"ฉินอ๋อง"
ชื่อนี้เปรียบเสมือนลิ่มเหล็กแหลมคมที่ตอกลงกลางใจของซูเหมย ร่างเพรียวระหงที่เคยยืนหยัดอย่างองอาจถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ปลายนิ้วที่ประสานกันไว้แน่นสั่นระริกจนต้องซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง ความทรงจำสีเลือดและกลิ่นอายแห่งความหายนะเมื่อปีก่อนหวนกลับมาทับถมจนลมหายใจสะดุด
แต่สำหรับหลี่จิ่งเหยียนแล้ว ปฏิกิริยาซีดเผือดที่ฉายชัดบนใบหน้าสะโฉมสะคราญนั้น กลับยิ่งตอกย้ำความสงสัยที่เขามีต่อสตรีตรงหน้า นางคือใครกันแน่? เหตุใดชื่อขององค์ชายผู้ทะเยอทะยานผู้นั้นจึงสามารถพรากสีเลือดบนใบหน้านางไปได้ในพริบตา
"ดูท่า... ชื่อของสหายเก่าข้า คงทำให้แม่นางซูประหลาดใจไม่น้อย" หลี่จิ่งเหยียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีหรี่แคบลงเพื่อจับสังเกตทุกอณูความรู้สึกบนใบหน้านาง
ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ฝืนดึงสติอันกระเจิดกระเจิงกลับมาด้วยความเร็วแสง นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันถูกปั้นแต่งขึ้นมากลบเกลื่อนความตระหนกได้อย่างแนบเนียน รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและชวนหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน
"สหายเก่าหรือเพคะ? เป็นสหายประสาอะไร ถึงทำให้แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ต้องมาหลบเลียแผลใจในโรงเตี๊ยมเล็กๆ นอกเมืองเช่นนี้ หรือว่า... ถูกสหายรักเตะโด่งออกมาเพราะความอิจฉาริษยาในความหล่อเหลากันแน่"
วาจาเชือดเฉือนที่พ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัวทำให้หลี่จิ่งเหยียนถึงกับชะงัก เปลวเพลิงแห่งความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอก สตรีผู้นี้ช่าง... ปากกล้าเสียจนน่าจับมาตีด้วยเรียวไม้สักครั้งนัก!
"ปากคอระรานเช่นนี้ ระวังตัวไว้เถอะ สักวันเจ้าอาจจะนำภัยมาสู่โรงเตี๊ยมของตนเองโดยไม่รู้ตัว" แม่ทัพหนุ่มก้าวเท้าเข้าประชิด ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาลจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลง แต่ซูเหมยหาได้ถอยหนีไม่ นางกลับก้าวเข้าไปหาเช่นกัน ปลายจมูกแทบจะชนกันหากนางขยับเข้าไปอีกเพียงนิด
"ภัยหรือเพคะ? ภัยที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ก็คือท่านแม่ทัพผู้ทรงเกียรติที่ยังค้างค่าห้องและค่าอาหารข้ามาสามวันแล้วต่างหาก!" ซูเหมยสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มอย่างไร้ความหวาดหวั่น "หากท่านคิดจะอยู่ที่นี่ต่อ... ก็จจำใส่กะโหลกไว้ให้ขึ้นใจว่า 'โรงเตี๊ยมจันทรา' แห่งนี้ไม่มีที่ให้คนขี้เกียจซุกหัวนอนฟรี!"
หลี่จิ่งเหยียนเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงน "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"
"กฎเหล็กข้อที่หนึ่งของที่นี่..." ซูเหมยสะบัดหน้าเดินนำไปยังมุมหนึ่งของห้องโถง ซึ่งมีกองฟืนสูงท่วมหัวและถังน้ำไม้ขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายอยู่ นางหันกลับมากอดอก ยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แววตากลับเจ้าเล่ห์เพทุบาย "ใครก็ตามที่ไม่มีเงินจ่ายค่าที่พักและอาหาร ต้องใช้ 'แรงงาน' แลกเปลี่ยน"
นางชี้ไปยังขวานผ่าฟืนและคานหาบน้ำ
"ขวาฟืนสิบหาบ ตักน้ำใส่ตุ่มให้เต็มทุกใบ ถือเป็นค่าห้องและค่าอาหารสามมื้อสำหรับวันนี้ เชิญท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรแสดงฝีมือให้ข้าดูหน่อยเพคะ ว่านอกจากการถือดาบไล่ฆ่าคนแล้ว ท่านยังพอจะมีประโยชน์อันใดหลงเหลืออยู่บ้าง"
สิ้นเสียงหวานที่เจือความเยาะหยัน บรรดาลูกจ้างและเสี่ยวเอ้อร์ในโรงเตี๊ยมต่างพากันกลั้นหายใจ เหลียวมองหน้ากันด้วยความตื่นตะลึง แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผู้บัญชาการทหารนับหมื่น บัดนี้ถูกสตรีเจ้าของโรงเตี๊ยมสั่งให้มาผ่าฟืนตักน้ำ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
หลี่จิ่งเหยียนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองกองฟืนสลับกับร่างบางที่ยืนลอยหน้าลอยตารอชมความอับอายของเขา ทว่า แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนชักกระบี่ออกมาอย่างที่ใครๆ คาดคิด มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย
ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก พาดไว้กับเก้าอี้ไม้ใกล้ๆ เหลือเพียงเสื้อผ้าเนื้อบางที่แนบไปกับแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขาเดินไปหยิบขวานด้ามใหญ่ขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว น้ำหนักของมันแทบไม่มีผลอันใดต่อพละกำลังมหาศาลของแม่ทัพหนุ่ม
ซูเหมยแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นมัดกล้ามเนื้อที่ไหวระริกตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา กลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศแผ่ซ่านออกมาจนนางต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งสติ *'ให้ตายสิ ตาบ้านี่... ซ่อนรูปเป็นบ้า!'* นางแอบสบถในใจ
*ฉับ!*
เสียงขวานฟันลงบนท่อนไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ท่อนไม้หนาถูกผ่าแบ่งออกเป็นสองซีกอย่างแม่นยำและงดงามในคราเดียว การเคลื่อนไหวของหลี่จิ่งเหยียนทั้งเด็ดขาด รวดเร็ว และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจ ราวกับเขากำลังใช้ขวานเล่มนั้นฟาดฟันศัตรูในในสนามรบ ไม่นานนัก กองฟืนขนาดใหญ่ก็ถูกจัดการจนเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามด้วยการหาบน้ำจนตุ่มทุกใบเต็มเปี่ยมโดยที่เหงื่อแทบไม่ซึมแม้แต่หยดเดียว
แม่ทัพหนุ่มวางคานหาบลง เดินกลับมาหยุดตรงหน้าซูเหมยที่ยืนอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง เขายกมือขึ้นปัดเศษไม้ออกจากไหล่ ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของนางด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่
"งานหนักแค่นี้ ยังน้อยกว่าการจัดการกับความลับที่เจ้ากำลังซ่อนไว้เสียอีก แม่นางซู... ทีนี้ ค่าอาหารและค่าที่พักของข้าคงเคลียร์แล้วกระมัง?"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ซูเหมยใจเต้นระส่ำ นางรีบก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ทว่า... ก่อนที่นางจะได้ทันเอάวาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูโรงเตี๊ยม พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของซูเหมยเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ราชโองการจากฉินอ๋อง! สั่งให้ปิดโรงเตี๊ยมจันทราและควบคุมตัวเจ้าของร้านไปสอบสวนทันที!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความปากแข็งของท่านแม่ทัพและแม่นางซูนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของโรงเตี๊ยม
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!