ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 10

พยาบาลจำเป็น

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสมุนไพรจีนราคาแพงในห้องพักส่วนตัวของโรงเตี๊ยมจันทรา มันไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์นัก แต่สำหรับซูเหมยที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าเรียบตึง มันคือหลักฐานชั้นดีว่าท่านแม่ทัพผู้สูงส่งและไร้พ่ายผู้นั้น กำลังซ่อนความบอบช้ำไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งจองหองเช่นเคย “ถ้าท่านยังดื้อดึงไม่ยอมถอดเสื้อผ้าออกแล้วให้ข้าทำแผลดีๆ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า คนที่จะได้หามท่านออกจากโรงเตี๊ยมของข้า อาจจะไม่ใช่ทหารในสังกัด แต่เป็นสัปเหร่อประจำเมืองเสียมากกว่านะเพคะ ท่านแม่ทัพหลี่” ซูเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อมองเห็นรอยแผลฉีกขาดน่ากลัวบริเวณหัวไหล่แกร่ง รอยดาบนี้ลึกและยาวเกินกว่าจะปล่อยไว้เฉยๆ ยิ่งคิดถึงสาเหตุที่เขาต้องสะביียงบาดแผลกลับมาจากศึกนอกด่านโดยไม่ยอมแวะกองพยาบาลหลวง หัวใจดวงน้อยที่นางพยายามสร้างกำแพงเหล็กห่อหุ้มไว้ก็กระตุกวูบอย่างน่าหงุดหงิด หลี่จิ่งเหยียนนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการเสียเลือด แต่กรามของเขายังคงขบเข้าหากันแน่น ดวงเนตรคมกริบราวกับเหยี่ยวหันมามองนางด้วยแววตาตำหนิที่เจือความดื้อรั้น “เรื่องของข้า... เจ้าเป็นแค่แม่ค้าขายสุรา มีหน้าที่นับเงินก็พึงนับไป อย่าได้ก้าวก่ายงานของราชสำนัก” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าแต่วาจายังคงบาดลึกไม่เปลี่ยน “โอ้? งั้นหรือเพคะ?” ซูเหมยแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม มือเรียวคว้าถาดใส่ผ้าสะอาดและอ่างน้ำอุ่นกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนน้ำกระฉิด “ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงว่าถ้าท่านตายคาโรงเตี๊ยมของข้าแล้วกิจการข้าจะซวยไปด้วย คิดหรือว่าคนอย่างซูเหมยจะยอมเสียเวลาเอาพิมเสนมาแลเกลือกับท่านรึ!” นางไม่รอให้เขาได้เอ่ยปากเถียง มือบางเอื้อมไปปลดสายคาดเอวและสาบเสื้อผ้าแพรเนื้อดีของเขาออกทันที การกระทำที่รวดเร็วและอוג하เกินคาดทำให้หลี่จิ่งเหยียนชะงัก ร่างกายกำยำเกร็งขึงขึ้นโดยอัตโนมัติ สันชาตญาณนักรบทำให้เขาสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่เมื่อปะทะเข้ากับดวงตาดุที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาก็ยอมปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายลงอย่างจำยอม กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นเหงื่อและเลือดจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ระยะห่างระหว่างกันในยามนี้ใกล้ชิดเสียจนซูเหมยได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับต้นคอของตนเอง หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่ภายนอกนางยังคงตีสีหน้านิ่งเฉย ปลายนิ้วเรียวแตะสำลีชุบน้ำอุ่นลงบนบาดแผลฉีกขาดบริเวณหัวไหล่อย่างเบามือที่สุด “อืม...” หลี่จิ่งเหยียนครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด กล้ามเนื้อแผ่นอกกว้างไหวสะท้อนตามจังหวะการหายใจ ดวงตาคมกริบมองต่ำลงไปยังใบเนียนใสของสตรีที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างระมัดระวัง แพขนตายาวงอนทอดเงาลงบนพวงแก้มขาว นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความดื้อรั้นและ... ความอ่อนโยนที่นางมักจะซ่อนไว้ใต้ฝีปากคมคาย “เจ็บก็ร้องออกมาเถอะเพคะ ไม่ต้องมาทำเป็นเก่งหรอก ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่” ซูเหมยเอ่ยเย้าในลำคอขณะที่มือก็บรรจงโรยผงยาประสานแผลลงไป “คนอะไร ดื้อด้านเป็นที่สุด ถ้าฉินอ๋องรู้ว่าท่านสะินบาดแผลปางตายกลับมาแบบนี้ คงจะหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหมดปากเป็นแน่” “เจ้ากล้าเอ่ยนามของฉินอ๋องต่อหน้าข้า... ไม่กลัวหัวหลุดจากบ่าหรือไง” หลี่จิ่งเหยียนเอ่ยเสียงพร่า สายตาจับจ้องริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับเจรจาเจื้อยแจ้วไม่หยุด ความใกล้ชิดนี้ทำให้สติของแม่ทัพผู้เคร่งครัดเริ่มพร่าเลือน “ถ้าหัวของข้าจะหลุด ก็คงเป็นเพราะความปากมากของท่านเองนั่นแหละค่ะ” ซูเหมยตอกกลับทันควัน พร้อมกับกดผ้าพันแผลลงบนรอยแผลสดแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ “อย่ขยับนะคะ! เดี๋ยวแผลก็ฉีกอีกรอบหรอก” “ซูเหมย...” เสียงเรียกที่แผ่วเบาและจริงจังผิดจากทุกทีทำให้มือที่กำลังพันผ้าแผลของหญิงสาวชะงักค้าง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่สะท้อนเงาของนางไว้เพียงผู้เดียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกัน เคมีร้อนแรงที่สั่งสมมาหลายวันประทุขึ้นในบรรยากาศเงียบงัน หลี่จิ่งเหยียนขยับมือหมายจะคว้าเอวบางเข้ามาใกล้ แต่นางเบี่ยงตัวหลบอย่างรู้ทัน ทว่าดวงตากลับไม่ยอมละไปจากนัยน์ตาคมคายคู่นั้นเช่นกัน ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าคู่กัดกำลังก่อตัวขึ้นในอกของคนทั้งคู่ ทำให้บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่อันตรายยิ่งกว่าพิษร้าย ปัง! เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูจางหายไปในพริบตา ร่างสูงโปรสง่าในชุดอาภรณ์หรูหราของบุรุษผู้คุ้นเคยปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม "ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของท่านแม่ทัพกับแม่นางซูเหมยเข้าสินะ... น่าเสียดายจริง" ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ขณะกวาดสายตามองภาพคนทั้งสองที่แนบชิดกันบนเตียงด้วยแววตาสมเพชแกมริษยา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับเคมีอันร้อนแรงของท่านแม่ทัพกับซูเหมยในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%