พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt)•ตอนที่ 7

ความลับในคฤหาสน์

ผลงานโดย ภูริศร์
“อย่าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากเขตพรมผืนนั้น รินรดา” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังหงุดหงิดดังมาจากมุมมืดของห้องทำงาน คาร์ลอส วาเลนติน ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารที่เขากำลังเซ็นชื่อ แต่น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้นทำให้คนฟังรู้สึกราวกับถูกโซ่ตรวนรัดแน่นจนหายใจไม่ออก รินรดาชะงักฝีเท้า มือเรียวที่กำลังเอื้อมไปแตะกลอนประตูห้องทำงานหนาหนักสั่นเทา เธอหันกลับไปมองแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งดั่งภูผา ทว่าในเวลานี้มันกลับเป็นปราการที่ปิดกั้นอิสรภาพของเธอไว้ทั้งหมด “ฉันแค่จะออกไปสูดอากาศ… คาร์ลอส คุณกักขังฉันไว้แบบนี้มันเกินไปแล้ว” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่มันกลับฟังดูอ่อนแรงและน่าสมเพชในความรู้สึกของตัวเอง ชายหนุ่มวางปากกาลงช้าๆ จังหวะการเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลแต่น่าสะพรึงกลัว คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ก้าวย่างของเขาเงียบเชียบทว่าหนักแน่นราวกับพยัคฆ์ที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อเข้ามุม “สูดอากาศ?” เขาเอ่ยทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังดูเย็นเยียบ “หรือกำลังจะไปหาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อส่งข่าวให้ใครบางคน? อย่าประเมินความฉลาดของผมต่ำเกินไป รินรดา” เขาเดินมาหยุดอยู่เบื้องหลังเธอ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวผสมกับกลิ่นยาสูบจางๆ โอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดใจ คาร์ลอสโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้ขนอ่อนตามร่างกายของเธอลุกชัน “เกมนี้มันเริ่มขึ้นแล้ว และในฐานะตัวหมากที่ผมเลือก... เธอไม่มีสิทธิ์ตาย หรือแม้แต่จะหนีไปจากกระดานนี้จนกว่าผมจะอนุญาต” รินรดาหมุนตัวกลับมาปะทะกับแผงอกแกร่ง ความใกล้ชิดนี้มันทั้งน่ารังเกียจและแฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่นิ่งเรียบดุจรูปปั้น แต่แววตาสีเข้มคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการครอบครอง “คุณมันปีศาจ” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน “และเธอก็คือสมบัติของปีศาจ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนกระดูกแตกหัก แต่มันหนักแน่นพอที่จะยืนยันว่าเธอไม่มีทางสลัดหลุด เขาลากเธอไปตามทางเดินยาวที่ปูด้วยพรมราคาแพงมุ่งหน้าสู่ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ สถานที่ที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครย่างกรายเข้าไป รินรดาพยายามฝืนแรง แต่ความแข็งแกร่งของมาเฟียหนุ่มนั้นเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินหัวใจเมื่อเห็นว่าเขากำลังพาเธอไปที่จุดอับของคฤหาสน์ ประตูเหล็กกล้าเปิดออกด้วยเสียงครืดคราดที่ชวนให้รู้สึกสยองขวัญ ภายในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟสลัวที่แขวนอยู่บนเพดาน สิ่งที่รินรดาเห็นตรงหน้าทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ มันไม่ใช่ห้องทรมานอย่างที่เธอจินตนาการ แต่มันคือห้องจัดเก็บเอกสารและภาพถ่าย... ภาพถ่ายที่เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ และศัตรูของเขา “ดูนี่สิ” คาร์ลอสปล่อยมือเธอ แล้วเดินไปหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว “ดอน โดมินิก ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายผม... เขาต้องการใช้เธอเป็นกุญแจไขเข้าสู่ห้องนิรภัยที่ซ่อนความลับของตระกูลวาเลนตินไว้” รินรดามองดูรูปถ่ายเหล่านั้นด้วยความตระหนก มันคือภาพของเธอที่ถูกแอบถ่ายในมุมต่างๆ ตั้งแต่เธอยังไม่ก้าวเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้... เขาจับตาดูเธอมาตลอด? “ทำไม…” เธอพึมพำ “เพราะสายเลือดในตัวเธอ ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เธอคิด” คาร์ลอสเดินเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง คราวนี้มือหนาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตากับเขา “เธอเป็นลูกกุญแจสำคัญ และนั่นคือเหตุผลที่ผมต้องตีตราเธอไว้... ไม่ใช่แค่เพื่อความใคร่ แต่เพื่อปกป้องความลับที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างของโลกใต้ดินไปตลอดกาล” ความใกล้ชิดเริ่มเปลี่ยนไป แรงดึงดูดระหว่างชายหญิงที่ปะทุขึ้นในความเงียบงันเริ่มสั่นคลอนหัวใจของรินรดา คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากหยักลึกจ่อชิดอยู่กับริมฝีปากของเธอ ความดิบเถื่อนในแววตาของเขากำลังกลืนกินเหตุผลทั้งหมดของเธอไปจนสิ้น ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่เขากำลังมอบให้ เสียงปืนดังสนั่นขึ้นจากชั้นบนของคฤหาสน์ ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกกระจายและเสียงตะโกนของลูกน้องที่ดังสะท้อนเข้ามาถึงในห้องใต้ดิน คาร์ลอสผลักเธอออกห่างทันที แววตาที่เคยฉายความปรารถนาเปลี่ยนเป็นความดุดันของนักรบในเสี้ยววินาที เขาดึงปืนพกจากเอวออกมาแล้วหันไปมองประตูเหล็ก “มันมาเร็วกว่าที่คิด” เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “รินรดา... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างนอกนั่น อย่าเปิดประตูห้องนี้จนกว่าผมจะกลับมา ไม่ว่าเธอจะได้ยินเสียงใครร้องเรียกก็ตาม” เขากำลังจะก้าวออกไป แต่รินรดากลับคว้าชายเสื้อของเขาไว้โดยสัญชาตญาณ “คาร์ลอส... อย่าไป” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาประทับจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากเธอ มันเป็นสัมผัสที่สั้น แต่กลับทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้กลางอกของเธออย่างประหลาด ก่อนที่เขาจะหมุนตัวหายเข้าไปในความมืดของทางเดินทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับความกลัวเพียงลำพัง ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็หยุดลงที่หน้าประตูห้องใต้ดิน รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัวก่อนจะมีเสียงเคาะประตูสามครั้ง... จังหวะที่คุ้นเคย “รินรดา... เปิดประตูให้พี่ครับ” เสียงของคนคุ้นเคยที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ปีที่แล้วดังขึ้นผ่านบานประตูเหล็ก “พี่มาช่วยเธอแล้ว... ออกมาเถอะ” รินรดามือสั่นเทา เธอควรจะเชื่อเสียงนั้น หรือเชื่อในคำเตือนของปีศาจที่เพิ่งจากไปกันแน่? ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรักที่ซ่อนอยู่ในเงาของพยัคฆ์ตัวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเถื่อนใต้เงาพยัคฆ์ (The Savage Syndicate's Debt) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%