“เสียงของมัน... รินรดา ตอบฉันมาว่าเสียงของไอ้เวรนั่นมันคืออะไร!”
คาร์ลอสกระชากไหล่บางของหญิงสาวจนร่างของเธอปะทะเข้ากับผนังห้องทำงานที่ทำจากไม้โอ๊คเนื้อแข็ง เสียงคำรามต่ำที่สั่นประสาทไม่ได้มาจากความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่มันคือไฟเผาผลาญที่ถูกเติมเชื้อเพลิงด้วยความหึงหวงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายของเขาวาวโรจน์ด้วยความมืดมิด เขาบีบต้นแขนเธอแน่นจนเห็นรอยนิ้วมือปื้นแดงปรากฏขึ้น รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงหลับตาแน่น กัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เพราะความสับสนที่พุ่งเข้าจู่โจมจิตใจจนเธอเกือบจะยืนไม่อยู่
พี่ชายของเธอ... คนที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปเมื่อหลายปีก่อน กลับมามีตัวตนในรูปแบบของคำขู่จากปากศัตรูคู่อาฆาตของชายตรงหน้า
“ตอบ!” คาร์ลอสคำรามซ้ำ มือหนาข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขา แววตาของเขาในตอนนี้มันไร้ซึ่งความอ่อนโยนที่เขาเคยปรนเปรอให้ในยามค่ำคืน มีเพียงความกระหายที่จะเค้นความจริงที่เขาเชื่อว่าเธอซ่อนไว้ “เธอแอบติดต่อกับมันอยู่ใช่ไหม? หรือว่าเธอมีแผนจะไปหาชู้รักที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว เพื่อทิ้งฉันไปให้พ้นทาง!”
“คุณ... คุณมันบ้าไปแล้ว คาร์ลอส” เสียงของรินรดาสั่นพร่า น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม “ฉันไม่ได้ติดต่อใครทั้งนั้น และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหมายความว่าอย่างไร!”
“โกหก!”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นไปทั่วห้องหออันหรูหรา ร่างบางเซถลาลงไปกองกับพื้น พลังที่คาร์ลอสใช้ไม่ได้เบามือแม้แต่น้อย มันคือความกดดันจากความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่กัดกินจนสติสัมปชัญญะของเขากลายเป็นศูนย์ รินรดานิ่งงันไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกชาแล่นปราดไปทั่วซีกหน้า เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากกว่าความโกรธแค้น
คาร์ลอสชะงักไปเมื่อเห็นรอยแดงที่ปรากฏบนผิวขาวผ่องของหญิงสาวที่เขารักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งทับลงบนอก แต่ทิฐิและไฟหึงหวงที่ยังคุโชนอยู่ทำให้เขาทำได้เพียงยืนนิ่ง มือของเขาสั่นระริกขณะกำหมัดแน่นข้างลำตัว
“คุณทำร้ายฉัน...” เธอพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “ทั้งที่ฉันเพิ่งสูญเสียความหวังสุดท้ายในชีวิตไปเพียงเพราะคำพูดของคนอื่น แต่คุณ... คุณกลับเลือกที่จะใช้กำลังกับฉันแทนที่จะรับฟัง”
“รินรดา...” เขาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ความเย็นเยียบยังคงแผ่ซ่าน “ฉันแค่ทนไม่ได้... ทนไม่ได้ที่จะต้องเสียเธอไปให้กับอดีตของเธอเอง โดยเฉพาะถ้าอดีตนั้นคือคนที่ฉันควรจะกำจัดทิ้งให้สิ้นซากตั้งแต่แรก!”
เขาก้าวเข้าไปหาเธอ หวังจะดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบประโลมด้วยความร้อนรน แต่รินรดากลับถอยกรูดด้วยความรังเกียจ เธอขยับกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก สายตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความแข็งกร้าวที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ถ้าคุณคิดว่าฉันทรยศคุณนัก ก็ทำตามที่ใจคุณต้องการเลยสิ!” เธอกล่าวพลางมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ “ฆ่าฉันทิ้งซะที่นี่เลยสิ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าฉันจะหนีไปหาใคร หรือถ้าคุณอยากจะขังฉันไว้ในกรงทองแห่งนี้จนตาย ฉันก็พร้อมที่จะอยู่... แต่ขออย่างเดียว อย่ามาถามหาความรักจากคนที่คุณมองว่าเป็นแค่ศัตรู!”
คาร์ลอสนิ่งอึ้ง เขาไม่เคยคาดคิดว่าคำพูดของเธอจะเฉือนลึกถึงขั้วหัวใจได้ถึงเพียงนี้ เขาเป็นมาเฟียที่สั่งฆ่าคนมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีความรู้สึกใดทำให้เขาหวั่นไหวเท่ากับหยาดน้ำตาและถ้อยคำตัดพ้อของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชิดกับหน้าต่างบานใหญ่
“อย่าเข้ามา!” เธอตะโกนก้อง
ขณะที่ความเงียบงันที่แสนอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคาร์ลอสก็สั่นครืนขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอแสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของคาร์ลอสสะดุดกึก
มันไม่ใช่แค่ข้อความขู่ แต่มันคือรูปถ่ายใบใหม่ที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา... รูปถ่ายของรินรดาที่กำลังยืนอยู่ในห้องนี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผ่านเลนส์กล้องซูมระยะไกลจากตึกฝั่งตรงข้าม และมีข้อความแนบมาว่า: *"ผมชอบเวลาที่คุณโมโหร้ายแบบนี้ คาร์ลอส... รินรดากำลังตกอยู่ในอันตราย แต่เธอยังไม่รู้หรอกว่าคนที่พาเธอมาอยู่กลางดงเสืออย่างคุณ คือคนที่กำลังจะทำให้เธอต้องตาย"*
คาร์ลอสหันขวับไปทางหน้าต่างด้วยสายตาที่ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลบคม เขาไม่ได้มองรินรดาอีกต่อไป แต่พุ่งความสนใจไปที่แสงไฟจากกล้องที่สะท้อนวับอยู่บนตึกสูงฝั่งตรงข้าม
เขาคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วพุ่งตัวออกไปที่ระเบียงทันทีโดยไม่หันมามองคนข้างหลัง แต่ทว่า... เมื่อเขาก้าวออกไปถึงขอบระเบียง เขากลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนพิงอยู่ที่มุมมืดของห้องทำงานที่เขาเพิ่งเดินออกมา
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มยืนกอดอกยิ้มให้เขาอย่างใจเย็น ดวงตาของเขาช่างคุ้นตาจนคาร์ลอสแทบหยุดหายใจ รินรดาที่เพิ่งเดินตามออกมาถึงกับเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นชายคนนั้นชัดๆ
“พี่... พี่ชาย?” เธอครางชื่อนั้นออกมาด้วยความสั่นเทา
ชายคนนั้นหันมาหาเธอแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ทำให้ทั้งห้องกลายเป็นนรกบนดิน “เสียใจด้วยนะรินรดา... แต่ตอนนี้เธอเลือกผิดคนแล้วล่ะ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของพวกเขานะครับภูริศร์
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 35
ความหึงหวงที่บ้าคลั่ง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!