ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา•ตอนที่ 15

พันธะแห่งความไว้วางใจ

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ข้าเอง... แม่ทัพหลี่ ดูเหมือนท่านจะเหนื่อยหน่อยนะที่ต้องวิ่งหนีสุนัขรับใช้แบบข้า" น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่แต่แฝงด้วยความท้าทายดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้ดินหลังโรงเตี๊ยมจันทรา แสงจากคบเพลิงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า หลี่จิ่งเหยียนปรายตามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เสื้อผ้าคลุมกายของเขาเปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าจากการหลบหนีการตามล่าของมือสังหารจากกองกำลังลับของฉินอ๋อง แต่กระนั้น ท่าทีองอาจและดื้อรั้นของเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย "เจ้าเอาเวลาที่มายืนต่อปากต่อคำกับข้า ไปหาผ้าสะอาดกับน้ำอุ่นมาให้มันเร็วกว่านี้เถอะ ซูเหมย" หลี่จิ่งเหยียนแค่นเสียงลอดไรฟัน แม้บาดแผลที่หัวไหล่ขวาจะสร้างความเจ็บปวดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่เขากลับเลือกที่จะกลร ามอดกลั้นความเจ็บปวดนั้นไว้เบื้องหน้าสตรีปากร้ายผู้นี้ ซูเหมยกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างหมั่นไส้ แต่ฝ่าเรียวบางกลับยอมขยับกាយหยิบกล่องยาและผ้าพันแผลที่เตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว นางก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา กลิ่นอายเฉพาะตัวที่หอมกรุ่นราวดอกไม้ป่าโชว์แตะจมูกของแม่ทัพหนุ่ม จนคนที่เคยใจแข็งดั่งหินผาต้องชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ "ปากเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่เวลาบาดเจ็บกลับทำตัวเป็นบุรุษไร้น้ำยาเสียได้นะท่านแม่ทัพ" ซูเหมยเอ่ยพพลางใช้กรรไกรคมกริบตัดผ้าอาภรณ์ชุ่มเลือดบริเวณหัวไหล่ของเขาออกอย่างไร้ความปรานี จงใจกดปลายนิ้วลงบนบาดแผลลึกเพื่อทดสอบความอดทน "โอ๊ย! เจ้าตั้งใจจะฆ่าข้าทางอ้อมหรืออย่างไร แม่นางซู" หลี่จิ่งเหยียนสูดลมเข้าปอดลึก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่ดวงตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของนางอย่างไม่ยอมแพ้ "มือหนักเสียจริง สมแล้วที่เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเถื่อน" "ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ท่านก็ควรจะอยู่เฉยๆ แล้วเลנהทำตัวเป็นวีรบุรุษผู้โดดเดี่ยวเสียที" ซูเหมยหยุดมือลง น้ำเสียงที่เคยติดตลกเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน นางมองรอยแผลเป็นเก่าและใหม่บนแผ่นอกกว้างของเขา ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่อยากยอมรับ—ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากจัด บรรยากาศในห้องลับแคบๆ กลับเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงถ่านไม้ในตะเกียงที่ปะทุเบาๆ หลี่จิ่งเหยียนมองสตรีที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างทะนุถนอม แม้ปากจะบ่นไม่หยุด แต่มือเรียวคู่นั้นกลับเบามืออย่างยิ่ง ดวงหน้าหวานล้ำที่อยู่ห่างกันเพียงคืบทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ "ทำไมถึงช่วยข้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้านวลเนียนไม่วางตา "ฉินอ๋องเสนอผลประโยชน์ให้เจ้ามากมายมหาศาลหากยอมร่วมมือ... แต่เจ้ากลับเลือกที่จะซ่อนตัวข้าไว้ในโรงเตี๊ยมของเจ้า และกำลังจะเอาคอไปแขวนบนเส้นด้ายกับข้า" ซูเหมยชะงักมือที่กำลังพันแผลให้นิดหนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาฉายแววเย้ยหยันเช่นเคย ทว่ามุมปากกลับระบายยิ้มบางๆ ที่ดูทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ "ท่านคิดว่าข้าเป็นคนเห็นแก่เงินจนยอมขายวิญญาณให้ปีศาจอย่างฉินอ๋องหรือไง แม่ทัพหลี่" ซูเหมยโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนปลายจมูกโด่งเป็นสัน "ฉินอ๋องมองคนเป็นเพียงหมากที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ข้า... ซูเหมย ผู้นี้ ไม่ชอบเป็นเบี้ยล่างของใคร และที่สำคัญที่สุด..." นางเว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "...ข้าเกลียดขี้หน้าฉินอ๋องยิ่งกว่าอะไรดี การได้ขัดแข้งขัดขาเขา โดยเฉพาะการได้ช่วยท่าน... มันทำให้ข้าสนุกกว่าการนั่งนับตำลึงทองเป็นไหนๆ" คำตอบที่ทั้งกวนประสาทและตรงไปตรงมาทำให้หลี่จิ่งเหยียนเผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้นทำให้ดวงหน้าของเขามีเสน่ห์เหลือร้ายจนซูเหมยต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เจ้ามัน... หญิงสาวที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมาจริงๆ" หลี่จิ่งเหยียนส่ายหน้าเบาๆ แต่แววตาที่มองนางกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "แต่สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่ มันไม่ใช่แค่การขัดขวางฉินอ๋องเล่นๆ บัญชีลับที่ข้าถืออยู่คือหลักฐานมัดตัวเขาในข้อหากบฏ หากเขาจับได้ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้และช่วยข้าสืบ... ชีวิตของเจ้าในเมืองหลวงนี้จะจบสิ้นทันที" ซูเหมยถอยหลังกลับไปเล็กน้อย จัดการเก็บอุปกรณ์ทำแผลลงในกล่องอย่างใจเย็น ท่าทีของนางไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย "ถ้าข้ากลัวตาย ข้าคงไม่เปิดโรงเตี๊ยมจันทราแห่งนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรกหريكหรอกค่ะท่านแม่ทัพ" ซูเหมยเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "แต่อีกอย่าง... ข้าเองก็มีบัญชีส่วนตัวที่ต้องสะสางกับฉินอ๋องเช่นกัน ในเมื่อเป้าหมายของเราตรงกัน ทำไมเราจะไม่ร่วมมือกันเสียล่ะ?" หลี่จิ่งเหยียนหรี่ตาลง ประเมินความมุ่งมั่นที่ฉายชัดอยู่ในแววตาสีเข้มของนาง สตรีผู้นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าของโรงเตี๊ยมฝีปากกล้า นางมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และความลับนั้นอาจเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกเกมกระดานอำนาจครั้งนี้ "ตกลง" หลี่จิ่งเหยียนเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด "หากเจ้าต้องการร่วมทางกับข้าในเส้นทางสายนี้ เจ้าต้องจำกฎข้อเดียวของข้าให้ขึ้นใจ... ห้ามทำอะไรโดยพละการ และห้ามเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด" ซูเหมยแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ "ท่านมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับข้า แม่ทัพหลี่? ข้าต่างหากที่เป็นคนช่วยชีวิตท่านไว้ในคืนนี้ ดังนั้น ข้าต่างหากที่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์" บรรยากาศเริ่มคุกกรุ่นด้วยเคมีที่ฟุ้งกระจายระหว่างคนทั้งสอง ความดื้อรั้นปะทะความเย่อหยิ่ง สัมผัสได้ถึงประกายไฟที่พร้อมจะลุกโชนขึ้นได้ทุกเมื่อ หลี่จิ่งเหยียนขยับกายเข้าประชิดตัวนางอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักรบ มือหนาคว้าเอวบางไว้โดยไม่ทันให้อตั้งตัว ดึงร่างของนางเข้าหาจนแนบชิด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันและกัน ซูเหมยเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวรากลองศึก ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกรุกฆาตด้วยความใกล้ชิดที่รุนแรงเช่นนี้ "ท่าน... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" ซูเหมยพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงของสตรีหรือจะสู้แรงของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน หลี่จิ่งเหยียนกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขามาตลอดทั้งคืน "จำไว้ซูเหมย..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ต่อให้เจ้าจะเป็นคนกำหนดเกม แต่วิธีการเล่น... ข้าจะเป็นคนคุมเอง" เพล้ง! เสียงกระเบื้องแตกดังสนั่นมาจากชั้นบนของโรงเตี๊ยม ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังห้องลับใต้ดินแห่งนี้ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืด หลี่จิ่งเหยียนชักกระบี่ข้างกายออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ซูเหมยหยิบมีดสั้นอาบยาพิษขึ้นมาถือไว้มั่น รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของสตรีปากจัด "ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะท่านแม่ทัพ" ซูเหมยกระซิบเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นท้าทาย หลี่จิ่งเหยียนกระชับกระบี่ในมือแน่น กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ก่อนที่ประตูห้องลับจะถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันรุนแรง เผยให้เห็นเงาร่างของมือสังหารนับสิบชีวิตในชุดดำสนิทที่ยืนปิดล้อมทางเข้าไว้จนหมดสิ้น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความปากแซ่บของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชากับสตรีปากจัดแห่งโรงเตี๊ยมจันทรา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%