่ฉันต้องจมอยู่กับความผิดบาป เพราะเชื่อว่านายตายไปแล้ว” รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ร่างกายของเธอชาวาบราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่ เงาร่างที่ก้าวเข้ามาจากระเบียงมืดมิดนั้นค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง เสียงฝีเท้าเงียบกริบราวกับสัตว์ร้าย แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านผ้าม่านเผยให้เห็นเค้าโครงใบหน้าที่เธอจดจำได้แม่นยำยิ่งกว่าภาพถ่ายในกรอบรูปข้างเตียง “ผมไม่ได้ตาย... ผมแค่รอเวลา” ชายคนนั้นเอ่ยตอบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความโหยหา มือหนาของเขายื่นออกมาหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะถึงผิวแก้ม ประตูห้องนอนบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ปัง! บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอส วาเลนติน ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดุจมหาสมุทรที่กำลังเผชิญพายุจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความเดือดดาลจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีคุกคามราวกับเสือพยัคฆ์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อผู้บุกรุก “นี่ห้องนอนของฉัน... และผู้หญิงคนนี้คือของของฉัน” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำลึก ทรงพลัง และแฝงไปด้วยไอสังหาร “แกเป็นใคร กล้าดียังไงถึงย่างกรายเข้ามาในถิ่นของวาเลนติน” รินรดารีบขยับตัวถอยห่างจากเงาร่างนั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เธอรู้ดีว่าถ้าคาร์ลอสรู้ว่าชายคนนี้คือใคร ชีวิตของทั้งคู่จะตกอยู่ในอันตรายขั้นสูงสุด “คาร์ลอส... ปล่อยเขาไปเถอะ เขาแค่มาผิดห้อง” รินรดาพยายามเค้นเสียงพูด ทั้งที่มือไม้สั่นเทา คาร์ลอสหยุดชะงัก สายตาที่เคยจ้องมองคนแปลกหน้าเบนกลับมาหาเธอเพียงชั่วครู่ แววตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเยือกเย็น เขารู้ดีว่ารินรดากำลังปิดบังอะไรบางอย่าง และนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี เขาก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้ผิวขาวนวลขึ้นรอยแดง “ผิดห้องงั้นหรือ? คนที่หน้าต่างห้องนอนฉันตอนตีสอง... เรียกว่ามาผิดห้องหรือรินรดา!” “อึก... คาร์ลอส ฉันเจ็บ” เธอเม้มปากแน่น พยายามฝืนความรู้สึกไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ชายแปลกหน้าคนนั้นแค่นหัวเราะในลำคอ “ดูเหมือนว่าเธอจะใช้ชีวิตอยู่กับมาเฟียใจหินนี่จนชินแล้วสินะ รินรดา... น่าสมเพชนัก” คาร์ลอสปล่อยข้อมือของรินรดาแล้วพุ่งตัวเข้าหาชายแปลกหน้าด้วยความเร็วที่ยากจะมองทัน เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างจัง แรงปะทะทำให้กรอบรูปบนผนังร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย “ฉันให้โอกาสแกพูดประโยคสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะส่งแกไปลงนรกในสภาพที่แม้แต่แม่แกก็จำไม่ได้” คาร์ลอสกดเสียงต่ำ นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของเขาสั่นสะเทือนด้วยความโกรธที่ไม่ได้เกิดจากแค่การบุกรุก แต่มันคือความหวงแหนที่เขามีต่อเธอ... ผู้หญิงที่เขาขังไว้ในกรงทองของเขาแต่เพียงผู้เดียว รินรดารีบวิ่งเข้าไปดึงแขนคาร์ลอสไว้ “อย่านะ! ถ้าคุณฆ่าเขา... คุณจะไม่มีวันได้คำตอบที่ต้องการ!” คาร์ลอสชะงัก เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก “คำตอบงั้นหรือ? ฉันต้องการแค่คำตอบเดียวรินรดา... ไอ้สารเลวคนนี้มันเป็นอะไรกับเธอ!” เขาสะบัดมือเธอออกจนเธอกระเด็นไปพิงขอบเตียง ก่อนจะหันกลับไปประเคนหมัดเข้าที่ใบหน้าของชายแปลกหน้าอย่างจัง เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากมุมปากของชายคนนั้น แต่เขากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัว กลับกัน... เขายังยิ้มเยาะเย้ยออกมา “ถามเธอดูสิ คาร์ลอส... ว่าทำไมเธอถึงไม่กล้าสบตาแก” ชายคนนั้นกล่าวเสียงพร่าพลางหัวเราะร่วน “เธอไม่ได้เป็นแค่ของเล่นของแกหรอก แต่น่าเสียดายที่แกมันสายไปแล้ว เพราะหัวใจของเธอ... มันเป็นของฉันมาตั้งแต่วันที่ฉันช่วยชีวิตเธอไว้ตอนนั้น!” คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของคาร์ลอส เขาชะงักไปชั่วครู่ บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบหนักของทั้งสามคน คาร์ลอสค่อยๆ หันกลับมามองรินรดาที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเพียงอย่างเดียว แต่มันปนเปไปด้วยความผิดหวังและความสับสนที่เขายากจะยอมรับ ทว่าในจังหวะที่คาร์ลอสกำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็ดังโครมครามขึ้นที่หน้าห้องพัก ประตูถูกพังเข้ามาโดยลูกน้องของคาร์ลอสที่ถืออาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ทำให้คาร์ลอสต้องเบิกตากว้างไม่ใช่จำนวนคน หากแต่เป็นคนที่ก้าวเข้ามาปิดท้ายขบวนนั้น... ดอน โดมินิก ศัตรูคู่อาฆาตของเขากำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับปืนจ่อไปที่ขมับของรินรดาจากด้านหลัง “แหม... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์นะ วาเลนติน” โดมินิกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยเจตนาฆ่า “เอาล่ะ... ทีนี้จะวางปืนลง หรือจะให้ฉันลั่นไกใส่ผู้หญิงที่แกหลงใหลคนนี้ก่อนดีล่ะ?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทที่ 9 นะครับ ภูริศร์
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%