พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 3

กลิ่นกายที่โหยหา

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงล็อกกลอนประตูห้องนอนชุดหรูชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์ดังขึ้น *คลิก* มันไม่ใช่แค่เสียงกลไกเหล็กกระทบกัน แต่มันคือเสียงกิโยตันที่ตัดขาดรินรดาออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ความมืดสลัวภายในห้องถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟสีส้มอมแดงจากตึกระฟ้าเบื้องล่างที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ คาร์ลอส วาเลนตินไม่ได้เปิดไฟดวงหลัก เขายืนพิงกรอบหน้าต่าง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกผ่านเรื่องราวดุดันในอดีต ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มล่าเหยื่อจ้องมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง "เตรียมตัวให้พร้อมรินรดา... เพราะคืนนี้ เกมล่าชีวิตที่คุณเป็นเดิมพัน กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ" คำพูดทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเธอ รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก สองมือเรียวพยายามกำชายเสื้อไหมพรมของตัวเองแน่นเพื่อซ่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ เธอยืนหยัดด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แม้ขาพับแรงแทบไม่ไหว "คุณคาร์ลอส... คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความพยายามที่จะควบคุมความตื่นกลัว คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ เขาไม่ได้ขยับตัวในทันที แต่แรงกดดันจากตัวตนของเขากลับแผ่ซ่านจนอากาศในห้องเบาบางลง ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนเสียงฝ่าเท้าของนักล่าที่ค่อยๆ ต้อนเหยื่อจนมุม "สิทธิ์งั้นหรือ?" คาร์ลอสตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่ทรงพลัง "คุณจำไม่ได้หรือรินรดาว่าตระกูลของคุณเอาอะไรมาค้ำประกันไว้กับผมบ้าง หรือต้องให้ผมรื้อฟื้นสัญญาฉบับนั้นให้คุณฟังอีกรอบ ว่าหนี้ก้อนโตสิบล้านเหรียญนั้น มันซื้ออะไรได้บ้าง... รวมถึงตัวคุณด้วย" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าจนชาไปหมด เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอเอาบริษัทและที่ดินผืนสุดท้ายไปจำนองไว้กับซินดิเกตของคาร์ลอส และเมื่อถึงกำหนดไถ่ถอน พวกเขากลับล้มละลาย กลายเป็นเหยื่อในกำมือของมาเฟียผู้ไร้ความปรานี "ฉันไม่ใช่สิ่งของ... ฉันเป็นมนุษย์" เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด พยายามถอยหลังหนีเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิด "ถ้าคุณเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา คุณคงไม่มีค่าพอให้ผมต้องมาเสียเวลาเล่นเกมด้วยหรอก" คาร์ลอสหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก รินรดารู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยกรงขังที่มองไม่เห็น สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รื้นด้วยหยาดน้ำตา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวาดผ่านแววตาของมาเฟียหนุ่ม แต่มันถูกกลบฝังด้วยความกระหายในการควบคุมอย่างรวดเร็ว "ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ... เอ๊ย... ปล่อยฉันไปเถอะครับ" รินรดาเผลอหลุดคำสามัญสำนองเดิมออกไป แต่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของคาร์ลอสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่น แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่กำลังสนุกสนาน "เกือบจะเรียกผมด้วยความคุ้นเคยแล้วเชียว... น่าเสียดายที่คนอย่างคาร์ลอส วาเลนติน ไม่เคยปล่อยเหยื่อที่เดินเข้ามาในถ้ำเสือด้วยความสมัครใจ" พูดจบ มือหนาและแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กก็เอื้อมมาคว้าต้นคอระหงของเธอไว้ตรึงให้อยู่กับที่ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านไล้ผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มอย่างจงใจ รินรดาสะดุ้งเฮือกยามเมื่อผิวเนื้อสัมผัสกัน กระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลังจนขนลุกซู่ แรงดึงดูดอันตรายพุ่งปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างความหวาดกลัวและสัญชาตญาณดิบที่ตื่นตัว "คุณ... คุณมันป่าเถื่อน" เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่ถูกมือใหญ่วางบังคับให้หันกลับมาสบตา "ใช่... ผมมันป่าเถื่อน และคุณก็รู้ดีว่ารสนิยมของคนป่าเถื่อนเขาจัดการกับคนที่ขัดขืนอย่างไร" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มแดงระเรื่อของเธอ รินรดารู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความตื่นตระหนกผสมปนเปไปกับความรู้สึกวาบหวามแปลกประหลาดที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่เผลอไผลไปกับสัมผัสคุกคามนั้น ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังสั่นระริก คาร์ลอสไม่ได้เร่งรีบ เขาจงใจทรมานเธอด้วยความเนิบช้าและเด็ดขาด ปลายนิ้วที่เคยบีบต้นคอเปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาลูบไล้หัวไหล่ลาดมน ค่อยๆ ใช้นิ้วเรียวเกี่ยวสายเดรสผ้าไหมเนื้อบางที่ปกป้องร่างกายของเธอลงอย่างช้าๆ "อย่า..." รินรดาเปล่งเสียงประท้วงได้เพียงแผ่วเบา มือเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่แรงของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงเนื้อหนังของมาเฟียหนุ่ม "ปฏิเสธผมสิรินรดา... ถ้าคุณทำได้" คาร์ลอสกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานีและเต็มไปด้วยความเร่าร้อน จูบในครั้งนี้ไม่ใช่การทักทาย แต่มันคือการประกาศอาณาเขตและการลงทัณฑ์ รสชาติของความดุดันและเอาแต่ใจแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รินรดารู้สึกราวกับถูกสูบวิญญาณ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน สติสัมปชัญญะที่เคยปกป้องเธอเริ่มพร่าเลือนลงทุกที ภายใต้เงาพยัคฆ์ผู้ทรงอิทธิพล เธอเป็นเพียงลูกกวางน้อยที่กำลังถูกกลืนกินทีละน้อยด้วยความหิวกระหาย มือแกร่งช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย รินรดาอุทานด้วยความตกใจและเผลอใช้มือโอบรอบคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ คาร์ลอสอุ้มเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ทิ้งตัวลงพร้อมกับร่างบางที่ถูกพันธนาการไว้ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศในห้องเงียบงันลง มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน ทว่าในขณะที่คาร์ลอสกำลังจะโน้มตัวลงมาครอบครองร่องรอยแห่งชัยชนะครั้งต่อไป เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานข้างเตียงก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงอย่างกะทันหัน คาร์ลอสมุ่นหัวคิ้วด้วยความไม่พอใจ ดวงตาดุดันเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ชื่อผู้โทรเข้าปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ—มันคือเบอร์สายตรงจากฐานลับทางใต้ และข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นพร้อมกันทำให้รอยยิ้มเยือกเย็นของมาเฟียหนุ่มแข็งค้างไปชั่วขณะ *“ดอน โดมินิกบุกเข้ายลโฉมคลังสินค้าโซน C ของเราแล้วครับนาย... และมันทิ้งของขวัญบางอย่างไว้รอให้ท่านไปเปิดดู”* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของภูริศร์ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%