“คุกเข่าลง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอส วาเลนติน ไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ตะโกนก้อง แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กรีดผ่านผิวหนัง ทุกคำพูดที่เปล่งออกมามีน้ำหนักมหาศาลกดทับบรรยากาศภายในห้องใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและคาวเลือดจางๆ
รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่ ฝ่ามือหนาของเขาโอบรัดเอวคอดของเธอไว้แน่นราวกับเป็นกรงขังที่ไม่มีวันหลุดพ้น แววตาของเธอจดจ้องไปยังชายวัยกลางคนที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ‘มานูเอล’ ชายผู้เป็นมือขวาที่คาร์ลอสไว้วางใจที่สุด บัดนี้เขากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ สภาพสะบักสะบอมจากการถูกซ้อมจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
“บอส... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ...” เสียงของมานูเอลแหบพร่า ฟังดูน่าเวทนา
คาร์ลอสไม่ตอบโต้วาจา เขาเพียงแค่ขยับตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวเปรียบเสมือนจังหวะของการเต้นรำแห่งความตาย รินรดาถูกดึงให้ก้าวตามไปโดยปริยาย เธอพยายามบังคับลมหายใจไม่ให้สั่นไหว แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่อภาพตรงหน้า
“ความภักดีของคนเรามีราคาค่างวดที่แตกต่างกัน มานูเอล” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น พลางก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไร้แววปรานี “บางคนขายมันด้วยเงิน บางคนขายมันด้วยตำแหน่ง... แต่สำหรับแก แกขายมันด้วยชีวิตของคนของฉัน”
คาร์ลอสปล่อยมือจากเอวของรินรดา ก่อนจะคว้าเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งมานั่งลงตรงหน้าคนทรยศ เขาหยิบถุงมือหนังสีดำออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็นพลางสวมมันช้าๆ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวดูสง่างามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
“มองรินรดาไว้” คาร์ลอสสั่งเสียงเรียบ “แล้วบอกฉันซิว่า... ถ้าฉันปล่อยแกไป ความผิดพลาดครั้งนี้จะย้อนกลับมาที่เธออย่างไรบ้าง”
มานูเอลเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่บวมช้ำเหลือบมองรินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงต่ำด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ “ผม... ผมแค่ได้รับคำสั่งจากดอน โดมินิก เขาขู่ว่าจะฆ่าครอบครัวผม...”
“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันจะละเว้นแก” คาร์ลอสขัดขึ้นทันควัน แรงกดดันรอบข้างดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะชักปืนพกกระบอกเงาวับออกมาจากซองข้างเอวด้วยความคล่องแคล่ว แสงไฟสลัวในห้องสะท้อนบนลำกล้องปืนจนดูน่าหวาดหวั่น
รินรดาแทบหยุดหายใจ เธอเห็นนิ้วเรียวยาวของคาร์ลอสลูบไปตามไกปืนอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็นเครื่องดนตรีชิ้นโปรด
“คาร์ลอส...” เธอเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา หวังเพียงให้ความบ้าคลั่งนี้ยุติลง แต่เมื่อหันไปสบตากับดวงตาสีเทาเข้มที่หันกลับมามองเธอเพียงครู่หนึ่ง เธอก็รับรู้ได้ทันทีว่า ความอ่อนโยนที่เขาเคยมีให้เธอในห้องนอนนั้น เป็นคนละคนกับมาเฟียผู้พิพากษาตรงหน้านี้โดยสิ้นเชิง แววตาของเขาดุดัน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยสัญชาตญาณพยัคฆ์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกลาญ
“หลับตาเสีย รินรดา” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างประหลาด แต่มันกลับเป็นคำสั่งที่เธอไม่อาจขัดขืนได้
หญิงสาวเม้มปากแน่น หลับตาลงสนิท มือทั้งสองข้างสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อของตัวเองไว้แน่น เสียงฝีเท้าของคาร์ลอสเดินวนรอบตัวมานูเอลช้าๆ เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขายิ่งทำให้บรรยากาศเงียบงันจนน่าอึดอัด
“โลกนี้ไม่ได้มีที่ว่างให้กับความผิดพลาดที่สองหรอกนะ มานูเอล”
ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องกัมปนาทสะท้อนไปมาภายในห้องใต้ดิน รินรดาสะดุ้งสุดตัว ร่างกายทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความตกใจ เสียงลมหายใจของเธอหอบถี่ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความกลัวไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ความตายเพียงอย่างเดียว แต่มันพุ่งตรงไปที่ความจริงที่ว่า ผู้ชายที่กอดเธอทุกค่ำคืนคนนี้ คือปีศาจที่แท้จริง
คาร์ลอสไม่ได้เดินเข้ามาปลอบประโลมเขาทันที เขายืนมองร่างที่ไร้วิญญาณบนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะถอดถุงมือหนังออกทีละนิ้วแล้วโยนทิ้งข้างศพนั้นอย่างไม่ใยดี จากนั้นเขาจึงเดินตรงมาหารินรดาที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่
เขาย่อตัวลงตรงหน้าเธอ ฝ่ามืออุ่นร้อนประคองใบหน้าของเธอให้เงยขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขาอีกครั้ง
“เห็นไหม... ความเมตตาในโลกของฉัน คือจุดจบของความรักที่เราสร้างกัน” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ “เธอไม่ใช่เหยื่อ แต่เธอคือพยาน... และเป็นรางวัลชิ้นเดียวที่ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง แม้แต่ความตาย”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของเขา เห็นเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูเปราะบางและแตกสลาย เธออยากจะผลักเขาออกไป แต่แรงดึงดูดมหาศาลที่เขาสร้างขึ้นกลับฉุดรั้งให้เธอโหยหาไออุ่นนั้นอย่างน่าละอาย
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้มลงจุมพิตเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า พร้อมกับการกระชากประตูที่ส่งเสียงดังลั่นสนั่นไปทั่วบริเวณ
“บอสครับ! แย่แล้วครับ! ดอน โดมินิก... เขาไม่ได้ส่งคนมาเจรจา แต่เขาส่งคนมาล้อมคฤหาสน์ไว้หมดแล้วครับ!”
คาร์ลอสชะงักกึก ดวงตาที่เคยอ่อนแสงลงแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับหันไปคว้าปืนกระบอกเดิมที่เขายังไม่ได้เก็บเข้าที่ ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ดูเหมือนว่าเกมการแก้เผ็ดจะยังไม่จบลงง่ายๆ นะ รินรดา...” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นเยือก “และครั้งนี้... เธอคงต้องเลือกแล้วว่าจะยืนอยู่ข้างใคร... ในขณะที่คฤหาสน์ทั้งหลังกำลังจะกลายเป็นทะเลเพลิง”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามพันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์มาจนถึงวินาทีที่ระทึกใจเช่นนี้นะครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 26
การแก้เผ็ดของมาเฟีย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!