"เธอรู้ไหมว่าการหายใจเข้าออกในห้องนี้... มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก"
น้ำเสียงของคาร์ลอสทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของรินรดาจนเธอรู้สึกเหมือนถูกคมมีดเย็นเฉียบกรีดผ่านผิวหนัง เขาขยับกายเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังห้องที่เย็นเยียบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายแบบผู้ชายที่เปี่ยมด้วยอำนาจของเขาอบอวลอยู่รอบตัว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับมือไม่ให้สั่นขณะที่จ้องมองรูปถ่ายในโทรศัพท์หน้าจอสัมผัสที่คาร์ลอสถือไว้
"ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด" เธอเค้นเสียงออกมา แม้จะรู้ดีว่าคำแก้ตัวนั้นเบาหวิวราวกับขนนกเมื่ออยู่ต่อหน้าพยัคฆ์ร้ายอย่างเขา
คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุออกมาเป็นไฟ แต่มันกลับนิ่งสงบราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว
"ผิดหรือถูกไม่ใช่เรื่องที่ฉันสนใจ รินรดา" เขาใช้นิ้วชี้เชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอสบตา "สิ่งที่ฉันสนใจคือ 'ความซื่อสัตย์' และดูเหมือนว่า... เธอจะกำลังทำลายมันลงด้วยการไปเต้นรำกับศัตรูของฉันในมุมมืดของคฤหาสน์หลังนี้"
รินรดาหายใจติดขัด จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอรู้ดีว่าดอน โดมินิกไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ และการที่เขาเข้าถึงตัวเธอได้ง่ายดายขนาดนั้น นั่นหมายความว่ากำแพงที่คาร์ลอสสร้างไว้ปกป้องเธอกำลังเกิดรอยร้าว
"เขาขู่ฉัน" เธอตัดสินใจกระซิบ เสียงสั่นพร่า "เขาบอกว่าครอบครัวของฉันอยู่ในกำมือเขา คาร์ลอส... ฉันไม่มีทางเลือก"
มือหนาของชายหนุ่มบีบกรามของเธอเบาๆ ก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าอย่างเชื่องช้า สัมผัสของเขาเปลี่ยนไปจากความเกรี้ยวกราดเป็นความกระหายที่น่ากลัวกว่าเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหูของเธอ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าต่ำ
"ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าไม่มีทางเลือก มีเพียงแค่คำว่า 'เป็นของใคร' เท่านั้น" เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ อย่างจาบจ้วง "เธอเป็นของฉัน รินรดา... ต่อให้โดมินิกจะเอาชีวิตคนทั้งโลกมาขู่ แต่ตราบใดที่เธอยังหายใจอยู่ในกรงทองของฉัน ก็ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้องสิ่งที่ฉันตีตราไว้แล้ว"
คาร์ลอสผลักตัวออกห่างฉับพลัน เขากดปุ่มลบรูปภาพในโทรศัพท์ทิ้งต่อหน้าต่อตาเธอ ก่อนจะโยนเครื่องมือสื่อสารนั้นลงบนเตียงกว้างอย่างไม่ไยดี เขาหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างนั้นดูราวกับกำแพงเมืองที่ไม่มีวันทลายลง
"คืนนี้อย่าออกไปไหน" เขาเอ่ยคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ศัตรูของฉันเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คิด และรอยร้าวที่คุณสร้างขึ้น... อาจจะทำให้ความอดทนของฉันสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่คาดไว้"
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มองตามร่างสูงใหญ่ที่เดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างบานสูง เขามองออกไปในความมืดมิดของสวนด้านล่าง ความเงียบงันในห้องเริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดันที่บีบคั้นอากาศให้เบาบางลง เธอรู้สึกได้ว่าหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่เคยสัมผัส ไม่ใช่แค่เพียงการข่มขู่ แต่เป็นสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้นโดยมีเธอเป็นเดิมพัน
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังคาร์ลอสก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถูกขว้างเข้ามาท่ามกลางความมืดมิด คาร์ลอสพุ่งตัวเข้าหารินรดาด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า กระชากเธอลงกับพื้นทันเวลาก่อนที่แรงระเบิดจากวัตถุชนิดหนึ่งจะสั่นสะเทือนไปทั่วห้องพัก
ควันสีขาวฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัย ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังรัวมาจากภายนอกหน้าต่าง รินรดาซุกหน้าเข้ากับแผงอกแกร่งของคาร์ลอส เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนของเลือดที่หยดลงมาบนไหล่ของเธอขณะที่เขากอดรัดเธอไว้แน่น
คาร์ลอสก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "อย่าส่งเสียง... เพราะตอนนี้แขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มันมาเพื่อจะปิดฉากชีวิตเราทั้งคู่ในคืนนี้"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องนอนก็ถูกถีบออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่กรูเข้ามา แต่ในมือของชายคนกลางนั้น กลับถือสิ่งของที่ทำให้ดวงตาของคาร์ลอสเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นจนถึงขีดสุด... มันคือสร้อยคอประจำตระกูลที่รินรดาเพิ่งจะทำหายไปเมื่อตอนกลางวัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพยัคฆ์ร้ายและเหยื่อผู้กล้าหาญมาจนถึงตอนนี้ครับ ภูริศร์สัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในตอนต่อไปแน่นอนครับ
พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 13
ภายใต้ร่มเงาพยัคฆ์
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!