"ดูท่า... ข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของท่านแม่ทัพกับแม่นางซูเข้าเสียแล้วกระมัง?"
ประโยคเย้าแหย่เจือกลิ่นอายอันตรายนั้นยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ทว่าซูเหมยหาได้ใส่ใจผู้มาใหม่ไม่ ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับลูกกวางป่ากำลังจ้องเขม็งไปยังร่างสูงสง่าของหลี่จิ่งเหยียนที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้นทราย บรรยากาศรอบตัวของท่านแม่ทัพผู้เคร่งขรึมในยามนี้ เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูเหมันต์ แต่มีบางอย่าง... บางอย่างที่สั่นไหวอยู่ลึกในแววตาคู่นั้นที่เขาพยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด
ซูเหมยแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีแต่ความเย้ยหยันและประกายความเจ้าเล่ห์ที่วับวามขึ้นในดวงตา มือเรียวบางที่เพิ่งถือวิสาสะควานหาถุงเงินชดเชยค่าเสียหายจากเสื้อคลุมนอกตัวหนาของเขา บัดนี้ไม่ได้ถือแค่ตั๋วเงิน แต่กลับมีกระดาษแผ่นพับยับยี่แผ่นหนึ่งติดมือมาด้วย
กระดาษสาสีเทาเข้มเนื้อหยาบที่ประทับตราลับของ "สำนักพยัคฆ์ทมิฬ" องค์กรเงาใต้บัญชาของฉินอ๋อง!
"ไม่ต้องมองข้าด้วยสายตาดุๆ แบบนั้นหรอกค่ะท่านแม่ทัพ" ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยเฉื่อย ทว่าทุกคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ "ข้าไม่ได้ตั้งใจจะควักควับควานหาของลับส่วนตัวของท่านหรอกนะ... แต่ในเมื่อมันร่วงหล่นออกมาทิ่มมือข้าเอง มีหรือที่คนค้าขายอย่างซูเหมยจะมองผ่านเลยไปโดยไม่ตรวจสอบราคาค่างวด"
หลี่จิ่งเหยียนขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ทั้งโกรธเคืองในความอวดดีของนาง และหวาดหวั่น... หวาดหวั่นว่าความลับที่เขาแบกรับไว้เพื่อปกป้องบ้านเมือง จะถูกหญิงสาวปากจัดผู้นี้ล่วงรู้และนำไปใช้ต่อรอง
ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างสูงใหญ่ก็บดบังแสงไฟจากตะเกียงจนเงาของเขาโถมทับร่างบางเอาไว้ทั้งหมด หลี่จิ่งเหยียนโน้มตัวลงมาใกล้ จนซูเหมยได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ เจือกลิ่นอายสนและฝุ่นควันสนามรบที่คุ้นเคย มันเป็นกลิ่นที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของนางกระตุกวูบอย่างไม่รักดี แต่นางก็สะบัดหน้าหนีความหวามไหวไร้สาระนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
"คืนมา" เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟัน เอ่ยสั่งด้วยอำนาจที่มักใช้กดดันใต้บังคับบัญชา
"หึ! สั่งง่ายดีนี่คะ" ซูเหมยเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันของเขาไม่เคยทำให้ขาของนางสั่นได้เลยสักครั้ง หญิงสาวชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นสูง หลบเลี่ยงปลายนิ้วแข็งแกร่งที่พยายามจะคว้ามันกลับคืน "แต่ท่านก็น่าจะรู้ว่า 'ซูเหมย' ผู้นี้ไม่เคยทำงานฟรี จดหมายลับจากฉินอ๋องที่สั่งให้ท่านส่งกำลังพลสนับสนุนเส้นทางลำเลียงเสบียงทางเหนือแลกกับการปิดปากเรื่องอดีต... โอ๊ะ! ดูท่าข้าจะเผลออ่านออกเสียงดังไปเสียแล้วสิคะ"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้บรรยากาศในห้องรับรองของโรงเตี๊ยมดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
บุคคลที่สามที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ ส่งเสียง "จุ๊ๆ" ในลำคออย่างนึกสนุก ร่างระหงในชุดอาภรณ์หรูหราก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟวับแวมกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายของผู้มาใหม่—ไป๋หลาน อนุภรรยาคนโปรดของใต้เท้าซ่งผู้กุมอำนาจคลังหลวง นางส่งยิ้มพรายที่เคลือบยาพิษไว้ทั่วอณู
"แหม... ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะความลับระดับแผ่นดินเข้าจริงๆ ด้วยสินะคะเนี่ย" ไป๋หลานเอ่ยเย้า เสริมเติมแต่งน้ำเสียงให้หวานหยดย้อยจนน่าหมั่นไส้ "ท่านแม่ทัพผู้ทรงเกียรติ กับแม่นางซูผู้ปราดเปรื่อง... ใครจะคิดเล่าว่าภายใต้โรงเตี๊ยมจันทราอันเงียบสงบแห่งนี้ จะซุกซ่อนการสมคบคิดที่สั่นคลอนบัลลังก์เอาไว้ด้วย"
ซูเหมยเหลือบมองไป๋หลานแวบหนึ่ง นางไม่ไว้ใจสตรีผู้นี้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในโรงเตี๊ยมแล้ว การที่ไป๋หลานปรากฏตัวในยามวิกาลแถมยังบังเอิญรู้เรื่องจดหมายลับนี้... หมายความว่านางแอบฟังอยู่นานเท่าไหร่แล้ว? หรือนี่คือแผนการซ้อนแผนที่ขุดหลุมรอให้หลี่จิ่งเหยียนตกลงไปตั้งแต่แรก?
"เจ้าต้องการอะไร ไป๋หลาน" หลี่จิ่งเหยียนหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่อนุภรรยาเจ้าเล่ห์ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผ่ซ่านจนไป๋หลานสะท้านเฮือกเล็กน้อย แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยังคงไม่จางหาย
"หม่อมฉัน... อ๊ะ ไม่สิ หม่อมฉันเป็นแค่สตรีตัวเล็กๆ จะไปต้องการอะไรจากท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ได้เล่าคะ" ไป๋หลานหัวเราะคิกคัก เดินน่องสะบัดเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ที่กระดาษจดหมายวางอยู่ นางกวาดตามองซูเหมยและหลี่จิ่งเหยียนสลับกันไปมาด้วยแววตาพึงพอใจ "สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ... ก็แค่ความยุติธรรม และพยานหลักฐานที่จะทำให้ 'ใครบางคน' ไม่สามารถลอยนวลอยู่เหนือความผิดได้อีกต่อไป"
"เจ้าหมายถึงใคร?" ซูเหมยหรี่ตาลง เอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าสมองกลับหมุนเร็วจี๋ ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรอบคอบ
ไป๋หลานไม่ตอบคำถามทันที นางยื่นมือเรียวขาวราวกับหยกหมายจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาครอบครอง ทว่า—
*หมับ!*
ปลายนิ้วของไป๋หลานชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อฝ่ามือหนาของหลี่จิ่งเหยียนคว้าข้อมือนางไว้แน่นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกัน แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกข้อมือของสตรีบอบบางแหลกละเอียดได้ในคราเดียว
"อ๊าย! ท่านแม่ทัพ... ท่านจะทำร้ายสตรีอ่อนแออย่างนั้นหรือคะ!" ไป๋หลานร้องอุทานเสียงหลง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"สตรีอ่อนแออย่างงั้นหรือ?" หลี่จิ่งเหยียนแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาดำสนิทลẫกวับด้วยความเหี้ยมเกรียม "คนอย่างเจ้า ที่กล้าสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของกองทัพและราชสำนัก สมควรถูกส่งตัวไปให้หน่วยสอบสวนลับของคุกหลวงไต่สวนเสียให้เข็ดหลาบ!"
ซูเหมยยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วย แม้มนמהจะเกลียดท่าทางเผด็จการของหลี่จิ่งเหยียน แต่ในสถานการณ์นี้ การที่ไป๋หลานกุมความลับเรื่องจดหมายนี้ไว้ ย่อมเป็นภัยคุกคามต่อตัวนางเองเช่นกัน เพราะหากเรื่องนี้แพรพรายออกไป โรงเตี๊ยมจันทราของนางย่อมหลีกหนีไม่พ้นข้อหา "สมรู้ร่วมคิดกบฏ" อย่างแน่นอน
ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเกือกม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างโรงเตี๊ยม!
แสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษ เสียงโครมครามของการพังประตูหน้าต่างดังขึ้นตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานที่ทำให้ทั้งสามคนในห้องถึงกับหน้าถอดสี
"กองปราบราชสำนักมาแล้ว! ค้นทุกซอกทุกมุม อย่าให้คนร้ายหลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ซูเหมยเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางหันขวับไปมองหลี่จิ่งเหยียนที่ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มืดมนยิ่งกว่าก้นหม้อ ในขณะที่ไป๋หลานกลับฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างผู้ชนะ
"ช้าไปแล้วค่ะท่านแม่ทัพ..." ไป๋หลานกระซิบเสียงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "เพราะคนที่นำกองปราบมาในคืนนี้... คือคนที่ต้องการหัวของท่านไปยื่นให้ฉินอ๋องอย่างไรเล่า!"
ประตูห้องรับรองถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดเกราะเงินอร่าม ใบหน้าคมคายเยียบเย็นคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับคมดาบชุ่มเลือดในมือ
ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด เมื่อพบว่าผู้ที่นำกำลังบุกเข้ามาในยามวิกาล หาใช่ใครอื่น—
...แต่คือรองแม่ทัพอี้หลาง มือขวาคนสนิทของหลี่จิ่งเหยียนเอง ที่บัดนี้... หันปลายดาบคมกริบมาจ่อตรงหน้าอกของนายเหนือหัวของตนเองอย่างเลือดเย็น!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับเสี่ยวเถาฮวานะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 6
เมื่อความลับรั่วไหล
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!