“อยู่นิ่งๆ... อย่าแม้แต่จะส่งเสียง”
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสกระซิบชิดใบหู ร่างหนาในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบขยับตัวบดบังร่างบางของรินรดาไว้มิดชิดหลังบาร์เหล้าหินอ่อน กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกกระจายทำให้ประสาทสัมผัสของรินรดาสั่นสะท้าน เธอเห็นปลายนิ้วของเขาที่พาดอยู่บนสันปืนเบเร็ตต้าสีดำสนิทนั้นสั่นไหวน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะอะดรีนาลีนที่กำลังพลุ่งพล่านราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะหลุดจากกรง
*ปัง!*
กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวขอบบาร์จนเศษหินกระเด็นเข้าหน้าผากของรินรดา เธอหลับตาแน่น กัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความรู้สึกหวาดหวั่นไม่ใช่แค่เรื่องความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้า แต่เป็น ‘ความรู้สึก’ ที่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้... มันมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล
คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่เกรงกลัวคมกระสุน เขาลั่นไกตอบโต้ด้วยความแม่นยำดั่งเครื่องจักร ทุกนัดที่สั่นสะเทือนออกมาจากปากกระบอกปืนแลกมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของชายชุดดำที่ล้มลงไปกองกับพื้น แสงไฟสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ จากสัญญาณเตือนภัยภายนอกฉาบใบหน้าของเขาให้ดูราวกับปีศาจจากขุมนรก
“คาร์ลอส!” รินรดาตะโกนเรียกเสียงสั่นเมื่อเห็นเขาพลาดท่าถูกถากที่หัวไหล่ขวา
ชายหนุ่มไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ มันเป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้า เขาจัดการกับพวกที่เหลือจนสิ้นซากภายในเวลาไม่ถึงสองนาที ห้องทำงานที่เคยหรูหราตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม กลิ่นดินปืนอบอวลจนน่าคลื่นไส้
คาร์ลอสเดินย้อนกลับมาหาเธอ รอยเลือดบนไหล่ไม่ได้ทำให้เขาดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงตรงหน้าหญิงสาว มือหนาเอื้อมมาเช็ดคราบเลือดที่ข้างขมับของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ควรจะอบอุ่นกลับทำให้รินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
“เจ็บไหม?” เขาถาม เสียงนั้นเรียบนิ่งเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ที่เพิ่งผ่านการฆ่าคนมา
“พวกมัน... เป็นใครกันแน่” รินรดากลั้นใจถาม สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาหม่นของเขา “ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ในเวลานี้? และทำไม... ทำไมการรักษาความปลอดภัยของคุณถึงได้หละหลวมขนาดที่คนนับสิบเข้ามาถึงตัวเราได้โดยไม่มีเสียงเตือนใดๆ”
คาร์ลอสชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉย “ความปลอดภัยไม่มีวันหละหลวม รินรดา มีคนหนอนบ่อนไส้... และผมกำลังจะกระชากหน้ามันออกมา”
“หนอนบ่อนไส้?” เธอแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความหวาดระแวงที่เคยจางหายไปกลับมาทับถมจนแน่นอก “หรือจริงๆ แล้วนี่คือเกมที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อขังฉันไว้ในกรงทองของคุณให้แน่นหนากว่าเดิม? คุณบอกว่าพวกมันเป็นศัตรู แต่ท่าทางของคุณ... มันดูเหมือนคุณกำลังจัดฉากมากกว่า”
คาร์ลอสนิ่งไป เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ ปะทะกับแก้มของเธอ “เธอคิดว่าผมยอมเจ็บตัวเพื่อจัดฉากหลอกลวงเธออย่างนั้นหรือ? เธอประเมินค่าความรักของผมต่ำเกินไป หรือเธอประเมินความฉลาดของตัวเองสูงเกินไปกันแน่?”
“คุณไม่มีความรักให้ใครหรอกคาร์ลอส! คุณมีแค่ความกระหายอำนาจ!” รินรดาผลักอกแกร่งของเขาออกอย่างแรงด้วยความอัดอั้น “ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไรสำหรับคุณกันแน่ ตัวประกัน? ของเล่น? หรือเป็นแค่เหยื่อที่เอาไว้ล่อศัตรูให้เข้ามาติดกับดัก!”
คาร์ลอสคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้กระดูกร้าว แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง เขาไม่พูดอะไร แต่ก้มลงจูบปิดปากเธออย่างดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบแห่งการปลอบประโลม แต่เป็นจูบแห่งการแสดงความเป็นเจ้าของที่น่าอึดอัดใจ รินรดาพยายามขัดขืน แต่แรงอารมณ์ของเขาเหนือกว่าเสมอ
เขาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วง มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้บั้นเอวผ่านเนื้อผ้าบางเบาของชุดนอน ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้รินรดารู้สึกว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น เธอเกลียดตัวเองที่ร่างกายของเธอยังคงโต้ตอบสัมผัสของเขาอย่างทรยศหักหลังความรู้สึกนึกคิด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูที่ถูกพังออกไปเมื่อครู่ คาร์ลอสผละออกทันที ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบตึงราวกับหินผา เขาลุกขึ้นยืนและชักปืนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้หันไปทางประตู
เขากลับหันกระบอกปืนมาที่... ประตูห้องลับด้านหลังชั้นหนังสือที่รินรดาไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริง
“ออกมา!” เสียงคาร์ลอสคำรามลั่น “ถ้าไม่อยากให้ห้องนี้กลายเป็นสุสานของเธอไปด้วย!”
ประตูห้องลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากเงามืด คนที่เธอไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้... คนที่ถือหลักฐานสำคัญบางอย่างไว้ในมือ และนั่นทำให้ทุกความเชื่อใจที่เธอเคยมีต่อคาร์ลอสพังทลายลงในชั่วพริบตาเดียว
เมื่อเห็นหน้าคนผู้นั้น รินรดาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมคาร์ลอสถึงระแวง และทำไมเธอถึงไม่ควรเชื่อใจใครแม้แต่คนเดียวในห้องนี้... โดยเฉพาะผู้ชายที่กำลังยืนโอบกอดเธออยู่คนนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของภูริศร์เสมอมานะครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 25
วิกฤตความเชื่อใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!