ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 19

ความจริงที่น่ากลัว

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
เสียงบานประตูไม้เก่าๆ ที่ถูกผลักเปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวไม่ได้มาพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ หากแต่เป็นเสียงทุ้มต่ำของแรงเสียดทานที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผู้ที่กำลังนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ซูเหมยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงหมุนพู่กันขนสัตว์ราคาแพงเล่นอย่างเชื่องช้า บนโต๊ะเบื้องหน้าคือบัญชีลับของหอการค้าหลวงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้กระดานมานานนับปี เอกสารแผ่นสีเหลืองกรอบเหล่านี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสั่นคลอนราชสำนักได้ทั้งแคว้น และมันก็เป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้ตระกูลซูของเธอต้องกลายเป็นผุยผงในคืนเดียวเมื่อห้าปีก่อน "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ท่านแม่ทัพหลี่ไม่คิดจะกลับไปนอนกอดกระบี่คู่ใจในค่ายทหาร หรือว่าเตียงนอนของข้ามันนุ่มนวลจนทำให้ท่านติดใจเสียจนไม่อยากลุกไปไหนกันแน่คะ?" น้ำเสียงของซูเหมยเจือแววเย้าหยอก ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตางอนงาม เธอรู้ดีว่าเงาร่างที่ทาบทับลงมาเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในแผ่นดิน—หลี่จิ่งเหยียน ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายสนธยาและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากสนามรบโชยเข้าแตะจมูก ซูเหมยสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่ง พู่กันในมือถูกดึงออกไปอย่างหน้าตาเฉย หลี่จิ่งเหยียนโน้มตัวลงมาจากด้านหลัง ปลายคางของเขาเกือบจะแตะลงบนลาดไหล่บอบบาง ขณะที่สายตาดุดันคมปลาบก้มมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ซูเหมย" เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าและใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เอกสารพวกนี้... เจ้าได้มันมาจากไหน?" ซูเหมยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองค้อนเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าข้าบอกว่าเก็บได้ตามข้างทาง ท่านจะเชื่อหรือคะ? หรือว่าท่านแม่ทัพกลัวกันแน่... กลัวว่าความจริงที่ท่านพยายามปิดบังมาตลอดห้าปี จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโดยสตรีปากจัดอย่างข้า" หลี่จิ่งเหยียนขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งเป็นคมตวัดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ นิ้วแกร่งเอื้อมไปบีบคางฉ่ำน้ำของเธอให้หันมาสบตาตรงๆ "เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนทำลายตระกูลเจ้าอย่างนั้นหรือ?" "แล้วไม่ใช่หรือคะ!" ซูเหมยตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้ใคร เคมีที่คุกรุ่นระหว่างทั้งคู่ร้อนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลุกเป็นไฟ "ในคืนนั้น... วันที่คลังเสบียงของกองทัพหลวงถูกไฟไหม้ ตระกูลซูของข้าคือผู้รับผิดชอบการขนส่ง และท่าน... ท่านคือแม่ทัพผู้คุมกองกำลังในเขตนั้น ท่านเป็นคนลงนามในฎีกาถอดถอนและยึดทรัพย์ไม่ใช่หรือไง!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปตามจังหวะความโกรธงุ่นง่าน หลี่จิ่งเหยียนชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ทว่าความใกล้ชิดในตอนนี้ทำให้ซูเหมยสังเกตเห็นกล้ามเนื้อบริเวณกรามของเขาที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ถ้าข้าบอกว่า... วันนั้นข้าไม่ได้เป็นคนเซ็นฎีกานั่นล่ะ?" เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ซูเหมยชะงัก หัวใจกระตุกวูบ แต่มุมปากกลับแย้มยิ้มเยาะหยัน "คำแก้ตัวของบุรุษเจ้าเล่ห์ ฟังอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อถือหรอกค่ะ ท่านแม่ทัพหลี่... ท่านจะบอกว่าตราประทับประจำตัวของท่านถูกคนอื่นขโมยไปอย่างนั้นหรือ? มุกตลกนี้เชยเกินไปหน่อยนะคะ" "ข้าไม่ได้โกหก" หลี่จิ่งเหยียนกดเสียงต่ำลง มือที่บีบคางเธอย้ายมาเป็นกุมต้นคอเรียวระหงอย่างหลวมๆ ราวกับต้องการป้องกันไม่ให้เธอดิ้นหนีไปไหน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นมานาน "ในคืนนั้น... ข้าถูกวางยาพิษจนหมดสติอยู่ในกระโจม ตราประทับถูกขโมยไปโดยคนสนิทที่ข้าไว้ใจที่สุด และคนๆ นั้น... ก็คือคนที่กำลังนั่งบัลลังก์สูงส่งอยู่ ณ ตอนนี้!" ดวงตาของซูเหมยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่สะดุดกึก ความตระหนักรู้บางอย่างแล่นแปลบเข้ามาในสมองราวกับสายฟ้าฟาด "ท่านหมายถึง..." "ใช่" หลี่จิ่งเหยียนแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา "ฉินอ๋อง... พระอนุชาผู้ทรงคุณธรรมในสายตาของทุกคน คือคนที่อยู่เบื้องหลังเพลิงไหม้ครั้งนั้น และเป็นคนใส่ร้ายตระกูลซู เพื่อแย่งชิงเส้นทางการค้าลับที่เชื่อมต่อไปยังแดนเหนือ เอกสารในมือเจ้า... คือบัญชีส่วยที่มันใช้ติดสินบนขุนนางเพื่อปิดปากเรื่องทั้งหมด" ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางศีรษะ ซูเหมยรู้สึกชาไปทั้งร่าง ภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กที่บิดาถูกคุมตัวไปประหารอย่างไร้ความยุติธรรมผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวและพร้อมจะต่อปากต่อคำสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หลายปีเอ่อคลอเบ้า แต่นางไม่มีวันยอมร้องไห้ต่อหน้าบุรุษผู้นี้เด็ดขาด "ถ้าเช่นนั้น..." ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ปั่นป่วน เสียงของเธอยังคงสั่นเครือเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความแค้นเคืองล้ำลึก "ที่ท่านทำตัวเย็นชาใส่ข้า ที่ท่านคอยตามรังควานโรงเตี๊ยมของข้ามาตลอด... ก็เพื่อจะปกป้องข้าจากมันอย่างนั้นหรือคะ?" หลี่จิ่งเหยียนไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยหยดน้ำตาที่รั้นจะไหลลงมาข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบາ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา และมันทำให้หัวใจของซูเหมยกระตุกแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและความเข้าใจเริ่มก่อตัวขึ้น ทันใดนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูด้านนอกถูกถีบจนกระเด็นหลุดจากวงกบ เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วพื้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในความมืด "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... แม่ทัพหลี่ กับบุตรสาวของนักโทษกบฏ กำลังสวีทกันท่ามกลางกองหลักฐานสำคัญอย่างนั้นหรือ?" ร่างสูงโปรดของฉินอ๋องก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของเขามีกระบี่เปื้อนเลือดหยดติ๋ง และทหารองครักษ์นับสิบคนก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้จนหมดสิ้นทางหนี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความแสบสันนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%