พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 22

สงครามเงียบ

ผลงานโดย ภูริศร์
“อย่าขยับ” เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอส วาเลนติน ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนใกล้จะขาด เขากดไหล่รินรดาลงทันทีที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติใต้ฝ่าเท้า แผ่นหินที่ควรจะมั่นคงกลับยุบตัวลงเพียงมิลลิเมตร แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัวในจังหวะที่ไม่ประสานกัน รินรดาหยุดกึก ลมหายใจของเธอติดขัด ความเย็นเยียบจากความตายที่มองไม่เห็นเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระดูกสันหลัง เธอเงยหน้ามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกาย คาร์ลอสในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่น แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยแรงโทสะที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย “มันไม่ใช่ดอน” คาร์ลอสพึมพำ น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงด้วยความกังวลที่เขาไม่ค่อยยอมเผยให้ใครเห็น “กับดักนี้ซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของมัน... มีมือที่สามเล่นเกมนี้อยู่” “คาร์ลอส... เราต้องทำยังไง” รินรดาถามเบาๆ มือของเธอสั่นเทาแต่พยายามเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่น “เงียบไว้” เขาออกคำสั่งเด็ดขาด ก่อนจะหันไปหาลูกน้องคนสนิทที่ยืนห่างออกไปในระยะปลอดภัย “ถอยไปให้หมด นี่ไม่ใช่ระเบิดสังหารธรรมดา แต่มันคือการส่งสัญญาณ” คาร์ลอสไม่รอช้า เขาใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาในมุมมืดของชีวิตค่อยๆ ขยับฝ่าเท้าอย่างช้าๆ ร่างกำยำขยับแนบชิดกับรินรดา ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านแผ่นหลังของเธอ ช่วยประคองสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาตั้งมั่น กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนเฉพาะตัวของเขาทำหน้าที่เหมือนยาระงับประสาทที่ทรงพลังในยามที่ความตายจ่ออยู่แค่ปลายเท้า ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา บรรยากาศกลับถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามรบเงียบ คาร์ลอสตัดสินใจรวบตัวรินรดาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างรวดเร็วและพุ่งตัวออกจากพื้นที่เสี่ยงในชั่วพริบตาก่อนที่เสียง ‘คลิก’ ของกลไกจะดังสนั่น *ตึง!* แผ่นหินที่พวกเขาเพิ่งยืนอยู่ทรุดตัวลง พร้อมกับเข็มอาบยาพิษที่พุ่งกระจายออกมาจากผนังข้างเคียง หากช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที รินรดาคงกลายเป็นเป้านิ่งให้คมเข็มเหล่านั้นเจาะเข้าที่หัวใจ “ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าประมาท” คาร์ลอสเอ่ยขึ้นขณะวางเธอลงอย่างทะนุถนอมในที่ปลอดภัย แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มันดิบเถื่อนและเย็นชาดุจพยัคฆ์ที่ถูกลูบคม เขาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยกองเอกสารสัญญาที่บ่งบอกถึงหายนะทางธุรกิจ เงินหมุนเวียนในตลาดมืดของเขากว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ถูกตัดขาดภายในคืนเดียว สินค้าในสต็อกที่ท่าเรือถูกอายัดโดยหน่วยงานที่ไม่เปิดเผยตัวตน ข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ‘สงครามเงียบ’ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว “มันกำลังเล่นงานกระดูกสันหลังของผม” คาร์ลอสกล่าวพลางหยิบซิการ์ขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาฟุ้งกระจายไปในอากาศ “ถ้าธุรกิจหยุดชะงัก อำนาจที่ผมสร้างมาก็แค่ปราสาททราย” รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าภายใต้ความแข็งแกร่งนั้น เขากำลังแบกรับความกดดันมหาศาล เธอเดินเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ สองมือบางแตะลงบนแผ่นหลังกว้างผ่านเสื้อเชิ้ตราคาแพง สัมผัสที่นุ่มนวลของเธอทำให้ไหล่ที่ตึงเครียดของคาร์ลอสผ่อนคลายลงเล็กน้อย “คุณไม่ได้สู้คนเดียว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สั่นเครือเล็กน้อย คาร์ลอสหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานล้ำของเธอ ก่อนจะเชยคางเธอขึ้นมา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่ แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่เพิ่มสูงขึ้นจนบรรยากาศรอบข้างดูจะร้อนระอุขึ้นมาในทันที มือหนาของเขาเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง “รินรดา... คุณรู้ไหมว่าการยืนอยู่ข้างผมมันอันตรายแค่ไหน” เขาถาม เสียงแหบพร่า “ศัตรูของผมไม่มีคำว่าปรานี โดยเฉพาะเมื่อมันรู้ว่าคุณคือจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่” “ถ้าฉันเป็นจุดอ่อน คุณก็ต้องทำให้ฉันเป็นจุดอ่อนที่แข็งแกร่งที่สุด” รินรดาตอบกลับด้วยสายตาที่ท้าทาย คาร์ลอสกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุข แต่มาจากความพึงพอใจที่ได้เห็นความกล้าหาญของหญิงสาวตรงหน้า เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอทำให้สัญชาตญาณดิบในตัวเขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาอย่างเสียมารยาท พร้อมกับประตูห้องทำงานที่ถูกเปิดออกกะทันหัน “นายครับ... แย่แล้ว!” ลูกน้องคนนั้นพูดด้วยความลนลาน “เราพบหลักฐานในโกดังสินค้าที่ถูกยึด... มันไม่ใช่ตราประทับของดอน แต่มันคือสัญลักษณ์ของ ‘ตระกูลเวนเดล’... พันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของนาย!” คาร์ลอสชะงักกึก มือที่โอบเอวรินรดาบีบแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านภายในตัวเขา สัญลักษณ์ของตระกูลเวนเดลคือสิ่งที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องหากไม่คิดจะแตกหักแบบถอนรากถอนโคน เขาหันไปมองหน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพถ่ายจากโกดังที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาใหม่ ทันใดนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม “ดี” คาร์ลอสแค่นหัวเราะ “ในเมื่อเพื่อนเก่าอยากเป็นศัตรู งั้นเราก็คงต้องสอนบทเรียนให้พวกมันรู้ว่า... พยัคฆ์ที่กำลังหิวกระหาย จะไม่ยอมปล่อยให้ใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว” ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ คาร์ลอสกดรับสายด้วยความใจเย็น ก่อนที่เสียงปริศนาจากปลายสายจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เขานิ่งงันไปทันที “คาร์ลอส... ความลับที่นายซ่อนไว้ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่นายคิดหรอกนะ และคืนนี้... ความจริงจะถูกเปิดเผยให้ทุกคนได้เห็น” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเส้นทางสายมาเฟียของพวกเขานะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ ภูริศร์
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%