ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 21

คำขอโทษที่ไร้เสียง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
กลิ่นอายของจอกสุราเคลือบหยกขาวที่สะท้อนแสงไฟสลัวในห้องหอช่างบาดลึกราวน้ำแข็ง เสี่ยวเถาฮวารู้ดีว่าความเงียบงันมักน่ากลัวกว่าเสียงกรีดร้องเสมอ และในยามนี้ ความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ก็หนาแน่นจนแทบจะเชือดเฉือนผิวเนื้อให้ขาดวิ่นได้ ซูเหมยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความสมเพชเวทนา ทั้งต่อชะตากรรมของตนเองและต่อบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววท้าทายในโรงเตี๊ยมจันทรา บัดนี้กลับไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บช้ำ นางมองจอกสุราพิษล้างมลทินในมือของหลี่จิ่งเหยียน ราวกับมันคือตัวแทนของความรักจอมปลอมที่เขายัดเยียดให้ "สุราพิษล้างมลทิน... ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะเสียจริงท่านแม่ทัพ" ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูเหมันต์ "ท่านกลัวว่าตระกูลหลี่ผู้สูงส่งจะต้องแปดเปื้อนเพราะสตรีต่ำต้อยเช่นข้า ถึงกับต้องลงมือตระเตรียมของขวัญวันแต่งงานที่ 'พิถีพิถัน' ขนาดนี้เชียวหรือ" หลี่จิ่งเหยียนขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีในชุดเจ้าสาวสีแดงชาด นางงดงามหยาดเยิ้มจนน่าใจหาย แต่ความดื้อรั้นในแววตานั้นกลับทำให้หัวใจของเขาปวดหนึบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาไม่ได้อยากให้มันจบลงเช่นนี้ กฎเกณฑ์ของราชสำนักและเงื่อนไขของฉินอ๋องบีบคั้นให้เขาต้องเลือก ระหว่างปกป้องเกียรติยศตระกูลกับรักษาชีวิตของนางเอาไว้ ทว่าความซึนกระด้างและทิฐิที่สั่งสมมานานกลับทำให้เขาเลือกใช้คำพูดที่ร้ายกาจที่สุดออกมา "หากเจ้ารู้ตัวว่าต่ำต้อย ก็ควรดื่มมันเสียแต่โดยดี" หลี่จิ่งเหยียนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกดข่มความสั่นไหวในอกไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชา "นี่คือหนทางเดียวที่จะล้างมลทินของบิดาเจ้า และทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่จวนแม่ทัพได้อย่างเต็มภาคภูมิ... หรือเจ้าคิดว่าข้าควรปล่อยให้คนครหาว่าแม่ทัพใหญ่อย่างข้าแต่งงานกับบุตรสาวกบฏกันแน่" เพล้ง! จอกสุราในมือของซูเหมยสั่นเทาชั่วขณะ ก่อนที่นางจะปัดมันร่วงลงกระทบพื้นหินอ่อนจนแตกกระจาย ของเหลวสีชาดไหลนองราวน้ำตาโลหิต กลิ่นฉุนกึกของพิษแผ่ซ่านไปทั่วห้องหอ นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะต่างกันมาก แต่นัยน์ตาที่พุ่งตรงมาที่เขากลับทรงพลังเสียจนแม่ทัพผู้เกรียงไกรต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว "ท่านคิดว่าข้ากลัวความตายหรือ หลี่จิ่งเหยียน?" ซูเหมยแย้มยิ้มหยัน หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาแต่ไม่มีทางไหลลงมาประจานความอ่อนแอเด็ดขาด "สิ่งที่น่าขันที่สุดในคืนนี้ไม่ใช่ความผิดบาปของบิดาข้า แต่คือความโง่เขลาของข้าเองที่เคยคิดว่า... ใต้เกราะเหล็กเย็นชาของท่าน จะมีหัวใจของมนุษย์อยู่จริงๆ!" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของหลี่จิ่งเหยียน มือหนาที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า เนื้อผ้า เขากลืนก้อนสะอื้นผาดโผนลงคออย่างยากลำบาก เขาอยากจะดึงนางเข้ามาสวมกอด อยากจะบอกความจริงทั้งหมดว่าฉินอ๋องกำลังจ้องเล่นงานนางอยู่ และการดื่มสุราพิษล้างมลทิน (ที่เขาแอบสับเปลี่ยนเป็นยาถอนพิษอ่อนๆ ไว้แล้ว) คือวิธีเดียวที่จะหลอกตาคนของฉินอ๋องได้ แต่ทิฐิและคำว่า 'แม่ทัพผู้รักษาแผ่นดิน' กลับตรึงร่างของเขาไว้ให้อยู่ในความนิ่งงัน "เจ้าไม่เข้าใจ..." เขาพึมพำเสียงพร่า แววตาที่มักแข็งกร้าวฉายร้าวรานชั่วพริบตา "ข้าทำเพื่อความปลอดภัยของเจ้า..." "ความปลอดภัยบนความตายของความรู้สึกเนี่ยนะ?" ซูเหมยแค่นหัวเราะตัดพ้อ นางก้าวถอยหลังออกห่างจากเขา ราวกับรังเกียจที่จะอยู่ใกล้ชิดลมหายใจของบุรุษตรงหน้า แม้หัวใจจะเจ็บปวดจนแทบแหลกสลาย แต่นางไม่ใช่สตรีที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา "ในเมื่อท่านต้องการเพียงแค่พิธีการเพื่อตบตาผู้คน และต้องการให้ข้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมอำนาจของท่าน... เชิญท่านดื่มด่ำกับห้องหอนี้ตามลำพังเถอะท่านแม่ทัพ!" ร่างบางสะบัดกายหันหลังให้ทันที นางดึงปิ่นปักผมทองคำออกจนเรือนผมยาวสลวยดั่งเส้นไหมสีนิลแผ่สยายลงเคลแผ่นหลังระหง ท่าทีเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยนั้นทำให้หลี่จิ่งเหยียนตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้นางเดินออกไปในยามนี้ แผนการทั้งหมดที่เขาวางไว้เพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือของฉินอ๋องจะพังทลายลงในพริบตา "หยุดนะ ซูเหมย!" หลี่จิ่งเหยียนพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้แน่น แรงบิดจากความร้อนรนทำให้ซูเหมยนิหน้าด้วยความเจ็บ แต่นางไม่ยอมปริปากร้องขอความเมตตาแม้แต่ครึ่งคำ นางหันกลับมามองเขาด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง "ปล่อย! อย่ามาแตะต้องตัวข้าด้วยมือคู่นี้!" "ข้าบอกให้เจ้าฟังก่อน!" หลี่จิ่งเหยียนหมดความอดทน เขาออกแรงดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วเพื่อระงับความดื้อรั้น แรงปะทะทำให้ซูเหมยเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างที่ห่อหุ้มด้วยชุดคลุมสีดำสนิท กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของสนและเหล้าชั้นดีโชยเข้าแตะจมูก ท่ามกลางความตื่นตระหนก ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ซูเหมยเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรของเขา ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความสั่นไหวแปลกประหลาด เคมีร้อนแรงที่พุ่งพล่านระหว่างคนทั้งคู่แผดเผาบรรยากาศรอบตัวจนร้อนระอุ หลี่จิ่งเหยียนก้มมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ความรู้สึกโหยหาที่กดทับไว้ใต้ความเย็นชาตลอดหลายเดือนระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม หัวใจของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามออกรบ มือหนาที่เคยถือดาบสังหารศัตรู เปลี่ยนมาประคองท้ายทอยมนของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้ซูเหมยชะงักงัน ลลมหายใจของนางติดขัด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของเขาก้มลงมาประทับแนบชิดอย่างไร้การลังเล เป็นจุมพิตที่ไม่ได้มีความนุ่มนวลเย้ายวน แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหา และคำขอโทษที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ มันเนิ่นนานและลึกซึ้งเสียจนซูเหมยเกือบจะหลงลืมความคับแค้นใจทั้งหมด นางเผลอเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยด้วยความเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่สติอันน้อยนิดจะดึงนางให้ตื่นขึ้นจากความฝันอันตรายนี้ นางเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนฉวยโอกาสให้หายแค้น ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะกระทบเข้ากับใบหน้าคมคาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันที่ด้านนอกประตูห้องหอ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นของบุรุษผู้ไม่ได้รับเชิญที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา "ฮ่าๆๆ ดูท่าว่าท่านแม่ทัพกับเจ้าสาวหมาดๆ จะเข้ากันได้ดีเสียจนลืมแขกผู้มีเกียรติอย่างเราไปเสียแล้วกระมัง... หลี่จิ่งเหยียน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าละครฉากนี้จะตบตาฉินอ๋องผู้นี้ได้พ้น!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของทั้งคู่เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%