ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 17

กับดักที่วางไว้

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ข้าว่าแผนการของท่านอ๋องช่างเปราะบางเสียยิ่งกว่ากระดาษสาที่โดนน้ำค้างยามเช้าเสียอีกเพคะ" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับหลังโรงเตี๊ยมจันทรา ซูเหมยยืนกอดอก รอยยิ้มพรายบนเรียวปากสีชาดไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องร่างของบุรุษในชุดคลุมปักลายมังกรห้าเล็บอย่างท้าทาย บนโต๊ะไม้จันทน์หอมเบื้องหน้าของนางคือหีบไม้ลงอาคมที่ควรจะบรรจุบัญชีลับกองทัพชายแดน—สิ่งแลกเปลี่ยนที่ฉินอ๋องใช้บีบคั้นให้เอนเอียงเข้าพวก แต่เวลานี้ ด้านในกลับมีเพียงก้อนหินแม่น้ำก้อนใหญ่ที่ส่งเสียงกระทบกันยามลมพัดผ่าน ฉินอ๋องขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียมและตกตะลึงระคนกัน เขาพลาด... พลาดท่าให้กับสตรีปากจัดที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่หมากเบี้ยไร้ค่าในกระดานอำนาจ "เจ้ากล้าดียังไงถึงสับเปลี่ยนของสำคัญ..." ฉินอ๋องเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าประชิดหมายจะคว้าข้อมือเล็กแต่ซูเหมยไวกว่า นางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างงดงาม พร้อมกับที่ประตูห้องโถงถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงสง่าในชุดเกราะประดับลายพยัคฆ์ย่างสามขุมเข้ามาอย่างคุกคาม กลิ่นอายความตายและสนามรบแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที หลี่จิ่งเหยียนปรากฏกายขึ้นราวกับเทพแห่งสงครามที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ นัยน์ตาคมกริบราวใบมีดกวาดมองสถานการณ์ในห้องเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของสตรีที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่เบื้องหน้าศัตรูแผ่นดิน "ฉินอ๋อง... ทรงมาทำอะไรยามวิกาลในเขตความรับผิดชอบของกองทัพข้าเช่นนี้ หรือว่าทรงสนใจกิจการโรงเตี๊ยมสุราจนอยากเปลี่ยนอาชีพมาเป็นเด็กยกเหล้ากันแน่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยเยาะเย้ยโดยไร้ความเคารพต่อฐานะอ๋องแม้แต่น้อย หลี่จิ่งเหยียนก้าวมายืนขวาง10ลี้ระหว่างฉินอ๋องกับซูเหมย ไหล่กว้างบังร่างอรชรของนางไว้มิดชิดอย่างสัญชาตญาณการปกป้อง แม้ใบหน้าคมคายจะยังคงเรียบเฉยราดน้ำแข็ง แต่สันจรามที่ขยับเกร็งบ่งบอกว่าแม่ทัพหนุ่มกำลังโกรธจัดเพียงใดที่รู้ว่านางแอบมาเผชิญหน้ากับเสือร้ายตัวนี้ตามลำพัง ฉินอ๋องหัวเราะในลำคอ สีหน้าเปลี่ยนกลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นผู้ทะเยอทะยานที่ไต่เต้ามาถึงจุดนี้ "ท่านแม่ทัพหลี่... ช่างขยันขันแข็งเสียจริง ถึงกับต้องตามเฝ้าดูแลแม่ค้าปากจัดนางนี้ทุกฝีก้าว หรือว่าท่านเองก็ตกหลุมพรางความตัณหาจนยอมสยบให้สตรีสารเลวผู้นี้ไปเสียแล้ว" ซูเหมยตวัดสายตาขึ้นเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดแสบสันตามถนัด ทว่ายังไม่ทันอ้าปาก หลี่จิ่งเหยียนก็เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวแทบแข็งเป็นน้ำแข็ง "ปากของนางจะเป็นเช่นไร ข้าที่เป็นสามีในนามย่อมรู้ดีที่สุด... แต่ต่อให้ปากนางจะจัดจ้านแค่ไหน ก็ยังสะอาดกว่าจิตใจของคนที่เที่ยวใช้อำนาจมืดข่มเหงสตรีไม่มีทางสู้เช่นท่านพ่ะย่ะค่ะ!" คำว่า "สามีในนาม" หลุดออกมาจากปากของแม่ทัพผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์ ทำเอาซูเหมยถึงกับชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ นางเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้อย่างเผลอไผล ความอบอุ่นประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ฉินอ๋องหรี่ตาลงอย่างอันตราย "บังอาจนัก... พวกเจ้าคิดว่าแผนการตื้นๆ แค่นี้จะโค่นล้มข้าได้งั้นหรือ? คิดว่าหีบนั่นจะมัดตัวข้าได้หรือไง ในเมื่อข้ายังไม่ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารฉบับนั้น!" ซูเหมยยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ฉินอ๋องรู้สึกหนสันหลังวาบ นางก้าวออกมาจากด้านหลังของหลี่จิ่งเหยียนเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความเหนือกว่า "ใครบอกว่าหม่อมฉันใช้แค่หีบไม้นั่นกันเพคะ... ท่านอ๋องทรงลืมไปแล้วหรือว่า เอกสารที่ท่านทรงประทับตราด้วยพระ องค์เองเมื่อตอนบ่าย ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงานของท่านอีกต่อไปแล้ว..." สีหน้าของฉินอ๋องเปลี่ยนสีทันที ร่างสูงใหญ่ชะงักกึก มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาสูญเสียอะไรไปในจังหวะที่ความโลภบังตา "เจ้า... นังสารเลว!" "ข้าเตือนท่านแล้วนะเพคะ ว่าอย่าประเมินแม่ค้าโรงเตี๊ยมต่ำจนเกินไป" ซูเหมยเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี เคมีอันร้อนแรงระหว่างความดื้อรั้นของนางและความเย็นชาแต่คลั่งรักของคนข้างกายหลอมรวมกันจนแทบจะเผาผลาญบรรยากาศรอบข้างให้มอดไหม้ หลี่จิ่งเหยียนเหลือบมองเสี้ยวหน้าของสตรีข้างกาย แววตาที่มองนางอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะตวัดสายตากลับไปจ้องหน้าอ๋องผู้ทรยศด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย "ทหาร! ควบคุมตัวฉินอ๋องไว้ ข้อหากบฏต่อแผ่นดิน!" สิ้นคำสั่งของแม่ทัพใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกองกำลังองครักษ์นับร้อยก็พังประตูและหน้าต่างเข้ามาปิดล้อมห้องโถงไว้ทุกด้านในพริบตาเดียว ฉินอ๋องตกอยู่ในวงล้อมที่ไม่มีทางหลีกหนี ทว่า ในวินาทีที่คมดาบนับสิบเล่มจ่อเข้าที่ลำคอของอדิตผู้ทะเยอทะยาน ฉินอ๋องกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่คมกริบมองเลยผ่านหลี่จิ่งเหยียนและซูเหมยไปที่หน้าต่างบานที่เปิดอยู่ "พวกเจ้าคิดว่าชนะแล้วสินะ... ช่างโง่เขลาเสียจริง" ฉินอ๋องหัวเราะเสียงต่ำ "แผนของข้าเป็นเพียงแค่เบื้องหน้า... แต่คนที่จะส่งพวกเจ้าลงนรกตัวจริง กำลังจะมาถึงใน..." *ฉึก!* ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งแหวกอากาศพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างปักเข้าที่กลางอกของฉินอ๋องอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ร่างของอ๋องผู้ทะเยอทะยานเบิกกว้าง ล้มฟุบลงจมกองเลือดบนพื้นไม้ทันทีโดยยังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดสุดท้ายจบประโยค! ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพริบตา หลี่จิ่งเหยียนคว้าเอวบางของซูเหมยเข้ามากอดแนบชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาทีเพื่อหลบวิถีกระสุนปืนลับที่ตามมา ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อเงาดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนขอบหน้าต่าง พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่สลักลึกอยู่ใต้หน้ากากสีเงินยวง! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความแสบสันของซูเหมยในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%