“ถ้าเธอคิดจะหนีไปจากฉันด้วยวิธีนี้... รินรดา เธอคิดผิดถนัด”
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอส วาเลนติน ดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าบานกระจกเงาบานใหญ่ แรงกดดันจากตัวเขาราวกับกำแพงเหล็กที่ค่อยๆ บีบอัดพื้นที่หายใจของเธอให้เหลือน้อยลงทุกที
รินรดาแค่นยิ้มทั้งน้ำตา เธอไม่หันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของมาเฟียหนุ่ม “คุณไม่ได้ต้องการฉันหรอกคาร์ลอส คุณแค่ต้องการ ‘ความเป็นเจ้าของ’ ที่คุณจะพังทลายเมื่อไหร่ก็ได้ เหมือนกับที่คุณทำกับทุกอย่างในชีวิตของคุณ”
คาร์ลอสไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่เขากระชากต้นแขนของเธอให้หันกลับมาปะทะกับแผงอกกว้าง ความร้อนจากกายแกร่งแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสผ้าไหมบางเฉียบ มือหนาของเขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตาสีเข้มที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งอารมณ์ที่ผสมปนเปไปกับความเสียใจอย่างประหลาด
“ฉันรักเธอจนจะบ้าตายอยู่แล้ว... รินรดา” เขาคำรามเบาๆ ข้างใบหู เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ความดิบเถื่อน “และถ้าการบอกรักด้วยวิธีปกติมันทำให้เธอไม่เชื่อ... งั้นฉันคงต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายฉัน เพื่อย้ำให้เธอรู้ว่าเธอเป็นของใคร และเป็นของฉันเพียงคนเดียว”
ไม่รอคำตอบ คาร์ลอสบดจูบลงมาอย่างรุนแรงและเร่าร้อน ความโหยหาปะทะกับความขัดขืนในตอนแรก ก่อนที่รินรดาจะจำนนต่อสัมผัสที่ทั้งดุดันและแฝงความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาด ลิ้นร้อนของเขาแทรกซอนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสจูบที่เปรียบเสมือนการจองจำและการปลดปล่อยในเวลาเดียวกัน
เขารีบเร่งปลดเปลื้องอาภรณ์ของหญิงสาวออกด้วยมือที่สั่นเทาด้วยอารมณ์ ผิวเนียนละเอียดขาวจัดตัดกับมือหยาบกร้านของมาเฟียหนุ่มเมื่อสัมผัสลงไป ทุกจุดที่เขาผ่านไปทิ้งรอยรักสีจางๆ ไว้ราวกับจะประกาศอาณาเขต รินรดารู้สึกเหมือนกายสาวกำลังจะหลอมละลายภายใต้สายตาที่จ้องมองมาเหมือนเสือหิวที่ไม่ได้แตะต้องอาหารมานานแสนนาน
“มองตาฉัน...” เขาบัญชาขณะที่โอบอุ้มร่างบางขึ้นมาบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างหวงแหน “มองให้ชัดว่าผู้ชายคนนี้กำลังตาย... ตายเพราะความรักที่เธอไม่เคยเห็นค่า”
การสอดประสานเกิดขึ้นอย่างหนักหน่วงและรุนแรงตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน คาร์ลอสไม่ได้ถนอมเธอเหมือนตุ๊กตาแก้ว หากแต่เขากระแทกกระทั้นกายเข้าหาด้วยความดิบเถื่อนที่ผสมผสานความหลงใหลจนลึกซึ้ง ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวคือเสียงแห่งความเจ็บปวดที่กลายเป็นความสุขสม รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความหวามไหวที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงครางกระเส่าและเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะรักที่ดังกึกก้องไปทั่วห้อง
เขากักขังเธอไว้ภายใต้พันธะที่มองไม่เห็น แรงกระแทกหนักหน่วงย้ำเตือนถึงตัวตนของเขาที่ฝังลึกอยู่ภายในกายเธอ รินรดาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แฝงมากับการรุกเร้า แต่มันกลับเป็นความเจ็บปวดที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอโอบกอดเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออก ความร้อนแรงนี้จะมลายหายไปในความมืดมิด
“รักฉัน... รินรดา ได้โปรด” เขาครางชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่หยาดเหงื่อไหลซึมตามไรผม การปลดปล่อยครั้งสุดท้ายรุนแรงจนร่างทั้งสองสั่นสะท้าน คาร์ลอสซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้งหลังจากพายุอารมณ์สงบลง
ทว่าความสุขนั้นไม่ได้คงอยู่ยืนยาว...
ขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูห้องทำงานที่ปิดล็อกไว้กลับถูกกระชากเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทใดๆ
“นายครับ... ดอน โดมินิก... มันรู้ตำแหน่งของ ‘เซฟเฮาส์’ แห่งนี้แล้วครับ และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่พร้อมกำลังคนครึ่งร้อย!”
คาร์ลอสผุดลุกขึ้นทันที สายตาของเขาแปรเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่เป็นประกายดุดันเยือกเย็นราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะออกล่า เขาหยิบปืนที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาเช็คกระสุน ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
“เตรียมตัวให้พร้อมรินรดา คืนนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ร่วมกันอีกแล้ว... แต่จำไว้ว่า ไม่ว่าใครก็ไม่มีวันพรากเธอไปจากฉันได้ แม้แต่ความตาย”
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความรักที่แสนอันตรายในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ภูริศร์
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 38
ความร้อนแรงที่แฝงความเสียใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!