พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 14

การเดินทางที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย ภูริศร์
“วางมันลง... ถ้าไม่อยากให้หัวของพวกมึงหลุดออกจากบ่าในวินาทีนี้” น้ำเสียงของคาร์ลอสทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาไม่ได้ตะโกน แต่นั่นกลับทำให้ความกดอากาศในห้องนอนหรูลดต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่ม ดวงตาคู่สวยสั่นระริกขณะจ้องมองสร้อยคอประจำตระกูลที่ส่องประกายวับวับอยู่ในมือของชายชุดดำ หนึ่งในนั้นเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย “ของสำคัญขนาดนี้ ท่านโดมินิกฝากมาบอกว่า... มันไม่ควรไปตกอยู่ในมือของผู้หญิงที่ไม่มีค่าพอ” ยังไม่ทันสิ้นคำพูด กายแกร่งของคาร์ลอสก็พุ่งทะยานออกไปราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกจากภวังค์ เสียงปะทะของหมัดหนักๆ กระทบกับใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจก่อนจะรีบปิดปากตัวเองไว้ เธอเห็นภาพที่ชายสามคนนั้นถูกจัดการอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดด้วยฝีมือของคาร์ลอสที่ราวกับเครื่องจักรสังหาร ไม่กี่อึดใจต่อมา ความเงียบสงัดก็กลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคาร์ลอสที่ยืนหันหลังให้เธอ สร้อยคอเส้นนั้นกลับมาอยู่ในอุ้งมือหนาที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “รินรดา” เขาเรียกชื่อเธอ เสียงที่เคยดุดันอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ “แต่งตัวซะ... เราต้องไปที่ท่าเรือ” “ตอนนี้หรือคะ... หมายถึง... เดี๋ยวนี้เลยหรือคะ” เธอถามด้วยความไม่มั่นใจ คาร์ลอสหันกลับมา แววตาคมกริบคู่นั้นมีประกายที่อ่านไม่ออก “ใช่... ท่าเรือคลังสินค้าโซนสาม ทุกอย่างที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และฉันต้องการให้เธอเห็น... ว่าสิ่งที่เธอครอบครองอยู่ มันมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยอะไรบ้าง” --- รถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำสนิทแล่นผ่านใจกลางเมืองที่กำลังหลับใหลสู่เขตอุตสาหกรรมท่าเรือ บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความหรูหรากลายเป็นกลิ่นคาวสนิม กลิ่นน้ำมันเครื่อง และเสียงคลื่นที่กระทบกับท่าเรือเหล็กดัด คาร์ลอสไม่ได้พูดอะไรกับเธอตลอดทาง เขานั่งนิ่งดุจรูปปั้นหิน มือหนาข้างหนึ่งวางพาดอยู่บนตัก ส่วนอีกข้างจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาที่วางแผนการบางอย่าง เมื่อรถจอดสนิท การ์ดนับสิบคนกรูเข้ามาล้อมรถเอาไว้ด้วยความระแวดระวัง คาร์ลอสเปิดประตูลงไปก่อนจะหันมาส่งมือให้รินรดา ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังของเธอ แต่มันเป็นความอบอุ่นที่ห้อมล้อมด้วยอันตราย “ตามฉันมาให้ติด อย่าห่างเกินหนึ่งก้าว” เขากำชับเสียงเรียบ ท่าเรือในยามวิกาลดูน่าเกรงขามกว่าที่เธอคิด ตู้คอนเทนเนอร์วางเรียงรายสูงตระหง่านราวกับป้อมปราการ คาร์ลอสพาเธอเดินลึกเข้าไปยังส่วนที่เงียบที่สุด ซึ่งเป็นจุดที่คาร์โก้ลำยักษ์กำลังเทียบท่า “เห็นนั่นไหม” คาร์ลอสชี้ไปยังตู้คอนเทนเนอร์ที่เปิดอ้าอยู่ “นั่นคือเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจนี้ ทุกอย่างที่เธอเห็น... คือสิ่งล่อตาของพวกหมาหิวที่จ้องจะฉีกกระชากชีวิตฉัน” รินรดามองเห็นลังไม้ที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน... ไม่ใช่สินค้าทั่วไป แต่มันคืออาวุธสงครามที่ดูแปลกตากว่าที่เคยเห็นในข่าว เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ความกลัวเริ่มเกาะกินใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความสงสัยในตัวชายหนุ่มตรงหน้าก็เพิ่มมากขึ้น “คุณพาฉันมาดูสิ่งนี้ทำไม คาร์ลอส” เธอถามพลางมองไปรอบๆ “เพื่อจะขู่ให้ฉันกลัว หรือเพื่อจะบอกว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งในความโสมมนี้ไปแล้ว” คาร์ลอสขยับเข้ามาใกล้จนร่างกายของเขาทาบทับเงาของเธอ แผ่นอกกว้างสัมผัสกับไหล่บาง เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหู กลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงประจำตัวทำให้สติของเธอพร่าเลือน “เพื่อจะบอกว่า... ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าใครหน้าไหนที่อยากได้ตัวเธอ มันจะต้องข้ามศพของคนทั้งท่าเรือนี้ไปก่อน” คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนการปกป้อง แต่มันเหมือนการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนาของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวบางไว้แน่น ราวกับจะกักขังเธอไว้ในวงแขนนี้ตลอดกาล ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของตู้คอนเทนเนอร์ คาร์ลอสหยุดชะงัก ร่างกายของเขาสลับโหมดเข้าสู่สภาวะนักล่าทันที เขาผลักรินรดาไปไว้ด้านหลังพร้อมกับชักปืนพกออกมาในจังหวะเดียวกับที่เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด “มาได้เร็วเกินคาดนะ คาร์ลอส” เสียงนั้นแหบพร่าและคุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว คาร์ลอสแสยะยิ้มที่มุมปาก “โดมินิก... แกกล้ามากที่โผล่หัวมาที่นี่เพียงลำพัง” “ฉันไม่ได้มาลำพัง... และฉันก็ไม่ได้มาเพื่อสู้กับแก” โดมินิกก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เขาชี้ปืนไปยังรินรดา “ฉันมาเพื่อทวงของที่ควรจะเป็นของฉัน... และดูเหมือนว่า 'ผู้หญิงคนนี้' จะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่แกคิดนะ คาร์ลอส” คาร์ลอสนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความแคลงใจที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรง “เธอรู้อะไร... รินรดา” คาร์ลอสถามเสียงเย็น “สร้อยคอนั่น... มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับใช่ไหม?” รินรดาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสิ่งที่โดมินิกถืออยู่ในมืออีกข้าง... มันคือแผ่นดิสก์สีเงินวาวที่เธอเพิ่งจะซ่อนไว้ในช่องลับของกระเป๋าเดินทางเมื่อตอนเย็น! ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับงานเขียนของภูริศร์เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%