"แกคิดว่าผู้หญิงที่ไร้ค่าอย่างเธอ จะรั้งหัวใจพยัคฆ์ร้ายอย่างคาร์ลอสไว้ได้นานแค่ไหน รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากสตรีร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงคฤหาสน์ตระกูลวาเลนติน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเธอมันช่างบาดลึก รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความประหม่า แต่แววตาของเธอยังคงสะท้อนความแข็งแกร่งไม่ยอมแพ้
'เอเลน่า' ศัตรูหัวใจที่วนเวียนกลับมาเหมือนเงาตามตัว ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่คาร์ลอสเคยพัวพัน แต่เป็นหญิงสาวที่รู้ทุกซอกมุมของความมืดมิดในใจเขา
"ฉันไม่จำเป็นต้องรั้งใครไว้ด้วยวิธีสกปรกแบบที่คุณทำ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่น เธอขยับกายยืนตรง เผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบคู่นั้นที่ไม่ปิดบังความเกลียดชัง
เอเลน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินนวยนาดเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าคลัตช์สีดำสนิท แล้ววางลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงหน้าแรงๆ ภาพในนั้นคือคาร์ลอสที่กำลังโอบกอดหญิงสาวอีกคนในมุมมืดของคาสิโนเมื่อคืนก่อน
"รู้ไหมรินรดา... คาร์ลอสไม่ได้รักใครจริงหรอก เขาแค่กำลังหาที่ระบายความแค้น และเธอ ก็แค่เหยื่อที่เขาสนุกกับการทรมานให้ตายใจ" เอเลน่าก้มลงกระซิบชิดใบหู "ดูสายตาเขาสิ ในรูปนี้... สายตาที่เขามองฉัน มันต่างจากที่เขามองเธอราวกับเหวกับฟ้า"
รินรดาชะงักไปชั่วครู่ ความทรงจำถึงแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความเกลียดชังของคาร์ลอสเมื่อคืนนี้แล่นเข้ามาในหัว ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงใจ เขาไม่ได้มองเธอด้วยความเสน่หามานานแล้ว แต่เป็นความแค้นที่รุนแรงจนน่ากลัว
"ถ้าเขาสนุก... ฉันก็แค่ตัวหมากตัวหนึ่ง แต่จำไว้เถอะเอเลน่า คนอย่างเขาน่ะ ไม่เคยเก็บของเล่นที่พังแล้วไว้ข้างกายหรอก ถ้าฉันพัง... คุณก็ไม่มีทางได้เก็บเศษซากที่เหลือไปครอง"
รินรดาแค่นยิ้ม เธอไม่ใช่คนอ่อนแอให้ใครรังแกได้ง่ายๆ แม้ในใจจะร้าวรานเพียงใดก็ตาม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน
คาร์ลอสยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มดวงตาคมกริบคู่นั้นดุจพยัคฆ์ที่กำลังล่าเหยื่อ เขาไม่ได้มองเอเลน่าเลยแม้แต่น้อย แต่จ้องเขม็งมาที่รินรดาด้วยกระแสความกดดันที่ทำเอาอากาศในห้องแทบหยุดนิ่ง
"ออกไปจากบ้านฉัน... เอเลน่า" คาร์ลอสเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี
"คาร์ลอส... คุณจะปกป้องผู้หญิงคนนี้งั้นหรือ? คนที่ทำให้พี่ชายคุณต้องตายงั้นหรือ!" เอเลน่าแผดเสียงขึ้นมาอย่างเหลืออด แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความริษยา
คำว่า 'พี่ชาย' กระแทกเข้ากลางใจรินรดาราวกับค้อนเหล็ก เธอหน้าซีดเผือด ความจริงที่คาร์ลอสไม่เคยบอกเธอ ความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้กองทัพความแค้นนับสิบปี กำลังถูกขุดขึ้นมาในจังหวะที่หัวใจเธอกำลังสั่นคลอนที่สุด
คาร์ลอสสาวเท้าเข้ามาหา เขากระชากแขนของรินรดาเข้าหาตัว แรงบีบนั้นทำให้เธอเจ็บจนน้ำตาคลอ แต่มันยังไม่เท่าความเจ็บปวดในสายตาของเขาที่กำลังมองเธอ
"เธอรู้อะไรบ้าง รินรดา?" เขาถามชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนแต่เต็มไปด้วยโทสะ "เธอรู้ไหมว่าทุกสัมผัสที่ฉันมอบให้เธอ... มันไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มันคือการชำระหนี้เลือดที่ตระกูลเธอติดค้างฉัน!"
เขาผลักร่างบางออกห่าง ก่อนจะคว้าปืนพกออกมาจากซองข้างเอว แล้วหันปากกระบอกปืนไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ ก่อนจะเหนี่ยวไกดังสนั่น! เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเต็มห้อง พร้อมกับร่างของชายชุดดำที่ร่วงตกลงมาจากการซุ่มยิงด้านนอก
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที คาร์ลอสหันกลับมาหาเธอ สายตาของเขาว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่มืออีกข้างของเขาสั่นระริกราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่ถาโถม
"อย่าพยายามหนีไปไหน... เพราะถ้าเธอคิดจะจากไปตอนนี้ ฉันจะทำให้ครอบครัวเธอพินาศยิ่งกว่าที่เธอจินตนาการไว้หลายเท่า" เขาหันไปมองเอเลน่าที่ยืนตัวแข็งทื่อ "และเธอก็เหมือนกัน... ถ้ายังกล้าเหยียบเข้ามาในเขตของฉันอีก ศพต่อไปที่จะต้องอยู่ใต้ผืนดินนี้... คือเธอ"
รินรดาจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอเคยคิดว่ารักเขาหมดใจ ตอนนี้ความรักนั้นกลายเป็นความขลาดกลัวและความสับสน เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นใครในเกมนี้ เป็นคนรัก เป็นเชลย หรือเป็นแค่เครื่องมือของความพยาบาทกันแน่
คาร์ลอสหมุนตัวกลับมาอีกครั้ง เขาเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูจนขนลุกชัน
"เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้ฉันจะให้เธอรู้ว่านรกที่แท้จริงน่ะ เป็นยังไง"
เขากระชากข้อมือเธอให้เดินตามไปอย่างไร้ความปรานี แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวพ้นห้องโถง เสียงโทรศัพท์ของคาร์ลอสก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมามองชื่อคนโทรเข้า แล้วชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ
"ว่าไง..." คาร์ลอสกรอกเสียงลงไป แววตาเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินปลายสายตอบกลับ
"คาร์ลอส... ถ้ารินรดารู้ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ เธอจะยังอยู่กับคุณหรือเปล่านะ?" เสียงที่ดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ทำให้รินรดาถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น โลกทั้งใบของเธอหมุนคว้าง เพราะเสียงนั้น... คือเสียงของพี่ชายที่เธอเชื่อว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านเงาพยัคฆ์มาจนถึงจุดเดือดนี้นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ ภูริศร์
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 34
การประชันหน้า
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!