“เสียใจด้วยนะรินรดา... แต่ตอนนี้เธอเลือกผิดคนแล้วล่ะ”
คำพูดของดอน โดมินิกดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงระฆังมรณะที่เตือนให้เธอรู้ว่านรกที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หญิงสาวไม่ได้กรีดร้อง เธอไม่ได้สะอื้นออกมาให้เขาเห็นความอ่อนแอ สิ่งที่ทำคือการสูดลมหายใจลึก พยายามประคองสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานคาร์ลอสที่บัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นยาสูบราคาแพง
คาร์ลอสนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาสีเข้มดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองรินรดาผ่านแสงไฟสลัว ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงกระดูก
“ออกไป” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำและเย็นยะเยือก
“คาร์ลอส... ฉัน...” รินรดาพยายามจะอธิบาย แต่สายตาที่เขามองมาทำให้ถ้อยคำเหล่านั้นตีบตันอยู่ในลำคอ
“ฉันบอกให้ออกไป!” เขาตวาดลั่น มือหนาทุบลงบนโต๊ะไม้จนข้าวของกระจัดกระจาย ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านอยู่ในดวงตาคู่นั้น แต่มันไม่ใช่ความโกรธที่เกิดจากความหึงหวง หากแต่เป็นความผิดหวัง... หรืออาจจะเป็นการยอมรับความจริงที่ว่า 'พันธะ' นี้กำลังจะขาดสะบั้นลง
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วหัวใจ เธอไม่ใช่ตุ๊กตาให้เขาขยี้เล่น และเธอก็ไม่ใช่หมากในเกมอำนาจที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ความรักที่เธอเผลอไผลมอบให้เขา มันเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นความหวาดระแวง และตอนนี้... มันกำลังเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เธอต้องใช้มันปกป้องตัวเอง
เธอหันหลังเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับมา แม้ขาจะสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก แต่เธอก็ฝืนเดินผ่านเหล่าบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกอย่างสง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในวินาทีนี้นี่เอง ที่เธอตัดสินใจได้เด็ดขาดว่า ความสัมพันธ์ที่สร้างบนกองซากศพและการทรยศหักหลังนี้... มันถึงเวลาที่ต้องจบลง
รินรดากลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง กวาดเสื้อผ้าไม่กี่ชุดลงในกระเป๋าเดินทาง มือที่สั่นเทาของเธอหยุดชะงักเมื่อเห็นแหวนเพชรเม็ดงามที่คาร์ลอสเคยสวมให้ มันเป็นสัญลักษณ์ของพันธะเถื่อนที่เขากดขี่เธอไว้ เธอถอดมันออก วางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง แสงไฟสะท้อนบนหน้าเพชรวูบไหวราวกับเยาะเย้ยชะตากรรมของเธอ
เธอกำลังจะเปิดประตูห้องเพื่อออกไปสู่โลกภายนอกที่ไร้ซึ่งอิทธิพลของวาเลนติน แต่แล้วเสียงกลอนประตูก็ดังขึ้นช้าๆ
คาร์ลอสยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจากทางเดิน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยร่องรอยของความดุดันที่ยากจะควบคุม เขาก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงพร้อมกับลงกลอน... เสียงนั้นมันดังบาดหัวใจรินรดาเหลือเกิน
“คิดว่าเดินออกไปแบบนี้แล้วชีวิตเธอจะรอดพ้นจากเงื้อมมือฉันได้งั้นเหรอ?” เขาถาม น้ำเสียงกดต่ำและเต็มไปด้วยอันตราย
รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาอย่างท้าทาย แม้ในใจจะหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ “ฉันไม่ได้หวังจะรอดจากคุณหรอกคาร์ลอส... ฉันแค่หวังว่าสักวันคุณจะลืมว่าเคยมีผู้หญิงอย่างฉันอยู่ในชีวิต”
“ลืม?” เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นกายของเขายังคงเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย... กลิ่นของความปรารถนาและอันตรายที่เธอพยายามจะผลักไส “รินรดา... เธอเป็นของฉันตั้งแต่จดหมายฉบับนั้นถูกส่งไป ต่อให้เธอหนีไปจนสุดขอบโลก ฉันก็จะตามเธอกลับมา... แล้วขังเธอไว้ในกรงที่ฉันสร้างขึ้นใหม่... กรงที่ไม่มีวันเปิดออกได้ตลอดกาล”
มือหนาเอื้อมมาคว้าคางเธอไว้แน่น บังคับให้เธอมองหน้าเขา รินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของเขาที่พยายามหักห้ามอารมณ์บางอย่าง เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม
“อย่าทำแบบนี้เลยคาร์ลอส...” เธอเอ่ยเสียงสั่น “ยิ่งคุณยื้อ... เรายิ่งพังทลายกันทั้งคู่”
“ฉันไม่สนใจว่าโลกจะพังพินาศแค่ไหน” เขาตอบพลางกดจูบลงบนลำคอระหงของเธออย่างหนักหน่วง ราวกับเป็นการตีตราจองครั้งสุดท้าย “ตราบใดที่เธอยังหายใจ... เธอก็ยังเป็นของฉัน... แม้แต่ร่างกายที่เย็นเฉียบของเธอก็ยังเป็นของฉัน!”
ขณะที่เขากำลังจะกระชากชุดของเธอออก ประตูห้องของเธอกลับถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้เคาะ พร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“บอสครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ดอน โดมินิก... มันบุกเข้ามาถึงหน้าคฤหาสน์แล้วครับ และมันไม่ได้มาคนเดียว!”
คาร์ลอสหยุดชะงัก ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความอำมหิตในพริบตา เขาปล่อยร่างรินรดาแล้วคว้าปืนพกข้างเอวขึ้นมาเช็คความพร้อม ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เด็ดขาด
“อยู่ในนี้... อย่าได้ก้าวเท้าออกจากห้องนี้จนกว่าฉันจะกลับมา” เขาพูดจบก็หันหลังก้าวออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำตอบ
ทว่าเมื่อเขาเดินพ้นประตูไป รินรดาก็เห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงมุมมืดของทางเดิน... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปีก่อน คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายทั้งหมดนี้
ใบหน้าของคนคนนั้นค่อยๆ ปรากฏชัดภายใต้แสงไฟ... และเมื่อรินรดาเห็นแววตาที่จ้องมองมา เธอแทบหยุดหายใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่แสนเจ็บปวดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 36
ความร้าวฉาน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!