“คิดหรือว่าการหนีไปในที่ที่ฉันมองไม่เห็น จะทำให้เธอมีชีวิตรอดได้... รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ดัง แต่มันมีแรงสั่นสะเทือนมหาศาลพอที่จะทำให้คนทั้งห้องโถงเงียบกริบ รินรดาหยุดชะงัก ฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเธอสั่นสะท้านขณะกำชายเสื้อคลุมแน่น หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะพ่ายแพ้ เธอค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
แสงไฟสลัวจากโคมระย้าด้านหลังส่งให้เงาร่างของคาร์ลอส วาเลนติน ดูสูงใหญ่และน่าเกรงขามราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจดจ้องเหยื่อในกรงขัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นดุจใบมีดโกนที่กรีดลึกไปถึงกระดูกดำ เขาไม่ได้รีบร้อนก้าวเข้ามา แต่ความกดอากาศรอบตัวเขากำลังบีบคั้นจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก
“คุณไม่ควรมาที่นี่ คาร์ลอส” เธอเค้นเสียงตอบพยายามรักษาความมั่นคงไว้ให้มากที่สุด แม้ขาจะแทบยืนไม่อยู่ “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ”
“ที่ไหนที่เป็นของฉัน ฉันเป็นคนกำหนดเอง ไม่ใช่เธอ” คาร์ลอสขยับกาย ก้าวเดินด้วยท่วงท่าเยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้เฉพาะตัวของเขาโชยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เคยทำให้เธอหลงใหล แต่ในยามนี้มันกลับเป็นกลิ่นอายของความหายนะ
เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างไม่ถึงคืบ รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกำยำนั้น คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะควานหาความลับที่เธอซ่อนไว้ “ดอน โดมินิกให้สัญญาอะไรกับเธอ ถึงทำให้เธอกล้าหันหลังให้ฉันขนาดนี้?”
“เขาไม่ได้ให้อะไรเลย นอกจากชีวิตที่ไม่มีโซ่ตรวน” รินรดาเชิดหน้าสู้ แววตาของเธอสั่นระริกแต่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ คาร์ลอส ฉันเป็นมนุษย์... ฉันต้องการทางเลือกของตัวเอง”
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงที่ดุดันและเย้ยหยัน มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอยอมจำนนต่อสายตาของเขา นิ้วโป้งของเขาคลึงเบาๆ บนริมฝีปากที่สั่นไหวของเธอ สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ทางเลือก?” เขาเลิกคิ้ว สายตาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความปรารถนาที่มืดดำ “เธอกำลังเลือกทางไปสู่ความตายต่างหาก รินรดา... โดมินิกมันไม่ได้มองเธอเป็นมนุษย์ มันมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือที่จะใช้ทิ่มแทงหัวใจฉัน และเธอก็ช่างโง่เขลาที่ยอมให้มันปั่นหัว”
“แล้วคุณล่ะคาร์ลอส!” รินรดาตวาดกลับ ความอดทนที่สะสมมาพังทลาย “คุณมองฉันเป็นอะไร? เป็นนางบำเรอที่แสนเชื่อง หรือเป็นแค่ของเล่นที่ไว้แก้เบื่อเวลาที่คุณเบื่อจากเกมการเมืองของพวกคุณ!”
คำพูดนั้นทำให้แววตาของคาร์ลอสเปลี่ยนไปในทันที ความนิ่งขรึมถูกแทนที่ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่พุ่งพล่าน เขาคว้าข้อมือเธอแน่นแต่ไม่ถึงกับเจ็บ ร่างของเขาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้แม้แต่อากาศจะไหลผ่าน มืออีกข้างโอบประคองแผ่นหลังของเธอไว้แน่น ดันร่างบางให้แนบสนิทกับผนังห้อง
“อยากรู้ไหมว่าฉันมองเธอเป็นอะไร?” คาร์ลอสกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ “ฉันมองเธอเป็นทุกอย่างที่เป็นของฉัน... เป็นรอยแผลที่ฉันอยากจูบซ้ำๆ เป็นความเจ็บปวดที่ฉันยอมแลกด้วยทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง และหากเธอคิดจะหนีไปหาใคร ฉันจะทำลายคนคนนั้นให้ราบคาบ รวมถึง... ทำลายความฝันที่เธออยากจะเป็นอิสระด้วยการขังเธอไว้ในกรงทองของฉันไปตลอดกาล”
ริมฝีปากของเขาประทับลงบนซอกคอของเธออย่างรุนแรงและเร่าร้อน มันไม่ใช่สัมผัสที่อ่อนโยน แต่มันคือการตีตราจอง คือการประกาศความเป็นเจ้าของที่ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ รินรดาครางอือในลำคอ ร่างกายของเธอทรยศสมองไปแล้ว ความโหยหาที่พยายามปิดกั้นถูกปลุกเร้าด้วยแรงสัมผัสที่คุ้นเคย มือของเธอกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ก่อนจะขยำมันจนยับย่นด้วยอารมณ์ที่ตีรวน
“ไม่... ปล่อยฉันนะ...” เธอพึมพำ แต่แรงขัดขืนกลับเบาหวิวราวกับขนนก
“สายไปแล้วรินรดา” คาร์ลอสเงยหน้าขึ้น ดวงตาเข้มจัดวาวโรจน์ “การไล่ล่ามันจบลงตั้งแต่วินาทีที่เธอหันมาสบตาฉันในห้องนี้ และจากนี้ไป เธอจะไม่มีวันได้หนีจากเงื้อมมือของฉันอีก”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะการกดปุ่มปลดล็อกเซฟตี้ปืนดังขึ้นจากทางด้านหลังของคาร์ลอส เสียงนั้นทำให้เขาสะดุดกึกก่อนจะหันไปมองช้าๆ
“นายดูเหมือนจะลืมไปนะคาร์ลอส ว่าที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของนาย” เสียงเยือกเย็นของดอน โดมินิกดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำนับสิบที่โผล่ออกมาจากเงามืด ล้อมรอบตัวพวกเขาไว้หมดแล้ว
“แกกล้าดีนักนะ โดมินิก” คาร์ลอสผละออกจากรินรดา แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบางของเธอ เขาหันไปประจันหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตด้วยความนิ่งสงบที่น่าสะพรึงกลัว “แต่แกก็น่าจะรู้ว่า... การจะเอาตัวผู้หญิงคนนี้ไปจากฉัน แกต้องก้าวข้ามศพฉันไปก่อน”
ดอน โดมินิกยิ้มที่มุมปาก มือข้างหนึ่งยกขึ้นเพื่อสั่งการลูกน้อง แสงเลเซอร์สีแดงจากปากกระบอกปืนนับสิบจุดจ้องมาที่อกของคาร์ลอส แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ คือสิ่งที่โดมินิกพูดออกมาในวินาทีถัดมา
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันก็คงต้องให้เธอเป็นคนตัดสินใจเองคาร์ลอส” โดมินิกผายมือไปทางด้านหลังของรินรดาที่เดินเข้ามาพร้อมกับใครบางคน “เพราะผู้หญิงที่นายปกป้องอยู่นี้... จริงๆ แล้วเธอคือคนส่งข้อมูลสำคัญให้ฉันตั้งแต่วันแรกที่นายรับเธอมาเลี้ยงดูต่างหาก”
คาร์ลอสนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก้มมองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองดอนด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รินรดาตัวสั่นสะท้าน เธอพยายามจะเอ่ยปากแก้ตัวแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา... เพราะในมือของดอน โดมินิก ขณะนี้มีโทรศัพท์ที่เปิดบันทึกเสียงของเธอที่กำลังวางแผนหักหลังเขาอยู่
การไล่ล่าครั้งนี้ไม่ได้จบที่อิสรภาพ แต่กำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครรอดไปได้... คาร์ลอสจะทำอย่างไรเมื่อหัวใจที่เขาเพิ่งตอกย้ำความเป็นเจ้าของ กลับกลายเป็นอาวุธที่จ่อมาที่หัวใจเขาเอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 37
การไล่ล่า
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!