กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานของโรงเตี๊ยมจันทราได้อย่างไร้ความปรานี
ปลายกระบี่ในมือฉินอ๋องยังคงมีหยาดโลหิตสีแดงฉานหยดลงกระทบพื้นไม้ทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังราวกับนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น
ทหารองครักษ์นับสิบชีวิตยืนแผ่รังสีสังหารปิดกั้นทุกเส้นทางเข้าออก แววตาของฉินอ๋องกราดมองซูเหมยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ราวกับนางเป็นเพียงหมากตัวโปรดบนกระดานที่เขาพร้อมจะเขี่ยทิ้งหรือคว้ามาไว้ในกำมือตามอำเภอใจ
"คิดจะใช้โรงเตี๊ยมต่ำต้อยแห่งนี้เป็นสุสานฝังกลบความลับของตระกูลหลี่อย่างนั้นหรือเพคะ ฉินอ๋อง"
ซูเหมยไม่แม้แต่จะถอยหลังสักก้าวเดียว แม้ปลายกระบี่ที่ห่างจากตัวนางไม่ถึงคืบจะสะท้อนแสงไฟวับวับ นางเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนเรียวปากเคลือบชาด แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตึงเครียด แต่แววตากลับเปล่งประกายความท้าทายที่ร้อนแรงเสียจนฉินอ๋องต้องหรี่ตาลงด้วยความฉุนเฉียว
"ปากกล้าเสียจริง... ซูเหมย เจ้าคิดว่าแม่ทัพผู้สูงส่งของเจ้าในยามนี้ จะมีปัญญาปกป้องสตรีปากจัดอย่างเจ้าได้อีกหรือ?" ฉินอ๋องแค่นหัวเราะต่ำในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดนางอีกก้าว
แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายกระบี่จะทันได้แตะต้องปลายเส้นผมของนาง ร่างสูงโปร่งของหลี่จิ่งเหยียนก็พุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองไว้ราวกับสายฟ้าแลบ!
คมดาบในมือของท่านแม่ทัพปัดป้องกระบี่ของฉินอ๋องออกไปอย่างแรงจนเกิดประกายไฟสارتวับ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่วห้อง
"หากท่านอ๋องต้องการเลือดของตระกูลหลี่นัก... ก็จงเอาชีวิตของข้าไปเสีย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบเย็นชา บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน หลี่จิ่งเหยียนยืนตระหง่าน แผ่นกว้างของเขาบังร่างของซูเหมยไว้มิดชิด แววตาที่มองผู้เป็นอาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและรอยร้าวลึกที่ไม่มีวันประสาน
ซูเหมยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองแผ่นหลังกว้างที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างไม่ทันตั้งตัว ปนไปกับความโกรธขึงที่พุ่งพล่าน "หลี่จิ่งเหยียน! เจ้าบ้าไปแล้วหรือไร ใครใช้ให้เจ้าทำตัวเป็นวีรบุรุษผู้โง่เขลาเช่นนี้กัน!"
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนาง สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน มือที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตไหลย้อนกลับมาซัดกระหน่ำ
"เงียบเสีย... ซูเหมย" เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังฉินอ๋อง "เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความโลภและความผิดพลาดของบิดาข้า ข้าในฐานะบุตรชาย... ย่อมต้องเป็นผู้ชำระหนี้เลือดนี้ด้วยตัวเอง"
ฉินอ๋องหัวเราะลั่นออกมาเสียงดังลั่นห้อง แววตาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "ฮ่าๆๆ! กตัญญูเสียจริงนะแม่ทัพหลี่! เจ้าคิดว่าการเอาชีวิตมารับโทษแทนบิดาผู้ล่วงลับ จะล้างมลทินความอัปยศที่ตระกูลหลี่เคยก่อไว้กับแผ่นดินได้งั้นรึ? เจ้ามันก็แค่สุนัขจนตรอกตัวหนึ่งเท่านั้น!"
"สุนัขหรือหาใช่ไม่..." ซูเหมยแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของนางทรงพลังและบาดลึกจนฉินอ๋องต้องหุบยิ้ม นางก้าวออกมาจากด้านหลังของหลี่จิ่งเหยียน แม้จะถูกห้ามปรามแต่นางหาได้เกรงกลัวไม่ รอยยิ้มเย้ยหยันถูกระบายบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "ท่านอ๋องต่างหากเล่าที่เป็นสุนัขลอบกัด คอยใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ที่มิใช่ของตน หากประวัติศาสตร์ความเน่าเฟะของตระกูลหลี่ต้องถูกชำระ ประวัติความชั่วช้าของท่านอ๋องก็สมควรถูกเปิดโปงให้ประจักษ์แก่ชาวเมืองเช่นกัน!"
"นังสารเลว!" ฉินอ๋องตวัดสายตาดุดั่งอสูรร้ายมายังนาง มือที่ถือกระบี่เงื้อขึ้นหมายจะปลิดชีวีคนปากกล้าในคราเดียว
"อย่าแตะต้องนาง!"
หลี่จิ่งเหยียนคำรามลั่นราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกลูบคม พลังปราณอันแข็งแกร่งระเบิดออกจากร่างของแม่ทัพหนุ่มจนทหารองครักษ์รอบกายต้องถอยรูดออกไปคนละก้าว คมดาบของเขาพุ่งตรงเข้าประกบกับกระบี่ของฉินอ๋องอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทั้งสองประมือกันกลางห้องทำงานจนข้าวของกระจัดกระจายแตกละเอียด
ซูเหมยกำมือแน่น หัวใจของนางกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดหวั่น แม้จะปากจัดเพียงใด แต่นางไม่เคยต้องการให้หลี่จิ่งเหยียนต้องมารับเคราะห์แทนตนเองเช่นนี้ สายตาของนางกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทว่าประตูทุกบานถูกปิดตายด้วยกองกำลังทหารนับร้อย
เคร้ง!
เสียงกระบี่ของฉินอ๋องหลุดจากมือกระเด็นไปปักคาผนัง เมื่อคมดาบของหลี่จิ่งเหยียนจ่อเข้าที่ลำคอของท่านอ๋องผู้ทะเยอทะยานอย่างเฉียดฉิว ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วห้องทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของชายหนุ่มทั้งสอง
ฉินอ๋องยิ้มมุมปาก แม้จะตกเป็นรองแต่แววตากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยรอยเหี้ยมเกรียม "เจ้าฆ่าข้าตอนนี้ไม่ได้หรอก... หลี่จิ่งเหยียน เพราะหากไม่มีข้า สัญญาณกวาดล้างโรงเตี๊ยมแห่งนี้และคนรักของเจ้าก็จะถูกส่งต่อไปยังหน่วยสังหารลับ... และในอีกหนึ่งเค่อข้างหน้า นางจะต้องตายตกตามตระกูลของเจ้าไป!"
หลี่จิ่งเหยียนชะงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความลังเลและความเจ็บปวดฉายชัดในแววตาที่ปกติไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด
ซูเหมยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ นางรีบก้าวเข้าไปใกล้ "หลี่จิ่งเหยียน... อย่าไปเชื่อคำพูดของคนสารเลวผู้นี้ มันโกหก!"
ทว่า ในวินาทีที่หลี่จิ่งเหยียนกำลังจะตัดสินใจกดคมดาบลงไปเพื่อจบปัญหาทั้งหมด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอกโรงเตี๊ยม
ไม่ใช่เสียงของทหารฉินอ๋อง... แต่เป็นเสียงแตรศึกของกองทัพหลวงประจำเมืองหลวง!
ประตูโรงเตี๊ยมถูกถีบกระเด็นพังทลายลงมาในพริบตา พร้อมกับการปรากฏร่างของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ทว่าประกาศก้องด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่กรีดแทงทะลุความเงียบงัน
"ราชโองการจากฮ่องเต้... ประทานอภัยโทษให้แก่แม่ทัพหลี่จิ่งเหยียน และ... พระราชทานสมรสให้แก่แม่ทัพหลี่และแม่ทัพหญิงซูเหมยแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา!"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันที ซูเหมยอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าหลี่จิ่งเหยียนที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินด้วยความตะลึงงันไม่แพ้กัน
และในวินาทีที่ทุกคนกำลังสับสนงงงวยกับราชโองการพลิกโผนั้นเอง... ขันทีเฒ่าก็แย้มยิ้มประหลาด พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของหลี่จิ่งเหยียนเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
"แต่มีข้อแม้ว่า... เจ้าสาวจะต้องดื่มสุราพิษล้างมลทินในพิธีแต่งงานค่ำคืนนี้ เพื่อชดใช้บาปกรรมของบิดาตนเอง!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 20
อดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!